
ภาพรวมของ “โก โฮลเซลล์” วันนี้ ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงศูนย์ค้าส่งสำหรับร้านโชห่วยแบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังเร่งขยายบทบาทสู่การเป็นศูนย์รวมวัตถุดิบอาหารสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการมืออาชีพ โดยเฉพาะกลุ่ม HoReCa หรือโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง รวมถึงผู้บริโภคทั่วไป ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ปัจจุบันมี 14 สาขาทั่วประเทศ และมีสมาชิกมากกว่า 900,000 ราย

ยุทธศาสตร์สำคัญจากนี้ คือการหันไปเจาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z มากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าวัยทำงานและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง “ความคุ้มค่า” และ “คุณภาพ” ไปพร้อมกัน กลุ่มนี้ไม่ใช่ลูกค้าที่มองหาราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสินค้าที่ได้มาตรฐาน เหมาะกับการนำไปใช้ในธุรกิจ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่รวดเร็วขึ้น
ในด้านสินค้า “อาหารสด” ยังเป็นหัวใจสำคัญของโก โฮลเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักผลไม้ ซึ่งยังคงเป็นหมวดที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญ เพราะผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องการเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความสดก่อนนำไปประกอบอาหารหรือจำหน่ายต่อ โดยบริษัทระบุว่าสินค้าที่โดดเด่นยังอยู่ในกลุ่ม Butchery & Seafood และ Fruit & Vegetable ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของแบรนด์
นอกจากการรักษาจุดแข็งเรื่องสินค้าแล้ว เกมค้าส่งยุคใหม่ยังต้องขยับไปสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว โก โฮลเซลล์ จึงเร่งผลักดัน แอปพลิเคชัน GO WHOLESALE ให้เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อลูกค้ากับแบรนด์ ทั้งการสั่งซื้อสินค้า การรับโปรโมชั่น และการเข้าถึงบริการต่างๆ ของบริษัท ควบคู่กับช่องทางขายผ่านสาขา พนักงานขาย และ GO Express บน GrabMart เพื่อเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่มากขึ้น

ซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด
ในมุมการแข่งขัน สิ่งที่โก โฮลเซลล์ต้องรับมือไม่ต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น คือแรงกดดันจากต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าพื้นที่ ค่าดำเนินงาน หรือภาระของร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ยุทธศาสตร์จากนี้ ต้องเดินบนสมดุล 3 เรื่องพร้อมกัน คือ รักษาราคาที่แข่งขันได้ สร้างความร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อประคองเสถียรภาพราคา และ คุมมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะหมวดอาหารสดที่เป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์
นอกจากนั้น บริษัทยังมีการพัฒนาสินค้าแบรนด์ของตัวเองมากกว่า 1,800 รายการ ทั้ง A CHOICE, SUPER SAVE และ PRO SAVE เพื่อช่วยผู้ประกอบการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และสินค้า Non-Food ซึ่งสะท้อนว่า กลยุทธ์ของค้าส่งยุคใหม่ไม่ใช่แค่ “ขายเยอะ” แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเข้ามาที่เดียวแล้วได้ครบทั้งของสด ของใช้ และเครื่องมือช่วยประหยัดต้นทุนธุรกิจ

ถ้ามองภาพรวม การขยับครั้งนี้ของโก โฮลเซลล์ จึงไม่ใช่แค่การขยายสาขาหรือทำแอปเพิ่ม แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศค้าส่งครบวงจร ตั้งแต่หน้าร้านที่เข้าถึงง่าย วัตถุดิบอาหารสดที่เชื่อถือได้ ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยให้การซื้อของเร็วขึ้นและตรงความต้องการมากขึ้น เป้าหมายสุดท้ายคือการครองใจลูกค้ายุคใหม่ที่ไม่ได้มองแค่ “ของถูก” แต่ต้องการทั้ง ความคุ้มค่า คุณภาพ และความสะดวก ในที่เดียว





