Google เดินทางเข้าสู่ทำเนียบบริษัทที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
20 Dec 2021

หลังจากที่มี Market Cap 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2020 เจ้าพ่อ Search Engine อย่าง  ‘Google’ ก็ใช้เวลาอีก 1 ปีกว่าๆ เท่านั้นในการมี Market Cap เพิ่มขึ้นมาเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Alphabet บริษัทแม่ของ Google เป็นบริษัทที่ 3 ในสหรัฐอเมริกาที่มี Market Cap 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อจาก Apple และ Microsoft

 

มาจากโฆษณา

              สิ่งที่ทำให้หุ้นของ Google พุ่งขึ้นมาจากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายสำหรับโฆษณาดิจิทัลและการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ โดย Alphabet รายงานยอดขายไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

              โดย Alphabet ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้ถึง 6.51 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 41% ส่วนผลกำไรเพิ่มขึ้นเกือบ 69% 

              ที่น่าสนใจคือ Google Search มีกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 3.58 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า มาเป็น 3.79 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ YouTube มีรายได้ 7.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด

              การที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกเปลี่ยนจากการทำงานในออฟฟิศมาเป็นการทำงานระยะไกลที่ต้องทำงานบนคลาวด์ กลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อธุรกิจของ Google 

 

 ‘Search Engine’ และ  ‘AI’ คือกุญแจแห่งความสำเร็จ

              หลังจากผ่านหลักไมล์ Market Cap 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว เส้นทางต่อไปของ Google คือการก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

              สำหรับบริษัทอื่นๆ ในเวลานี้อาจมุ่งไปที่ Metaverse ซึ่งหวังให้เป็นพรมแดนถัดไปของการเติบโต แต่สำหรับ  ‘ซันดาร์ พิชัย’ ซีอีโอ Google กลับมองเห็นอนาคตของ Google จากรากฐานที่ทำให้ Google เป็น Google ได้อย่างทุกวันนี้นั้นคือ  ‘Search Engine’

              ฉันรู้สึกโชคดีที่ภารกิจของเรานั้นไร้กาลเวลา แม่ทัพของ Google กล่าวในการให้สัมภาษณ์บนเวที Bloomberg New Economy Forum ในสิงคโปร์ ตอนนี้เราจำเป็นต้องจัดระเบียบข้อมูลมากกว่าที่เคยมีมาเสียอีก

              เมื่อถูกถามว่า Market Cap อีก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐจะมาจากไหน แม่ทัพของ Google ได้ชี้ไปที่บริการหลักของบริษัท พร้อมอธิบายว่า ผู้บริโภคจะถามคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงและ  ‘ประสบการณ์ที่หลากหลาย’ โดยเขาคาดการณ์ไว้ว่า ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งและพัฒนาการ Search Engine จะยังคงเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

              นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแม่ทัพของ Google ตั้งแต่ปี 2015 ได้ผลักดันบริษัทให้มุ่งเน้นไปที่การบริการบนระบบคลาวด์ (Cloud Computing) และ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)

              ในขณะที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น พิชัยชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจหลักของ Google ไม่ว่าจะเป็นระบบคลาวด์ บริการวิดีโอ YouTube และ Google Play Store และกล่าวว่าการลงทุนด้าน AI เป็น  ‘รากฐาน’ ที่สำคัญของแต่ละธุรกิจ

 

ทดสอบในเอเชียก่อน

              ผู้บริหารที่เกิดในอินเดียยังกล่าวด้วยว่าเขาคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์ของ Google จำนวนมากจะได้รับการพัฒนาและทดสอบในเอเชียก่อน ก่อนที่จะเผยแพร่ไปทั่วโลก

              กระนั้นการทดสอบดังกล่าวก็ไม่ใช่ในแดนมังกร ซึ่งครั้งหนึ่ง Google เคยวางแผนที่จะนำ Search Engine ไปให้บริการในแผ่นดินใหญ่ช่วงปี 2018 แต่ที่สุดก็ไม่ประสบความสำเร็จ

              พิชัยยอมรับว่า Google นั้น เป็นคู่แข่งกันแบบ  ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ กับบริษัทจีนในด้าน AI และ Quantum Computing แต่แย้งว่าสหรัฐฯ และจีนมีที่ว่างให้ทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความปลอดภัยของ AI

              ขณะเดียวกันแม้ Microsoft และ Facebook จะมุ่งไปที่โลกเสมือนจริงอย่าง Metaverse ซึ่งก่อนหน้านี้ Google ได้นำแนวทางต่างๆ มาใช้กับผลิตภัณฑ์ Virtual Reality และ Augmented Reality แต่ก็พบว่าประสบความสำเร็จน้อยมาก

              ดังนั้น Google จึงเลือกเส้นทางที่แตกต่าง อย่างเร็วๆ นี้ Google ได้ตั้งแผนกใหม่ขึ้นมาที่ขึ้นตรงต่อพิชัย ซึ่งเขานั้นไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรมากนั้นกับกลยุทธ์ดังกล่าว

              ผมรู้สึกตื่นเต้นอยู่เสมอเกี่ยวกับอนาคตของการประมวลผลแบบเสมือนจริง (Immersive Computing)” เขากล่าว นี่ไม่ใช่ของบริษัทใดๆ นี่คือวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ต

[อ่าน 1,426]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการไตรมาสเดือนมิถุนายน ปี 2565
ชาวโลกกำลังกังวลใจกับประเด็นเรื่องห้องแล็บทางชีววิทยาของสหรัฐอเมริกา
4 คอนเซ็ปต์การออกแบบที่จอดรถในเมืองสไตล์ Transit Oriented Development เน้นความสะดวกในการเดินทางของคนเมือง
Emirates Flight Catering เปิดฟาร์มแนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในดูไบ
“ส่องฮ่องกง มองไต้หวัน รู้ใจจีน ฝ่าฟันการค้ายุคโควิด 19” ในเวที เสวนาออนไลน์ “NEA BizTalk Series” : ก้าวทันการค้าโลก
TOD Standard 3.0 เพื่อชีวิตที่ดีกว่าร่วมกัน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved