'เสถียร เสถียรธรรมะ' กับคำตอบ ทำไมถึงต้องมีร้าน ‘ซีเจ - ถูกดี’
18 Mar 2023

การเดินหน้าขยายสาขาทั้งในส่วนของ 'ร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' และ 'ร้านถูกดี' มีมาตรฐาน ร้านเครือข่ายโชห่วยของคาราบาว กรุ๊ป เป็นอีกภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการไม่มีเส้นแบ่งระหว่างการเป็นซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้ากับเจ้าของธุรกิจร้านค้าปลีก

เพราะวันนี้ ซัพพลายเออร์ ได้เข้ามารับบทบาทของการเป็นร้านค้าปลีกอีกตำแหน่งหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของสินค้า 

 

โดยเทรนด์ในเรื่องของซัพพลายเป็นเจ้าของร้านค้าปลีก ขณะที่เจ้าของร้านค้าปลีกก็หันมาเป็นเจ้าของสินค้าเอง ด้วยการนำสินค้าไพรเวท แบรนด์ หรือเฮาส์แบรนด์ เข้ามาทำตลาดเองนั้น เกิดขึ้นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ ซึ่งการแปลงร่างในรูปแบบดังกล่าว นอกจากจะสามารถคอนโทรลตั้งแต่ต้นทาง คือการผลิตไปจนถึงปลายทาง คือร้านค้าปลีกที่เป็นส่วนสำคัญในการเข้าถึงตัวลูกค้าโดยตรงแล้ว ยังเป็นตัวเชื่อมต่อสำคัญที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงดาต้าการซื้อจริงของลูกค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการทำตลาดไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสินค้าหรือเจ้าของธุรกิจค้าปลีก 

 

นั่นคือเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้คาราบาว กรุ๊ป หันมาให้ความสำคัญกับการปั้นธุรกิจค้าปลีกที่มีร้านค้าปลีกอย่าง ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ค้าปลีกโมเดิร์นเทรดในรูปแบบของซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ และร้านถูกดี มีมาตรฐาน เครือข่ายร้านโชห่วยที่กระจายเข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ  

 

'เสถียร เสถียรธรรมะ' ประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด บริษัทในเครือคาราบาว กรุ๊ป ที่ดูแลธุรกิจร้านถูกดี พูดไว้อย่างน่าสนใจในงานแถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า

ก่อนหน้าที่จะมีร้านค้าปลีกเอง ข้อมูลจากการขายจะมาจากเอเย่นต์เป็นหลัก ทำให้รู้เพียงแค่ว่า ภาคไหน หรือจังหวัดไหนขายดี ไม่ดีอย่างไร แต่เมื่อมีร้านค้าปลีกเอง จะรู้ได้ทันทีว่า ตำบลหรือชุมชนไหนขายดีเป็นอันดับหนึ่ง หรือเป็นรองคู่แข่งขัน ข้อมูลที่ได้มานั้น ทำให้สามารถนำมาปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดเพื่อที่จะเสริมจุดแข็ง หรือส่งทีมส่งเสริมการตลาดเข้าไปปิดจุดอ่อนเพื่อกระตุ้นยอดขายได้ทันที โดยไม่ต้องรอรายงานจากเอเย่นต์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำตลาดของสินค้าในเครือ 

 

ในปีที่ผ่านมา คาราบาว กรุ๊ป สามารถเปิดร้านถูกดี ไปแล้วกว่า 5,000 สาขา กระจายอยู่ในภาคอีสาน ซึ่งถือเป็นภาคที่มีประชากรและจำนวนครัวเรือนหนาแน่นสุดของประเทศประมาณ 60% ที่เหลือกระจายไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง ตะวันออก และกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ขาดพื้นที่ภาคใต้ที่คุณเสถียร บอกว่า ต้องใช้เวลาศึกษาตลาดสักระยะก่อน เพราะเป็นตลาดที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับพฤติกรรมของผู้บริโภคมากนัก 

 

ส่วนในปีนี้ มีเป้าหมายที่จะเปิดสาขาของร้านถูกดีเพิ่มเป็น 8,000 สาขา ตามเป้าหมายในระยะยาว มองว่า ต้องการมีร้านถูกดี อย่างน้อยๆ 20,000 สาขา ซึ่งจะทำให้กลายเป็นอีกเครือข่ายร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ทรงพลัง เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเครือข่ายร้านค้าปลีกที่เจาะเข้าถึงชุมชนทั่วประเทศแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายที่สามารถต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจอื่นๆ ตามมาอีก

โดยคุณเสถียรบอกว่า เมื่อถึงเวลานั้น ร้านถูกดี จะก้าวขึ้นไปเป็น Point of Everything’ ที่เป็นทั้งช่องทางขาย บริการอื่นๆ รวมถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐที่จะเข้ามาใช้ร้านถูกดี เป็น 1 ในจุดให้บริการอีกด้วย 

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การมีพันธมิตรอย่างธนาคารกสิกรไทย ที่เข้ามาลงทุนร่วมในร้านถูกดีกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเสมือนการติดปีกให้สามารถเดินหน้าขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ติดปัญหาเงินลงทุน ซึ่งแน่นอนว่า ร้านถูกดี จะเข้ามาเป็นอีกเครือข่ายสำคัญในการให้บริการทางการเงินของธนาคารกสิกรไทยให้กับกลุ่มคนที่อยู่ในชุมชนทั่วประเทศ 

 

ขณะที่ร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต สามารถปิดตัวเลขจำนวนสาขาทะลุหลัก 1,000 สาขา ในปีนี้ มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 240 สาขา ในจำนวนนั้น ครึ่งหนึ่ง จะเป็นการขยายสาขาในรูปแบบของ 'ซีเจ มอร์' ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ขนาดเล็ก ในชุมชุนที่มีพื้นที่รวมประมาณ 3 ไร่ 

 

โมเดลการขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าว จะเป็นอีกไฮไลต์ที่น่าสนใจ เพราะจะเป็นตัวช่วยในการนำร้านค้าปลีกในเครืออื่นๆ อาทิ นายน์ บิวตี้ (Nine Beauty) ร้านขายเครื่องสำอาง และความงามมัลติแบรนด์ (Multi-brand) บาว คาเฟ่ (Bao Café) ร้านกาแฟสดใกล้บ้าน ร้านอูโนะ (UNO) ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องเขียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ร้านเอ-โฮม (A-Home) โซนสำหรับคนรัก บ้านกับคอนเซปต์ เรื่องบ้าน เรื่องง่าย ร้านเพ็ทฮับ (PET HUB) ร้านขายอาหาร และอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร และบาว วอช (Bao Wash) มุมบริการซัก-อบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัติ โดยร้านกาแฟบาวคาเฟ่ และบาว วอช จะมีการนำโมเดล ของแฟรนไชส์มาใช้เพื่อช่วยในการขยายสาขา เป็นต้น 

 

การรุกของค้าปลีกในเครือทั้ง 2 แบรนด์ จะสอดประสานกัน โดยจะเข้ามาช่วยเสริมให้ธุรกิจในเครือตัวอื่นๆ โดยเฉพาะกับการทำสินค้าประเภทต่างๆ ทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้แบรนด์คาราบาวแดง ฟังก์ชันนัล ดริ๊งก์ สปอร์ตดริ๊งก์ กาแฟ หรือแม้แต่สินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่นอกจากจะมีสินค้าในกลุ่มเหล้าขาว ภายใต้แบรนด์ตะวันแดง และข้าวหอมที่แบรนด์หลังมียอดขายออกมาค่อนข้างดีแล้ว 

 

 

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาราบาว กรุ๊ป ยังมีแผนที่จะเปิดสินค้าในกลุ่มเบียร์เข้าตลาดอย่างน้อยๆ อีก 2 ตัว เหตุผลสำคัญของการเข้าตลาดเบียร์นั้น มาจาก ต้องการจะใช้เบียร์เข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสินค้าในพอร์ตสุราที่ทำตลาดอยู่ โดยการเข้าตลาดเบียร์มันเป็นเสมือนไฟต์บังคับ เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะส่งผลให้ตลาดสุราที่ทำอยู่เติบโตได้ยาก  

 


“การขายเหล้าสี หลักๆ แล้ว ต้องขายในช่องทางออนพรีมีส ที่เป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่แน่นอนว่า จะส่งต่อมายังการขายในช่องทางออฟเทรดที่เป็นร้านค้าปลีก การมีสินค้าในกลุ่มเบียร์ จึงเป็นเสมือนตัวช่วยทำให้สินค้าในพอร์ตมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมของการช่วยผลักดันสินค้าในกลุ่มสุราให้สามารถเข้าช่องทางออนพรีมีสได้ง่ายขึ้น”  


 

 

ก่อนหน้านั้นบริษัทในเครืออย่าง บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด มีสินค้าในกลุ่มสุราหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นตัวสุราข้าวหอม ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ขายดีของบริษัท หรือ เทนโดะ (Tendo) สุราสีที่มี คาแรกเตอร์ ดยเป็นวิสกี้วิถีญี่ปุ่น 40 ดีกรีผลิตในประเทศไทยแบบครบวงจร โดยวางโพสิชั่นนิ่งเป็นวิสกี้ระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นตัวที่มีการขายหลักๆ ในช่องทางออนพรีมีส  เช่นเดียวกับ เครื่องดื่มโซจู ภายใต้แบรนด์ แทยัง (TAE YANG) สุราพร้อมดื่มหรือ RTD สไตล์เกาหลี ที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์นักดื่มไทยที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเกาหลีทั้งจากภาพยนตร์ และดนตรี รวมถึงตัวบรั่นดี อย่างแบรนด์ Galaxy เป็นต้น 

 


“จากข้อมูลการขายของร้านถูกดี พบว่า 1 ใน 4 ของสินค้าที่ลูกค้าซื้อจากร้านจะเป็นสินค้าในกลุ่มเหล้า เบียร์ ซึ่ง การมีเครือข่ายร้านค้าปลีกของตัวเอง น่าจะเป็นตัวช่วยเพิ่มแรงส่งให้กับสินค้าที่จะเปิดตัวมาใหม่นี้ไม่มากก็น้อย”  


 

 

สำหรับเบียร์ที่จะเปิดตัวนี้จะมีอย่างน้อยๆ 2 – 3 ตัว ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ โดยใช้ฐานการผลิตจากโรงงานที่ จ.ชัยนาท ที่มีกำลังการผลิตประมาณ 400 ล้านลิตรต่อปี โดยในช่วงแรกคาดว่า จะเดินเครื่องผลิตประมาณ 200 ล้านลิตร  

 

การเข้าตลาดเบียร์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกบทพิสูจน์ของผู้เล่นรายนี้ ถึงแม้ว่า ตลาดเบียร์จะมีผู้เล่นรายใหญ่ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอย่างกลุ่มไทยเบฟและสิงห์ แต่จากบทพิสูจน์แรกที่คุณเสถียร ทำสำเร็จมาแล้วจากการเข้าตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง จึงน่าจับตามองไม่น้อย 

 

เป็นอีกโอกาสทางการตลาดที่มีเครือข่ายร้านค้าปลีกที่ปั้นขึ้นมาเป็นตัวสนับสนุนชั้นดี.... 

 



บทความจาก MarketPlus Magazine Issue 154 March 2023


 

[อ่าน 2,307]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved