การวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning) สำคัญอย่างไร
14 Feb 2025


ในยุคปัจจุบันนี้มีธุรกิจใหม่ๆ แบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแบรนด์สินค้าบริการต่างๆ ก็พยายามนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เป็นลูกค้าของตนให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากแบรนด์ใดสามารถนำเสนอจุดเด่นของสินค้าบริการที่ไม่เหมือนใครและมีการสื่อสารไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้เกิดการรับรู้และจดจำได้ ก็เรียกได้ว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

 

การที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดเข้าใจจุดแข็งที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ และสามารถสร้างให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเกิดการจดจำได้นั้น เรียกว่า การวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning)  ซึ่งความสำคัญของการวางตำแหน่งแบรนด์ (Brand Positioning) นี้จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดสามารถเปลี่ยนกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีในแบรนด์สินค้าบริการได้ หากสามารถทำให้สินค้าบริการของแบรนด์นั้นเกิดคุณค่าในสายตาของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายและหันมาซื้อสินค้าบริการของเราอย่างเต็มใจ ซึ่งเข้าไปลึกถึงจิตใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายก็จะสามารถทำให้กลายเป็นลูกค้าของเราได้ในที่สุด

ในฉบับนี้ การตลาด 101 จะขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning) ว่าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไรในยุคปัจจุบัน และมีขั้นตอนเบื้องต้นในการวางตำแหน่งของแบรนด์อย่างไรบ้าง ติดตามกันได้เลยครับ

 

การวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning) คืออะไร

การวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning) คือ การสร้างภาพลักษณ์สินค้าบริการแบรนด์ของเราให้สามารถเข้าไปยึดครองพื้นที่ในใจของผู้บริโภคกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ โดยการนำเสนอสินค้าบริการ ที่สะท้อนถึงจุดเด่นหรือคุณค่าของสินค้าบริการ ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเกิดการรับรู้และจดจำแบรนด์ได้ รวมไปถึงการทำให้เกิดการตัดสินใจซื้ออีกด้วย

ซึ่งในยุคปัจจุบันที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูง การวางตำแหน่งของแบรนด์ให้สามารถครองใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดความเข้าใจเพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การตลาดและวางแผนงานให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้

 

3 ขั้นตอนเบื้องต้นในการวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning)

 

  • ขั้นที่ 1 เข้าใจสินค้าบริการของตนเอง

เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต้องทำความเข้าใจในสินค้าบริการของตนเอง เรามีจุดแข็ง-จุดอ่อน เรื่องใด กำหนดพันธกิจ คุณค่าของแบรนด์ที่ชัดเจน ว่าแบรนด์เราจะทำอะไรและไม่ทำอะไร สร้างการสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเกิดการจดจำรูปแบบใด

และสิ่งที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดกำหนดขึ้นมานี้ ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมีการตอบรับและรู้สึกอย่างไร เรื่องไหนบ้างที่ดี เรื่องไหนบ้างที่ไม่ดี และจุดไหนบ้างที่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเห็นคุณค่าแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่นๆ

เพื่อให้เราเข้าใจจุดแข็ง-จุดอ่อนของแบรนด์ได้มากขึ้น และสามารถสื่อสารไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเนื้อหาในการสื่อสารควรคำนึงถึง ความเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ก็จะช่วยให้เกิดการจดจำได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

  • ขั้นที่ 2 ทำความเข้าใจสภาพตลาดและคู่แข่งขัน

หลังจากที่เข้าใจจุดแข็ง-จุดอ่อนของแบรนด์แล้ว เจ้าของกิจการและนักการตลาดต้องวิเคราะห์สภาพตลาดเพื่อทำความเข้าใจถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมที่แบรนด์ลงไปแข่งขันว่าตอนนี้เป็นอย่างไร มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางไหน รวมถึงการวิเคราะห์ความสามารถของแบรนด์คู่แข่งขัน ในเรื่องสินค้าบริการว่า มีจุดแข็ง-จุดอ่อน และมีการวางกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างไร รวมถึงความสามารถในการส่งมอบคุณค่า (Value) ทำให้กับลูกค้าทำให้ลูกค้ารู้สึกดีหรือประทับใจอะไรบ้าง

เพื่อให้เราสามารถวางตำแหน่งของแบรนด์ให้มีความแตกต่างและไม่เหมือนใคร เพื่อให้สามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

 

 

  • ขั้นที่ 3 การเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่อกำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์

ขั้นตอนนี้เจ้าของกิจการและนักการตลาดควรทำความเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ว่าเขามีความต้องการสินค้าบริการเพื่อใช้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างไร มีปัญหาเรื่องใดเกี่ยวกับการใช้สินค้าบริการอยู่บ้าง และมีสินค้าบริการอะไรที่ยังไม่มีแบรนด์ใดในตลาดสามารถตอบโจทย์ความต้องการหรือแก้ปัญหาของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เลย

และลองพิจารณาดูว่าสินค้าบริการแบรนด์ของเรานั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการหรือช่วยแก้ปัญหาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้นได้อย่างไรบ้าง หรือเราสามารถพัฒนาสินค้าบริการใหม่ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับความต้องการนั้นได้หรือไม่ เป็นต้น

ซึ่งหากแบรนด์สินค้าของเราสามารถตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้โดยที่ยังไม่มีคู่แข่งรายใดในตลาดสามารถทำได้ นั่นคือโอกาสอันนี้ที่เราจะสามารถกำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์เพื่อสร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยาก

 

ซึ่งการที่เจ้าของกิจการและนักการตลาดเข้าใจความสำคัญของการวางตำแหน่งของแบรนด์และ 3 ขั้นตอนเบื้องต้นในการวางตำแหน่งของแบรนด์ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ก็จะช่วยให้เห็นภาพในการวางตำแหน่งของแบรนด์เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นและสามารถครองใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยาก ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

 



บทความจากนิตยสาร MarketPlus ฉบับที่ 172

[อ่าน 15,467]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ยาดมตราโป๊ยเซียน" ก้าวสู่ 100 ปีแห่งความยั่งยืน ชูแนวคิด "Small Big Thing" เรื่องเล็กที่สร้างคุณค่าใหญ่ สะท้อนตัวตนแบรนด์
ทีเส็บวางหมาก “ไมซ์ใต้” เชื่อมจุดแข็งรายจังหวัด ดันสงขลาฮับอาหาร–ฮาลาลสู่สากล
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
“ปพน มนัสภากร” เปิดเกม Brandname Money ต่อยอดแบรนด์เนมสู่สินทรัพย์–โอกาสการเงิน
Sunshine Dairy เปิดเกม “Everyday Protein Milk” ดึง PERSES ปั้นนมไฮโปรตีนให้เป็นเรื่องใกล้ตัวทุกวัน ตั้งเป้า 2.2 พันล้านบาท
เมื่อ “นูกัต” ไม่ได้เป็นแค่ของฝาก เนสไลน์ปั้น “นูกัตโตะ” ให้เป็นขนมเคี้ยวสนุก เข้าถึงง่าย และพร้อมไวรัลบนโซเชียล
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved