วิจัยกรุงศรีปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เติบโตเหลือ 2.4% จาก 2.7%
04 Jun 2024

 

ในไตรมาส 1 ปี 2567 เศรษฐกิจไทยรอดพ้นภาวะถดถอยทางเทคนิค โดย GDP ไตรมาสแรกของปีขยายตัวดีกว่าคาดที่ 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและ 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนและรายได้จากการท่องเที่ยว แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอ่อนแอและไม่กระจายตัวในวงกว้าง สะท้อนจากการหดตัวในองค์ประกอบหลัก เช่น การส่งออกสินค้า การบริโภคสินค้าคงทน การลงทุนภาครัฐ และการบริโภคของภาครัฐ

 

ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีจึงได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2567 จาก 2.7% เหลือ 2.4% สาเหตุสำคัญจาก

(i) การส่งออกที่อ่อนแอและมีแนวโน้มเติบต่ำเพียง 1.8% (จากเดิมคาด +2.5%) ผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต ซึ่งทำให้การส่งออกกระจุกตัวในสินค้าประเภทที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ (Low value-added) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง โดยจากการศึกษาของวิจัยกรุงศรีพบว่า ประสิทธิภาพของแรงงาน (Labor productivity) หลังจากเกิดโรค โควิด-19 ลดลงถึง -1.6% ต่อปี (CAGR) และลดลงชัดเจนในหลายภาคอุตสาหกรรม แตกต่างจากช่วงก่อนเกิดโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นราว 4.2% ต่อปี นอกจากนี้ ภาคส่งออกยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจทวีความรุนแรงในอนาคต

(ii) การอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้ากว่าคาด ส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในปีนี้มีแนวโน้มหดตัว -1.1% (จากเดิมคาด +2.4%) และ

(iii) การลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของภาคส่งออกและและความล่าช้าของการลงทุนภาครัฐ แต่เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนบ้างจากภาคบริการที่เติบโตดีหนุนให้การลงทุนภาคเอกชนในปีนี้เติบโตที่ 3.0% (เดิมคาด 3.3%)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ตามปัจจัยเชิงวัฏจักร (Cyclical factors) โดยการใช้จ่ายภาครัฐจะมีบทบาทมากขึ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่กลางไตรมาส 2 ของปี ประกอบกับภาคท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งได้แรงหนุนจากมาตรการวีซ่าฟรีที่ขยายเพิ่มเป็น 93 ประเทศ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 จะอยู่ที่ 35.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 89% ของช่วงเกิดโควิด-19

สำหรับการบริโภคภาคเอกชน แม้ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็นขยายตัวที่ 3.4% (เดิมคาด 3.1%) โดยเป็นผลจากการเติบโตในช่วงไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งถึง 6.9% จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายต่างๆ อาทิ โครงการ Easy E-Receipt อย่างไรก็ตาม การบริโภคมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นในช่วงที่เหลือของปี อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อรายได้ภาคเกษตร

 

สำหรับมุมมองด้านดอกเบี้ยนโยบายของไทย หลายปัจจัยบ่งชี้ว่าโอกาสปรับลดดอกเบี้ยมีน้อยลงอย่างชัดเจน เนื่องจากตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปีนี้ใกล้เคียงกับที่ ธปท. ได้ประมาณการไว้ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปน่าจะทยอยปรับดีขึ้นสอดคล้องกับการประเมินของ ธปท. และหลักการดำเนินนโยบายการเงินที่อาศัยการคาดการณ์เศรษฐกิจเป็นเครื่องชี้นำ (Outlook-dependent)

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยปรับเพิ่มขึ้นสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ได้ตั้งแต่ในช่วงกลาง ปี 2567 และที่สำคัญ ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ตลอดจนสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ของรัฐหลายแห่งได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งช่วยลดความจำเป็นสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวงกว้าง ดังนั้น วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ในช่วงที่เหลือของปีนี้

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม
วิจัยกรุงศรี: https://www.krungsri.com/th/research/home
อีเมล: krungsri.research@Krungsri.com

[อ่าน 807]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
5 “Art Toy” ยอดฮิต ของแรร์ที่นักสะสมตามหา
ใครเรียกใช้แอปฯ Maximในประเทศไทยบ้าง: ภาพรวมของจำนวนผู้โดยสาร
“แอปหาคู่” เจาะเทรนด์คนรุ่นใหม่หารักออนไลน์
The Attraction เผยเสียงสะท้อนคนไทย 99% อยากเห็นประเทศไทยมี “สมรสเท่าเทียม” !!
Google เผยจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่คนไทยให้ความสนใจ และเทรนด์กิจกรรมในช่วงวันหยุด
3 เทรนด์ด้าน Payment ที่ธุรกิจการเงินต้องจับตา
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved