
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ส่งออกไทย ว่า การส่งออกไทยเดือนมี.ค. 2569 ขยายตัวสูง 18.7% สวนทางกับที่คาดการณ์ว่าจะเห็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวสูงที่ 43.8% แม้ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการส่งออกไทย (contribution to growth 9.2%) โดยสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (data center) ยังมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ได้แก่ คอมพิวเตอร์ (ไม่รวม HDDs) และอุปกรณ์สื่อสาร และคาดว่า วัฏจักรความต้องการสินค้ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยการส่งออกของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือนเม.ย. ขยายตัวสูง 49.4%YoY มาจากอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งกร่ง
นอกจากนี้การเร่งส่งออกสินค้าบางรายการที่เคยถูกสหรัฐฯ เก็บภาษี Reciprocal tariffs อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังสหรัฐฯ ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 28.6%YoY โดยการส่งออกสินค้าไปยังตลาดดังกล่าวคาดว่าจะเร่งตัวต่อเนื่องจนกว่าสหรัฐฯ จะมีการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยังได้รับปัจจัยหนุนชั่วคราวจากการส่งออกสินค้าในหมวดอากาศยานที่ขยายตัวเกินกว่า 2,000%
ด้านการส่งออกไปยังตะวันออกกลางหดตัวแรงที่ -57.1% เริ่มส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด โดยการส่งออกหดตัวในเกือบทุกสินค้าเนื่องจากการขนส่งทางเรือที่ชะงักงันจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอุปสงค์ที่ลดลงในช่วงภาวะสงคราม อย่างไรก็ดี การส่งออกที่หดตัวกระทบต่อภาพรวมการส่งออกไทยไม่มาก (contribution to growth -2.5%)โดยแนวโน้มการส่งออกไปยังตลาดดังกล่าวคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2/2569 จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกระทบการส่งออกไทยไปยังตลาดดังกล่าว โดยเฉพาะจากปัญหาการขนส่งทางเรือและอุปสงค์ที่ลดลง แต่ผลกระทบต่อภาพรวมส่งออกไทยยังจำกัด เพราะสัดส่วนแรงกดดันยังไม่มากเมื่อเทียบกับแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกไทยยังมีทิศทางบวก คือ ความต้องการสินค้าในกลุ่ม AI และ Data Center ที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การส่งออกไทยปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นตามภาคส่งออก อาจทำให้ดุลการค้าไทยขาดดุลมากกว่าที่เคยประเมินไว้





