Louis Vuitton x Real Madrid กลยุทธ์ครองใจผู้บริโภค ด้วยความหรูที่ "สวมใส่ได้"
16 Jun 2025

เมื่อราชาแห่งแฟชั่น จับมือราชาแห่งลูกหนัง สร้างอิทธิพลระดับโลกผ่านชุดนอกสนาม หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) แบรนด์ลักชัวรีอันดับหนึ่งของโลก เดินหมากการตลาดครั้งใหญ่ด้วยการประกาศความร่วมมือระยะยาวกับสโมสรเรอัล มาดริด (Real Madrid) ทีมฟุตบอลระดับตำนานจากสเปน ในการออกแบบชุดนอกสนาม (off-field wardrobe) สำหรับนักเตะชาย-หญิง และทีมบาสเกตบอลชายของสโมสร โดยอยู่ภายใต้การออกแบบของ ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ (Pharrell Williams) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เสื้อผ้าบุรุษของแบรนด์

 

ดีลนี้ไม่ใช่เพียงแค่ “เสื้อผ้า” แต่คือกลยุทธ์แบรนด์ที่เฉียบขาด สะท้อนการขยับของ Louis Vuitton จาก “แฟชั่น” ไปฝังรากในวัฒนธรรมกีฬาและความใฝ่ฝันของคนทั่วโลก

 

“ฟุตบอลคือกีฬาหมายเลขหนึ่งของโลก และเรอัล มาดริดคือทีมในตำนานของโลก” Pietro Beccari CEO Louis Vuitton กล่าวพร้อมเสริมว่า “นี่คือการจับมือของราชาสองวงการ”

 

 

ทำไมดีลนี้ถึงทรงพลัง?

 

1. LV ไม่ได้ขายเสื้อผ้า แต่ขายสถานะและความฝัน

ด้วยการให้เหล่านักเตะระดับโลกอย่าง Jude Bellingham, Kylian Mbappé, Thibaut Courtois และ Vinícius Júnior สวมชุดเดินทางของแบรนด์ ภาพของ Louis Vuitton จะถูกถ่ายทอดทุกครั้งที่ทีมเดินทางหรือออกงาน เปลี่ยนสนามบินเป็นรันเวย์ เปลี่ยนการแข่งขันเป็นเวทีแฟชั่น

 

2. สอดรับกับวิสัยทัศน์ของเรอัล มาดริด ที่มุ่ง “ความเป็นเลิศ” ทุกมิติ 

Emilio Butragueño ผู้อำนวยการฝ่ายสัมพันธ์สถาบันของสโมสร กล่าวว่า “ทั้งเรอัล มาดริด และหลุยส์ วิตตอง ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน สร้างแรงบันดาลใจระดับโลก และส่งต่อมรดกแห่งความยิ่งใหญ่ข้ามกาลเวลา”

 

3. การเลือก “Pharrell” คือการเชื่อม luxury เข้ากับ pop culture อย่างแยบยล 

ฟาร์เรลล์คือไอคอนแห่งความร่วมสมัย เป็นศิลปินผู้เข้าใจวัฒนธรรมรุ่นใหม่ และมีอิทธิพลในหมู่นักกีฬา ศิลปิน และคนรุ่นใหม่ทั่วโลก การออกแบบของเขาจึงไม่ใช่แค่ “สวย” แต่ยัง “ขายได้”

 

 

ทั้งนี้ Louis Vuitton เคยสร้างหีบพิเศษสำหรับถ้วยแชมป์ FIFA World Cup, NBA, Rugby World Cup, F1 Monaco Grand Prix และล่าสุดคือหีบเหรียญรางวัลโอลิมปิกปารีส 2024 ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญที่ว่า "ทำให้แบรนด์อยู่ในช่วงเวลาสำคัญของมนุษยชาติ"

 

 

การจับมือกับเรอัล มาดริดจึงไม่ใช่แค่การ “แต่งตัวนักกีฬา” แต่คือการเข้าไปนั่งอยู่กลางใจของผู้ชมทั่วโลกอย่างแนบเนียน

ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์นี้ ทำให้ Louis Vuitton ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นในสนามแฟชั่นหรูเท่านั้น แต่วางหมากในเกมชีวิตของผู้คน ด้วยการผสานพลังระหว่าง “Luxury Icon” กับ “Sporting Legend” อย่างแท้จริงคือการขยายจักรวาลของแบรนด์ให้กลายเป็น culture ที่คนทั้งโลกร่วมรู้สึก เป็นกลยุทธ์ที่ทั้งสง่างาม มีกลิ่นอายความฝัน และทรงพลังอย่างยิ่งในโลกการตลาดยุคใหม่

[อ่าน 24,416]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก เปิดมาตรฐานอาหาร เครื่องดื่มฉบับใหม่ กำหนดเกณฑ์เมนูจากพืช 30%
Apple เลือกเกม AI ประมวลผลบนเครื่อง ลดต้นทุน–ชูความเป็นส่วนตัว
STB–Traveloka ต่อจิ๊กซอว์ท่องเที่ยวสิงคโปร์ ใช้ Data และ AI เจาะนักเดินทาง 5 ตลาด
หนิงโปพลิกบทบาทเมืองท่าโบราณ สู่ฐานการผลิตอัจฉริยะบนเส้นทางสายไหมทางทะเลยุคใหม่
ทำไม McDonald’s ถึงค่อยๆ หายไปจาก Walmart
7-Eleven ลุยขยายทั่วโลก ตั้งเป้า 100,000 สาขา ไม่ยึดสูตร “Japan Way” ทุกตลาด
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved