
ในวงเสวนาหัวข้อพิเศษ "Welcome to Marketing 7.0" ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยที่ได้รับเกียรติจากกูรูด้านการตลาดแถวหน้าของเมืองไทย ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ อุปนายกฝ่ายองค์ความรู้ด้านการตลาด และ คุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล อุปนายกฝ่ายการตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยี ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นการเสวนาที่ร่วมกัน ถอดรหัสทิศทางการตลาดโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีและมนุษย์ต้องทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการตลาดของบ้านเราต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน
มีดารมองกันว่า ในยุค Marketing 7.0 นักการตลาดต้องเผชิญกับ “ความย้อนแย้ง” (Paradox) ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์ผลงานได้รวดเร็วและประหยัดงบประมาณ แต่ในทางกลับกัน ผู้บริโภคอาจรู้สึกว่าขาดจิตวิญญาณและความเคารพในศิลปะ
นอกจากนี้ AI ยังเริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะ “Augmented Human” ที่ช่วยตัดสินใจซื้อแทนมนุษย์ (AI Shopping) ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญว่า แบรนด์จะสร้างตัวตนอย่างไรให้ AI แนะนำลูกค้า และจะหลีกเลี่ยงความจำเจ (Bias) ของ AI ที่มักจะแนะนำกลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกันได้อย่างไร
สิ่งที่จะต้องพบเจอในการทำตลาดในยุคนี้ก็คือ ความเร็วที่ต้องมาพร้อมความผูกพัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ Product Life Cycle สั้นลงอย่างมหาศาล การออกสินค้าใหม่ทำได้ในหลักชั่วโมงแทนที่จะเป็นปี แต่นั่นกลับทำให้ความจดจำแบรนด์ลดลง ภาคธุรกิจจึงต้องนำ Performance Marketing (การสร้างยอดขายฉับไว) มาทำงานควบคู่กับ Brand Building (การสร้างแบรนด์ระยะยาว) เพื่อไม่ให้สินค้าถูกลืมไปพร้อมกับวงจรผลิตภัณฑ์ที่หมุนไว
โดยหัวใจสำคัญของ Marketing 7.0: Cognitive Technology การตลาดยุค 7.0 เป็นการก้าวข้ามผ่านเพียงแค่การใช้ Big Data (ยุค 5.0) หรือโลกเสมือน (ยุค 6.0) ไปสู่การเป็น Augmented Human ที่เน้นความเข้าใจในกระบวนการทางสมองและจิตใจของมนุษย์ (Cognitive Technology)
นักการตลาดต้องเข้าถึง 3 แกนหลักเพื่อครองใจผู้บริโภค:
1. Attention: สร้างความน่าสนใจในระดับเสี้ยววินาที
2. Social Connection: สร้างจุดเชื่อมโยงทางสังคมและการมีส่วนร่วม
3. Reward Motivation: ใช้รางวัลหรือคุณค่าที่แตกต่างเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ
อย่างเรื่องของ กลยุทธ์ Lipstick Effect และพลังของ Micro-Influencer ในวันที่โลกผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และเศรษฐกิจ นักการตลาดต้องนำหลักการ Lipstick Effect มาใช้ คือการสร้างความสุขเล็กๆ ที่คุ้มค่าต่อใจ (High Emotional Value) ให้แก่ผู้บริโภคในยามลำบาก โดยเน้นความจริงใจผ่าน Nano หรือ Micro-Influencer ที่สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกระแส มากกว่าการใช้เงินทุ่มโฆษณาเพียงอย่างเดียว
การเสวนาครั้งนี้ มีการสรุป 5 กุญแจสำคัญ (Key Takeaways) เพื่อองค์กรในอนาคต ภายใต้แนวคิด “Human Harmony with Intelligence Layers” สมาคมการตลาดฯ ได้สรุป 5 ประเด็นที่องค์กรต้องปรับตัว ไล่ตั้งแต่
แน่นอนว่า AI อาจเลียนแบบพฤติกรรมได้ แต่ยังไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ชีวิต ค่านิยม และทัศนคติ (Value & Attitude) ของมนุษย์ได้ทั้งหมด
เพราะฉะนั้นแล้ว แบรนด์ที่หาช่องว่างและสร้างคุณค่าในมุมนี้ได้ จะเป็นผู้ชนะในระยะยาวนั่นเอง....





