

OpenNote ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเพียงหูฟังสำหรับฟังเพลงหรือรับสาย แต่ถูกวางตำแหน่งเป็น AI Productivity Hardware ที่ช่วยจัดการข้อมูลจากการประชุมและการสนทนา ตั้งแต่บันทึกเสียง ถอดบทสนทนา สรุปประเด็น ไปจนถึงสร้างรายการสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ
แนวคิดของผลิตภัณฑ์ค่อนข้างตรงไปตรงมา คือช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องเลือกระหว่างการ “ตั้งใจฟัง” กับการ “ก้มหน้าจด” ระหว่างประชุม

หนึ่งในฟีเจอร์หลักของ OpenNote คือ AI Summary & To-Do ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญจากการประชุม และดึงสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อออกมาเป็นรายการงานโดยอัตโนมัติ
viaim ระบุว่า ระบบสามารถจัดระเบียบข้อมูลจากการประชุมความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงได้ภายในเวลาราว 1 นาที พร้อมรองรับการรวมไฟล์บันทึกหลายรายการก่อนนำไปประมวลผล
ฟีเจอร์นี้น่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องเข้าประชุมหลายครั้งต่อวัน รวมถึงทีมขาย นักข่าว ครีเอเตอร์ นักศึกษา และองค์กรที่ต้องจัดการข้อมูลจากบทสนทนาจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการถอดเสียง การแยกผู้พูด และความสามารถของ AI ในการจับประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับการสนทนาภาษาไทยหรือการประชุมที่มีผู้พูดหลายคน

OpenNote รองรับการถอดเสียงสูงสุด 78 ภาษา และ 145 สำเนียง เพื่อรองรับการสื่อสารข้ามประเทศและการทำงานร่วมกับทีมที่ใช้ภาษาหลากหลาย
ส่วนระบบถอดเสียงและแปลแบบเรียลไทม์ระหว่างการประชุม รองรับสูงสุด 15 ภาษา พร้อมแสดงข้อความผ่านแอป จัดระเบียบเนื้อหา และทำเครื่องหมายช่วงสำคัญเพื่อกลับมาดูภายหลัง
ตัวหูฟังยังรองรับแพลตฟอร์มประชุมและการสื่อสารหลายแพลตฟอร์ม เช่น Zoom, Microsoft Teams, Google Meet, Webex, WhatsApp และ Skype ทั้งนี้ การใช้งานอาจแตกต่างกันตามอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการ
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทำให้ OpenNote แตกต่างจากหูฟังทั่วไปคือ FlashRecord ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้กดค้างบริเวณเซนเซอร์ของหูฟังเพื่อเริ่มบันทึกเสียงได้โดยตรง โดยไม่ต้องเปิดแอปก่อน
ระบบรองรับทั้งการพูดคุยแบบพบหน้า การประชุมในห้องขนาดเล็ก การโทรศัพท์ การประชุมออนไลน์ รวมถึงการบันทึกเสียงจากวิดีโอ พอดแคสต์ และคอร์สออนไลน์
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า โหมดบันทึกแบบพบหน้ารองรับการรับเสียงในระยะประมาณ 7 เมตร และช่วยแยกผู้พูดในการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหลายคน ส่วนระบบบันทึกสายอัตโนมัติสำหรับสายเรียกเข้ารองรับการใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ
เมื่อเชื่อมต่อกับแอปแล้ว ไฟล์จาก FlashRecord จะถูกดาวน์โหลดและซิงก์เข้าสู่โทรศัพท์โดยอัตโนมัติ พร้อมรองรับการดาวน์โหลดเบื้องหลังและการดาวน์โหลดต่อจากจุดเดิม เพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหาย
อย่างไรก็ตาม การบันทึกการประชุมหรือบทสนทนาควรแจ้งและได้รับความยินยอมจากผู้ร่วมสนทนาก่อนใช้งาน รวมถึงควรตรวจสอบนโยบายเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของบริการ AI ให้ชัดเจน

สำหรับการทำงานเป็นทีม OpenNote รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Zapier เพื่อส่งบทสรุป ข้อความถอดเสียง และรายการ To-Do ไปยังเครื่องมือภายนอก เช่น Notion, Slack และ Google Docs โดยอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนการคัดลอกและจัดย้ายข้อมูลด้วยตนเอง
ผู้ใช้ยังสามารถสร้างลิงก์เพื่อแชร์เนื้อหาการประชุมให้ผู้อื่นเปิดดูผ่านเว็บ และซิงก์ข้อมูลระหว่างโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ได้
จุดนี้ทำให้ OpenNote ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบันทึกข้อมูล แต่พยายามเชื่อมบทสนทนาเข้าสู่กระบวนการทำงานของทีม ตั้งแต่การสรุปประเด็นไปจนถึงการมอบหมายงานต่อ
OpenNote ใช้ดีไซน์แบบ Open-Ear หรือ Non-In-Ear ซึ่งไม่สอดเข้าไปในช่องหู ทำให้ผู้ใช้ยังรับรู้เสียงรอบข้าง เหมาะกับการทำงานในออฟฟิศ การเดินทาง หรือพื้นที่ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย
viaim ระบุว่า โครงสร้างของหูฟังพัฒนาจากฐานข้อมูลรูปทรงใบหูมากกว่า 10,000 รูปแบบ มีการกระจายน้ำหนักหลายจุด และลดความหนาของส่วนเกี่ยวหูเพื่อไม่ให้รบกวนขาแว่น
ภายในใช้ลวดไทเทเนียมแบบ Memory Wire เกรดอากาศยาน ขนาด 0.8 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถคืนรูปหลังการบิดงอ พร้อมวัสดุซิลิโคนชนิดอ่อนบริเวณที่สัมผัสใบหู
ข้อดีของดีไซน์ Open-Ear คือความสบายและการรับรู้เสียงรอบตัว แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาในการใช้งานจริงคือเรื่องเสียงรั่ว คุณภาพเสียงในพื้นที่เสียงดัง และความกระชับเมื่อสวมใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
OpenNote รองรับการใช้งานเฉพาะตัวหูฟังสูงสุด 19 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเพิ่มเป็นสูงสุด 53 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็ว โดยชาร์จประมาณ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้ราว 3 ชั่วโมง
ตัวหูฟังผ่านมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP55 แต่เคสชาร์จไม่กันน้ำ
ด้านการเชื่อมต่อ รองรับการเชื่อมอุปกรณ์สองเครื่องพร้อมกัน เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ และสามารถสลับไปยังอุปกรณ์ที่กำลังเล่นเสียงได้โดยอัตโนมัติ

แม้ OpenNote จะเน้นการทำงานเป็นหลัก แต่ยังรองรับการฟังเพลงผ่านไดรเวอร์แบบ Racetrack พร้อมมาตรฐาน Hi-Res Audio Wireless และการส่งสัญญาณแบบ LHDC
ภายในแอปมีโปรไฟล์เสียงให้เลือกหลายแบบ พร้อม Equalizer แบบ 8 ย่าน รวมถึง Podcast Mode และ Game Mode สำหรับช่วยลดความหน่วง
อย่างไรก็ตาม เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุขนาดไดรเวอร์ไว้ไม่ตรงกัน โดยหน้าคุณสมบัติด้านเสียงระบุขนาด 18 × 11 มิลลิเมตร ขณะที่หน้าสเปกระบุเป็นไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 11 มิลลิเมตร จึงเป็นข้อมูลที่ควรตรวจสอบกับแบรนด์อีกครั้งก่อนเผยแพร่เป็นสเปกทางการ
ภาพรวมของ OpenNote สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดอุปกรณ์เสียง ซึ่งกำลังขยับจากการแข่งขันเรื่องคุณภาพเสียง แบตเตอรี่ และระบบตัดเสียงรบกวน ไปสู่การใช้ AI เข้ามาจัดการข้อมูลหลังการสนทนา
บนกระดาษ OpenNote มีฟีเจอร์ค่อนข้างครบสำหรับคนทำงาน ตั้งแต่เริ่มบันทึกผ่านตัวหูฟัง ถอดเสียง สรุปประชุม สร้าง To-Do เชื่อมต่อเครื่องมือทำงาน ไปจนถึงแชร์ข้อมูลข้ามอุปกรณ์
แต่สิ่งที่จะตัดสินว่า OpenNote ตอบโจทย์ตลาดไทยได้จริงหรือไม่ คือความแม่นยำในการถอดเสียงภาษาไทย ความสามารถในการแยกผู้พูดในสถานการณ์จริง คุณภาพของบทสรุป รวมถึงราคา เงื่อนไขการใช้บริการ AI และค่าใช้จ่ายหลังการซื้อ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับยังไม่ได้ระบุรายละเอียด
เพราะสิ่งที่ผู้ใช้ซื้อจากหูฟัง AI อาจไม่ใช่แค่คุณภาพเสียง แต่คือเวลาที่ได้คืนมาจากการไม่ต้องนั่งจดและสรุปการประชุมซ้ำอีกครั้ง





