
ในอดีต แบรนด์แฟชั่นหรูยืนอยู่บนฐานของ “ความสูงส่งและความห่าง” แต่วันนี้ Louis Vuitton เลือกขยับเข้าหาโลกของดนตรี สตรีทคัลเจอร์ และ Pop Culture อย่างเป็นรูปธรรม การให้แบมแบมขึ้นรันเวย์จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มสีสันให้โชว์ แต่คือการ “ยอมรับพลังของวัฒนธรรมป๊อป” อย่างเป็นทางการ
แบมแบมไม่ใช่แค่นักร้อง K-pop หากแต่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีฐานแฟนคลับข้ามชาติ ไลฟ์สไตล์ชัด และมีอิทธิพลบนแพลตฟอร์มดิจิทัล การปรากฏตัวของเขาทำให้รันเวย์จากพื้นที่ของแฟชั่นอินไซเดอร์ กลายเป็นเวทีสนทนาของคนหลายวงการในคราวเดียว
ตลาดเอเชียยังคงเป็นหัวใจการเติบโตของอุตสาหกรรมลักชัวรี ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้บางช่วงกำลังซื้อจะผันผวน แต่ไม่มีแบรนด์ใด “ถอย” จากสนามนี้
ในบริบทนี้ แบมแบมคือ “ตัวเชื่อม” ระหว่างแบรนด์ยุโรปกับผู้บริโภครุ่นใหม่ในเอเชีย แทนการพึ่งพาดาราฮอลลีวูดแบบเดิม Louis Vuitton เลือกคนที่ตลาดเอเชียรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม ลดช่องว่างทางวัฒนธรรม และสร้างความรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจโลกของพวกเขาจริง
พลังสำคัญที่แบมแบมนำมาให้แบรนด์ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่คือ “เครือข่ายการสื่อสาร” แฟนคลับทำหน้าที่เป็นทั้งผู้กระจายข่าว นักรีวิว และผู้สร้างคอนเทนต์แบบออร์แกนิก ส่งผลให้ภาพและคลิปจากโชว์ถูกแชร์เป็นวงกว้าง แฮชแท็กติดเทรนด์ และสื่อกระแสหลักหยิบไปต่อยอด
ในเชิงการตลาด นี่คือการได้พื้นที่สื่อมหาศาลโดยไม่ต้องเพิ่มงบโฆษณา และเป็นหลักฐานว่าอิทธิพลของแฟนด้อมกำลังกลายเป็นกลไกหลักของแบรนด์ยุคใหม่
สิ่งที่น่าสนใจคือ Louis Vuitton ไม่ได้แค่ “เอาดารามาเดินโชว์” แต่กำลังปรับนิยามของรันเวย์ จากพื้นที่ของมืออาชีพเฉพาะกลุ่ม สู่เวทีที่สะท้อนสังคมจริง ที่ดนตรี แฟชั่น และตัวตนของคนรุ่นใหม่มาบรรจบกัน
แนวคิดนี้สอดรับกับทิศทางของ Pharrell Williams ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชาย ที่ผลัก Louis Vuitton ให้เป็นแบรนด์ลักชัวรีที่ “ร่วมสมัย มีชีวิต และเข้าถึงวัฒนธรรม”

หากมองอย่างเป็นกลาง นี่ไม่ใช่เรื่องการผลักดันศิลปินไทยสู่เวทีโลก แต่คือเกมขยายตลาดของแบรนด์ระดับโลกที่ใช้แบมแบมในฐานะ “สื่อ–คีย์แมน–ตัวแทนวัฒนธรรม” เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ปักธงตลาดเอเชีย และรีเฟรชภาพลักษณ์ให้สดขึ้น
การเดินรันเวย์ครั้งนี้ยังมีนัยเชิงสัญลักษณ์ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่คนไทยกลับขึ้นรันเวย์ Louis Vuitton อีกครั้ง ต่อจาก Si Phitsinee ที่เคยเดินโชว์ Spring 2011
ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก—การขยับจาก “แบรนด์เป็นศูนย์กลาง” สู่ “วัฒนธรรมเป็นศูนย์กลาง” และคนอย่างแบมแบมคือจุดตัดของดนตรี แฟชั่น แฟนด้อม และตลาดเอเชีย ที่กำลังกำหนดทิศทางใหม่ของธุรกิจลักชัวรีในยุคปัจจุบัน
#BamBam #BamBamxLV #LVMenFW26 #ParisFashionWeek #LuxuryMarketing #PopCulture #ตลาดเอเชีย #ธุรกิจแฟชั่น





