อาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573
20 Dec 2021

 

“อาลีบาบา กรุ๊ป” ประกาศคำปฏิญาณที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใต้การดำเนินงานของบริษัทเองภายในปี 2573 และประกาศเป้าหมาย สโคป 3+ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์1.5 กิกะตันทั่วทั้งอีโคซิสเท็มของอาลีบาบาภายในปี 2578 รายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายดังกล่าว รวมถึงแนวคิดและคำจำกัดความของแนวคิด สโคป 3+ ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น จะอยู่ใน รายงานการดำเนินการความเป็นกลางทางคาร์บอนของอาลีบาบา อาลีบาบา มีเป้าหมายที่จะเผยแพร่ข้อมูลที่อัปเดตทุกปี ซึ่งจะมีการตรวจสอบความคืบหน้าจากผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง

 

 

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่สร้างสรรค์ในสังคม กลยุทธ์ ESG ของเราถูกกำหนดไว้ในภารกิจของเราในการเป็นบริษัทที่ดีที่จะดำเนินกิจการให้ได้ถึง 102 ปี และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาในอนาคตของ อาลีบาบา” แดเนียล จาง ประธานและซีอีโอของ อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว “เราจะใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำที่โดดเด่นของเราในฐานะผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้ค้า และพันธมิตร ทั้งในจีนและทั่วโลก ด้วย สโคป 3+ พันธกิจใหม่ของเราในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 1.5 กิกะตันภายในปี 2578”

 

 

แผนงานความเป็นกลางทางคาร์บอนอาลีบาบา กรุ๊ป มุ่งมั่นเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับสโคป 1 และ 2 ภายในปี 2573 และตั้งเป้าเพื่อลดความเข้มข้นของคาร์บอน 50% ใน สโคป 3 ภายในปี 2573 โดยใช้ระดับของปี 2563 เป็นพื้นฐาน นอกจากนี้ อาลีบาบา คลาวด์ จะรับผิดชอบเป้าหมายที่เหนือกว่า สโคป 3 และมุ่งมั่นที่จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 ทั้งสามสโคป

 

อาลีบาบา กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการกำหนดเป้าหมายโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets หรือ SBTi) และได้ปรับใช้มาตรการและกลยุทธ์ในการขจัดคาร์บอนตามปฏิญญา “Business Ambition for 1.5°C” ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการหลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ระบุไว้ใน ข้อตกลงปารีส พ.ศ. 2558

 

อาลีบาบาจะนำแนวทางที่เป็นระบบ และอิงตามวิทยาศาสตร์มาใช้ในการวางแผน และจัดการโครงการริเริ่มการลดคาร์บอน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตั้งใจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ก้าวหน้าทันสมัย และการสำรวจแนวคิดริเริ่มในการกำจัดคาร์บอน ซึ่งตามหลักการของบริษัทแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนมากกว่าการกำจัดคาร์บอน และให้ความสำคัญกับการกำจัดคาร์บอนมากกว่าคาร์บอนออฟเซ็ต

 

บุกเบิกแนวคิด “Scope 3+”

นอกจากนี้ ในฐานะบริษัทแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลก อาลีบาบา มุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบด้านการบุกเบิกแนวคิด "สโคป 3+" มากยิ่งขึ้น ซึ่งเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการมีผู้เข้าร่วมอีโคซิสเท็มของแพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ใน สโคป 1, 2 และ 3 จึงได้ริเริ่มโครงการ "1.5 กิกะตันเพื่อ 1.5 °C" โดยมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยคาร์บอน 1.5 กิกะตันในอีโคซิสเท็มของ อาลีบาบา ภายในปี 2578

 

“เราเชื่อว่าการใช้แพลตฟอร์มดิจิตอลมีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย 1.5 องศา ของข้อตกลงปารีส แนวคิด 'สโคป 3+' จึงขึ้นอยู่กับศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิตอลของเรา เพื่อชักจูงและสนับสนุนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ และพฤติกรรมคาร์บอนต่ำในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอีโคซิสเท็มของเรา อีกทั้งยังแบ่งปันเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานและเครื่องมือทางธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของเราให้ลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกัน” 

ดร. เฉิน หลง รองประธาน อาลีบาบา กรุ๊ป และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืนของ อาลีบาบา กล่าว

 

อาลีบาบา จะยังคงปรับปรุงและพัฒนาตัวชี้วัดและการวัดการลดปริมาณคาร์บอนใน สโคป 3+ อย่างต่อเนื่อง โดยทำงานและร่วมมือกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญชั้นนำทั่วโลก

 

หน่วยงานที่กำกับดูแล ESG โดยเฉพาะ

อาลีบาบายังประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตการกำกับดูแล ESG สามระดับใหม่ เพื่อดูแล ผลิต และสนับสนุนความสำเร็จของเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและเป้าหมาย ESG ที่กว้างขึ้น หน่วยงานที่กำกับดูแล ESG โดยเฉพาะจะประกอบด้วย:

  1. คณะกรรมการเพื่อความยั่งยืนในระดับผู้บริหาร โดยเจอรี่ หยาง กรรมการอิสระ รวมไปถึงสมาชิกอื่น ๆ ของผู้บริหาร ได้แก่ วอลเตอร์ เท มิง ควัก, โจ ไช่ และ แม็กกี้ อู๋
  2. คณะกรรมการขับเคลื่อนความยั่งยืน รับผิดชอบการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การกำหนดเป้าหมาย และการบริหารจัดการ
  3. กลุ่มปฏิบัติการข้ามธุรกิจ ESG ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากแต่ละหน่วยธุรกิจในระดับการทำงานที่รับผิดชอบด้านการประสานงานและการดำเนินงาน

 

ขณะเดียวกัน อาลีบาบา ตั้งใจที่จะยังคงปรับปรุงข้อมูลและกลไกการเปิดเผยข้อมูลและรายงาน บริษัทจะยังคงเผยแพร่รายงานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและรายงาน ESG ทุกปีตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป ซึ่งรวมไปถึงความคืบหน้าประจำปีที่มีความเป็นรูปธรรมด้วย รายงานทั้งหมดจะยึดตามตัวชี้วัดที่ได้มาตรฐานที่สุด ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับในประเทศและระดับสากล โดยได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง

 
[อ่าน 842]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการวิศวะมหิดลชี้ความต่างของสึนามิ จากภูเขาไฟใต้ทะเลปะทุกับสึนามิจากแผ่นดินไหว
ซัมซุงต่อยอดโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ชูเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกในปี 2022
Taiwan Excellence ประกาศ 12 ผลงานเข้ารอบสุดท้ายจากทั่วโลกในแคมเปญด้าน CSR “Sharing is Caring”
Hong Leong Bank คว้าสองรางวัลสาขา Best Digital Bank ของมาเลเซีย
Google เดินทางเข้าสู่ทำเนียบบริษัทที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
เมื่อ ‘Metaverse’ เป็นเทรนด์ ที่ใครๆ ก็ไม่อยากตกขบวน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved