เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด แนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า
09 Feb 2026

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการเลือกตั้งล่าสุดของไทย ซึ่งสะท้อนชัยชนะอย่างชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทยในระยะถัดไป จากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

 

นายจักร เรืองสินภิญญา กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมย์แบงก์ ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ณ สิ้นปี 2569 เป็น 1,500 จุด จากการปรับเพิ่มค่าเป้าหมาย P/E ขึ้นสู่ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16.0 เท่า จากเดิม 14.5 เท่า สะท้อนความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการ re-rating ของตลาดและเปิดทางให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และการค้า โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป”

 

เสถียรภาพทางการเมือง หนุนการฟื้นตัวของตลาดทุน

จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่งได้มากที่สุด และมีแนวโน้มเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพันธมิตร ส่งผลให้รัฐบาลใหม่มีเสียงสนับสนุนในสภาอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับที่ตลาดทุนต้องการ

 

เมย์แบงก์ มองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ และลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่กดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา

 

นโยบายรัฐคาดเน้น “บริโภค–ลงทุน–การค้า”

เมย์แบงก์ คาดว่าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจะแล้วเสร็จและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนจะเห็นการประกาศนโยบายสำคัญในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาล โดยลำดับแรกจะเป็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการลดค่าครองชีพ ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องจากแนวทางของรัฐบาลชุดก่อน

 

ขณะเดียวกัน จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือแนวโน้มการเร่งผลักดันการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Fast Pass เพื่อปลดล็อกโครงการลงทุนมูลค่ารวมราว 1.9 ล้านล้านบาท รวมถึงการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในแผน มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออก การผลิต และกำไรของภาคธุรกิจจดทะเบียนในระยะกลางถึงยาว

 

แนะนำหุ้นเด่นและกลุ่มที่ได้ประโยชน์

เมย์แบงก์ ยังคงแนะนำหุ้นที่ได้อานิสงส์จาก “election rally” ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ MTC กลุ่มท่องเที่ยว MINT กลุ่มสื่อสาร TRUE และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ AP นอกจากนี้ ยังมองเชิงบวกต่อหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากการไหลเข้าของ FDI และการขยายตัวของการค้าในปี 2569 ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ITC และ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CCET

 

เมย์แบงก์ เชื่อว่า การผสานกันของเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายเศรษฐกิจเชิงรุก และการฟื้นตัวของการลงทุน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างจังหวะการฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพให้กับตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

[อ่าน 1,575]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“สตีเบล เอลทรอน” ส่ง “X-Series” เครื่องทำน้ำอุ่นซีรีส์เรือธง รับเทรนด์เวลเนสลิฟวิ่ง พร้อมขยายพอร์ต B2C และ B2B
"AIA One Billion Day 2026" ยกระดับเทศกาลสุขภาพแห่งปี รวมการแข่งขันเทรลระดับนานาชาติ
กรุงเทพประกันชีวิต รวมพลังสุดยอดนักขาย ‘Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026’
‘เดอะมอลล์’ กรุ๊ป จับมือ ‘AIS’ ชวนลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’
AWC เปิดตัว “เอญ่า เวลเนส คลับ” ผนึก ไวทัลไลฟ์ สร้างจุดหมายปลายทางด้านเวลเนส
Burger King x DRAGON BALL ปลุกเกม Collaboration เสิร์ฟเมนูพิเศษ–ของสะสมลิขสิทธิ์แท้
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved