
จากวันที่ตลาดออกกำลังกายในไทยยังเป็นพื้นที่เฉพาะกลุ่ม จนถึงวันที่ Fitness, Yoga และ Pilates กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle และมีผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นแทบทุกทำเลสำคัญ เกมของธุรกิจ Wellness วันนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่าใครมีคลาสมากกว่า แต่กำลังวัดกันที่ ความเร็วในการสร้างประสบการณ์ใหม่ ความแตกต่างของแบรนด์ และความสามารถในการอยู่กับผู้บริโภคได้ตลอดเส้นทางสุขภาพ

และนี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ เบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group เจ้าของธุรกิจที่อยู่ในตลาด Yoga, Pilates และ Wellness ของไทยมากว่า 20 ปี ต้องขยับเกมครั้งสำคัญ ท่ามกลางตลาดที่มีทั้งทุนไทยและแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มีทางเลือกสูงและ Brand Loyalty ลดลง
จากเดิมที่ธุรกิจสามารถพัฒนาบริการหรือโมเดลใหม่ทุก 3–5 ปี วันนี้ Absolute มองว่าจังหวะดังกล่าวอาจไม่เร็วพออีกต่อไป

บริษัทจึงประกาศแผนลงทุนรวมประมาณ 140 ล้านบาท แบ่งเป็นกว่า 100 ล้านบาท สำหรับพัฒนา Flagship ใหม่ “BELFINN Wellness Club” และอีกประมาณ 40 ล้านบาท สำหรับการรีแบรนด์และปรับโฉมธุรกิจเดิมจาก Absolute Boutique Fitness สู่ “Absolute Movement and Recovery”
เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่คือการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ รองรับการแข่งขันในตลาด Wellness ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้าง และผลักดันรายได้ของกลุ่มให้ทะลุ 1,000 ล้านบาทในปี 2571

The Absolute Group เริ่มต้นธุรกิจในปี 2545 จาก Absolute Yoga ในช่วงที่การออกกำลังกายนอกโรงแรมหรือฟิตเนสขนาดใหญ่ยังไม่ได้แพร่หลายเช่นปัจจุบัน ก่อนขยายองค์ความรู้จาก Yoga ไปสู่ Pilates, Movement, Nutrition และ Wellness จนพัฒนาเป็น Portfolio ธุรกิจสุขภาพหลายรูปแบบ
ปัจจุบันภาพของตลาดแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้ง Boutique Fitness, Pilates Studio, Gym ตลอดจนบริการด้าน Recovery และ Wellness มีผู้ประกอบการเกิดขึ้นจำนวนมาก รวมถึงแบรนด์ต่างประเทศที่ทยอยเข้าสู่ตลาดไทย
เบญจพรมองว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าหลายสิบปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น พร้อมทดลองบริการหรือแบรนด์ใหม่ และให้ความสำคัญกับราคา ประสบการณ์ และความสะดวกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน Fitness ซึ่งในอดีตอาจถือเป็นเพียงคู่แข่งทางอ้อมของ Boutique Studio ก็เริ่มเพิ่มบริการและคลาสเฉพาะทางจนเข้ามาแข่งขันโดยตรงในตลาดเดียวกัน
แรงกดดันดังกล่าวทำให้ Absolute ต้องเปลี่ยนทั้ง Product, Service และ Brand Experience พร้อมกับรักษาจุดยืนของการเป็น Specialist ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่าการแข่งขันด้วยจำนวนบริการเพียงอย่างเดียว
บริษัทประเมินว่า ตลาดสุขภาพและการออกกำลังกายในไทยยังมีโอกาสเติบโตต่อในช่วง 3–5 ปี แต่การเพิ่มจำนวนของผู้ประกอบการและเงินทุนจากต่างประเทศอาจนำตลาดเข้าสู่ภาวะ Oversupply และ Market Consolidation ในอนาคต ซึ่งอาจเริ่มเห็นผู้ประกอบการบางส่วนออกจากตลาด หากไม่สามารถสร้างความแตกต่างหรือบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในหมากสำคัญที่สุดคือการเปิดตัว BELFINN Wellness Club คลับสุขภาพและเวลเนสครบวงจรรูปแบบใหม่ ซึ่ง Absolute วางให้เป็น Flagship Project สำหรับการเติบโตในระยะต่อไป
โครงการใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 1,600 ตารางเมตร บริเวณชั้น 7 ของ Central Park Office ภายในโครงการ Dusit Central Park มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือน กุมภาพันธ์ 2570 โดยข้อมูลจากบริษัทระบุว่าจะพัฒนาภายใต้แนวคิด All-in-One Wellness Club เชื่อมการดูแลสุขภาพกับ Lifestyle ไว้ในพื้นที่เดียว

BELFINN จะวางบริการผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ Performance, Recovery, Longevity และ Community
Performance ครอบคลุมตั้งแต่ Personal Training, Group Pilates รูปแบบใหม่, Holistic Group Classes ไปจนถึง AARMY Bootcamp เพื่อให้สมาชิกสามารถออกแบบการออกกำลังกายตามเป้าหมายและความพร้อมของร่างกาย
Recovery เติมองค์ประกอบด้านการพักและฟื้นฟูหลังการออกกำลังกายหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านบริการและเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ
Longevity ขยับจาก Fitness ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและระยะยาว โดยเชื่อม Medical Wellness เข้ากับข้อมูลด้านสุขภาพ โภชนาการ Movement และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ขณะที่ Community จะเป็นพื้นที่เชื่อมผู้ที่มีความสนใจด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรม การพบปะ และการสร้างแรงจูงใจในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็น 4 องค์ประกอบหลักของโมเดล BELFINN ตามแผนของบริษัท

จุดที่ Absolute ต้องการทำให้ BELFINN แตกต่างจาก Medical Wellness ทั่วไป คือการเติม Lifestyle เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ
กล่าวคือ สุขภาพไม่ได้เริ่มและจบเมื่อเข้าพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ แต่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ทำทุกวัน ตั้งแต่ Movement, Nutrition และ Recovery ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
สำหรับ Absolute นี่คือการนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดกว่า 20 ปี ขึ้นมาเชื่อมเป็น Wellness Journey เดียวกัน แทนการขายบริการแต่ละประเภทแบบแยกส่วน
ในเวลาเดียวกัน บริษัทเตรียมลงทุนอีกประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อปรับ Brand Experience ของธุรกิจหลัก จาก Absolute Boutique Fitness ไปสู่ชื่อใหม่ Absolute Movement and Recovery
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อหรือโลโก้ แต่เป็นการขยายความหมายของ Absolute จาก Boutique Fitness ไปสู่พื้นที่ที่ครอบคลุมทั้ง “การเคลื่อนไหว” และ “การฟื้นฟู”
ฐานเดิมอย่าง Yoga และ Pilates ยังคงเป็น Core Competency แต่จะเพิ่ม Strength Training รวมถึง Recovery Service อย่าง Red Light Therapy และ Contrast Therapy เพื่อเชื่อมการออกกำลังกายกับการพักและฟื้นฟูร่างกายเข้าด้วยกัน โดยทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแผนการรีแบรนด์ที่บริษัทระบุไว้
Absolute Boutique Fitness เดิมทั้ง 9 สาขา จะทยอยเปลี่ยนเป็น Absolute Movement and Recovery เริ่มจาก theCOMMONs ทองหล่อ ในไตรมาส 4 ปี 2569 ตามด้วย Gaysorn Amarin และ Vanit Village อารีย์ ในไตรมาส 1 ปี 2570 ก่อนดำเนินการครบทั้งหมดภายในสิ้นปี 2570

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ Absolute ไม่ได้เลือกใช้แบรนด์หลักหนึ่งแบรนด์ครอบคลุมผู้บริโภคทั้งหมด แต่กำลังสร้าง Multi-brand Portfolio เพื่อให้แต่ละแบรนด์ทำหน้าที่แตกต่างกันตาม Segment
หนึ่งในนั้นคือ POP Pilates สตูดิโอ Pilates ที่ออกแบบให้เข้าถึงง่ายขึ้นทั้งรูปแบบการฝึก บรรยากาศ และระดับราคา เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และ First Jobber
ปัจจุบันมี 4 สาขาในกรุงเทพฯ และมีแฟรนไชส์ที่ขอนแก่นแล้ว 1 สาขา โดยต้นฉบับของบริษัทระบุว่า POP Pilates ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
อีกแบรนด์คือ The Reformer Society (TRS) ซึ่งนำ Reformer Pilates มาผสมกับการฝึกความแข็งแรง พร้อมบรรยากาศแบบ High-Energy เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์แตกต่างจาก Pilates แบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ยังมี AARMY Bootcamp โปรแกรม Performance Fitness จากนิวยอร์ก ซึ่ง Absolute เตรียมนำเข้ามาเปิดตลาดไทยในรูปแบบแฟรนไชส์ และไทยจะเป็นตลาดแรกในเอเชียตามข้อมูลบริษัท

ก้าวต่อไปของ POP Pilates และ The Reformer Society ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดไทย
Absolute วางแผนใช้ Franchise Model เป็นเครื่องมือเร่งการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและอาเซียน โดยตลาดที่อยู่ในเรดาร์ประกอบด้วย เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
โมเดลนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถขยาย Footprint ของแบรนด์ลูกได้เร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมดทุกสาขา ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ Portfolio ของ Absolute นอกเหนือจากธุรกิจหลัก
ปัจจุบันเครือข่ายของกลุ่มมีสตูดิโอ ABSOLUTE รวม 15 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 9 แห่ง สิงคโปร์ 5 แห่ง และฮ่องกง 1 แห่ง ส่วน Portfolio ยังประกอบด้วย POP Pilates, The Reformer Society และเตรียมเพิ่ม AARMY เข้ามาอีกแบรนด์
ในปีนี้ Absolute มีแผนเพิ่ม POP Pilates อีก 2 สาขา และ The Reformer Society อีก 1 สาขา ขณะที่ปี 2570 วางแผนเปิดเพิ่มประมาณ 4–5 แห่ง โดยให้น้ำหนักกับ POP Pilates ทั้งในรูปแบบลงทุนเองและแฟรนไชส์
ในทางกลับกัน Absolute Movement and Recovery ยังไม่ได้วางแผนเร่งเปิดสาขาใหม่ แต่จะเน้น เพิ่ม Revenue และ Experience จาก Existing Footprint ผ่านบริการใหม่และการปรับ Positioning ของแต่ละสาขา
ภาพทั้งหมดสะท้อนยุทธศาสตร์การเติบโตที่แตกต่างจากอดีต
จากธุรกิจที่เริ่มต้นด้วย Yoga ก่อนขยายสู่ Pilates วันนี้ Absolute กำลังสร้างรายได้จากหลาย Growth Engine พร้อมกัน ทั้ง Movement, Recovery, Longevity, Wellness Club และ Franchise
บริษัทมีรายได้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปี 2570 เติบโต 20% โดยระบุว่าบริการใหม่ โดยเฉพาะ Longevity และ Recovery จะเป็นหนึ่งใน New S-Curve ที่สำคัญของธุรกิจในระยะต่อไป
เมื่อรวมกับการเติบโตของ BELFINN Wellness Club และการขยาย POP Pilates และ The Reformer Society ผ่าน Franchise ทั้งไทยและต่างประเทศ บริษัทวางเป้าหมายให้รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทในปี 2571
โจทย์ของ Absolute ในรอบนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็น “เจ้าแม่โยคะร้อน” หรือผู้นำ Pilates เหมือนในอดีตเพียงอย่างเดียว
แต่คือการเปลี่ยนจาก Boutique Fitness Operator สู่ Wellness Ecosystem แบบ Multi-brand ที่แต่ละแบรนด์รับผิดชอบผู้บริโภคต่าง Segment และสามารถต่อยอดรายได้จากหลายช่วงของ Health Journey
สิ่งที่น่าสนใจคือ การลงทุนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่ Absolute มองว่าตลาด Wellness ยังโต แต่การแข่งขันกำลังเข้าสู่อีกเฟสหนึ่ง
เมื่อผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น และแบรนด์ระดับ Global เข้ามาเปิดตลาด ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถพึ่งเพียงกระแสสุขภาพเพื่อสร้างการเติบโตได้อีกต่อไป
สิ่งที่จะตัดสินผู้ชนะอาจเปลี่ยนไปเป็น Brand Differentiation, Specialist Expertise, Data, Cost Management, Community และความสามารถในการสร้างบริการใหม่ได้เร็วพอ
สำหรับ The Absolute Group การขยับพร้อมกันทั้ง BELFINN, Absolute Movement and Recovery และเกม Franchise จึงเป็นการวางเดิมพันว่า ตลาด Wellness ในระยะต่อไปจะไม่ได้ต้องการเพียง “สถานที่ออกกำลังกาย”
แต่กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อม Movement–Recovery–Longevity–Lifestyle เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
และหากแผนรายได้ 1,000 ล้านบาทในปี 2571 เดินไปตามเป้า นี่อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของ Absolute จากผู้บุกเบิก Yoga และ Pilates ในไทย สู่การเป็นหนึ่งในผู้เล่น Wellness Lifestyle ที่วางเกมเติบโตในระดับภูมิภาค





