PSP เดินเกมรุก M&A เพิ่มถือหุ้น “WhatsEGG” 75% ต่อยอดธุรกิจ ยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล
05 Feb 2026

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ล่าสุด ปิดดีลเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท วอทส์เอ็ก (ประเทศไทย) จำกัด (WhatsEGG) แพลตฟอร์มซื้อขายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนการถือหุ้น 30% เป็น 75%

 

สำหรับการปิดดีลดังกล่าว ส่งผลให้ WhatsEGG มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ PSP อย่างเป็นทางการ สะท้อนทิศทางต่อยอดธุรกิจใหม่และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ที่หลากหลาย โดย PSP มองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดซื้อขายอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องตามจำนวนรถยนต์สะสมและอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น การเข้าถือหุ้นเพิ่มในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดกลยุทธ์การขยายรายได้จากธุรกิจใหม่ พร้อมยกระดับ WhatsEGG ผ่านการทำงานร่วมกับธุรกิจในกลุ่ม PSP เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

 

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน บริษัท วอทส์เอ็ก (ประเทศไทย) จำกัด (WhatsEGG) จากเดิม 30% เป็น 75% ในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับทิศทางการขยายการลงทุนของ PSP ไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่าน บริษัท พี.เอส.พี. เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลไกการลงทุนในธุรกิจใหม่โดยเฉพาะ ทั้งนี้ PSP มองว่า WhatsEGG เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีศักยภาพสูง ทั้งในมิติของเทคโนโลยี ข้อมูล และการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 75% จะทำให้ PSP สามารถกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การลงทุน และการพัฒนาแพลตฟอร์มได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเร่งการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มบริษัทโดยรวม

 

“หลังการเข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 75% แล้ว PSP วางบทบาทให้ WhatsEGG เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของกลุ่มบริษัท ทำหน้าที่เชื่อมโยง Ecosystem ของอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าด้วยกัน ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตอะไหล่ ผู้จัดจำหน่าย อู่ซ่อมรถ บริษัทโลจิสติกส์ ฟลีทขนส่งเชิงพาณิชย์ บริษัทประกันภัย ไปจนถึงผู้บริโภค โดยไม่เพียงสร้างแหล่งรายได้ใหม่ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการรวบรวมข้อมูลบิ๊กดาต้าเชิงลึก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจหลักของ PSP ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นในระยะยาว โดยจากดีลดังกล่าว PSP จะเริ่มรับรู้รายได้ของ WhatsEGG เข้ามาในงบการเงินรวมทันทีภายหลังการดำเนินการเข้าถือหุ้นแล้วเสร็จ” นายเสกสรร กล่าว

 

 

นายเสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจ จะเกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งด้านเชิงพาณิชย์ โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นของลูกค้า PSP อะไหล่ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในกลุ่ม PSP ผ่านแพลตฟอร์ม EGGMallเข้าถึงลูกค้าทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ได้โดยตรง ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการนำระบบบริหารจัดการ EggAli และ EggRepair มาเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้า อู่ซ่อมรถ และบริษัทประกันภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการบริหารสต็อกสินค้า ขณะเดียวกันยังสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมการซื้อและการใช้บริการมาวิเคราะห์ เพื่อต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

นอกจากนี้ PSP มีแผนพัฒนา WhatsEGG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายฐานลูกค้าไปยังบริษัทประกันภัย อู่ซ่อมรถ บริษัทโลจิสติกส์ ฟลีทขนส่งเชิงพาณิชย์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงขยายการใช้งานภายในกลุ่มบริษัท พร้อมยกระดับศักยภาพด้าน Data Analytics เพื่อรองรับการใช้งานในระดับประเทศ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว ในด้านโครงสร้างการบริหาร PSP ได้ส่งผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการใน WhatsEGG จำนวน 3 ตำแหน่ง เพื่อกำกับดูแลเชิงนโยบายและขับเคลื่อนให้การดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทางของกลุ่มบริษัท โดยยังคงเน้นความคล่องตัวในการบริหารและการเติบโตของธุรกิจเป็นสำคัญ

 

PSP มองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านอะไหล่และระบบบริหารจัดการยานยนต์ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า จากมูลค่าตลาดชิ้นส่วนอะไหล่หลังการขาย(Aftermarket) ในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 7 หมื่นล้านบาท และแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ซึ่งทำให้ตลาด E-Commerce ยานยนต์มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย WhatsEGG ถือเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ในตำแหน่งพร้อมที่สุดในการคว้าโอกาสดังกล่าว

 

ดีลการลงทุนครั้งนี้ยังสะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจของ PSP ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น แต่เดินหน้าสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Technology และ Data อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG โดย WhatsEGG จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากร ลดของเสียในระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนผู้ประกอบการ SME อู่ซ่อมรถรายย่อยให้เข้าถึงเทคโนโลยี และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่ม PSP และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

[อ่าน 1,255]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ยาดมตราโป๊ยเซียน" ก้าวสู่ 100 ปีแห่งความยั่งยืน ชูแนวคิด "Small Big Thing" เรื่องเล็กที่สร้างคุณค่าใหญ่ สะท้อนตัวตนแบรนด์
ทีเส็บวางหมาก “ไมซ์ใต้” เชื่อมจุดแข็งรายจังหวัด ดันสงขลาฮับอาหาร–ฮาลาลสู่สากล
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
“ปพน มนัสภากร” เปิดเกม Brandname Money ต่อยอดแบรนด์เนมสู่สินทรัพย์–โอกาสการเงิน
Sunshine Dairy เปิดเกม “Everyday Protein Milk” ดึง PERSES ปั้นนมไฮโปรตีนให้เป็นเรื่องใกล้ตัวทุกวัน ตั้งเป้า 2.2 พันล้านบาท
เมื่อ “นูกัต” ไม่ได้เป็นแค่ของฝาก เนสไลน์ปั้น “นูกัตโตะ” ให้เป็นขนมเคี้ยวสนุก เข้าถึงง่าย และพร้อมไวรัลบนโซเชียล
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved