ทีเส็บวางหมาก “ไมซ์ใต้” เชื่อมจุดแข็งรายจังหวัด ดันสงขลาฮับอาหาร–ฮาลาลสู่สากล
20 Jun 2026


“ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี” ชี้อนาคตภาคใต้ไม่ใช่การแข่งขันกันเอง แต่ต้องผนึกศักยภาพท่องเที่ยว เกษตร สุขภาพ โลจิสติกส์ และการค้าชายแดน ใช้ไมซ์สร้างงาน กระจายรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน



 

อุตสาหกรรมไมซ์ หรือธุรกิจการประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า กำลังถูกยกระดับจาก “ธุรกิจจัดงาน” ไปสู่เครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจเมือง โดยเฉพาะในภาคใต้ ซึ่งแต่ละจังหวัดมีศักยภาพและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านการท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ เกษตรมูลค่าสูง โลจิสติกส์ และการค้าชายแดน

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การผลักดันให้ทุกจังหวัดแข่งขันเพื่อจัดงานประเภทเดียวกัน แต่คือการออกแบบบทบาทของแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน ก่อนเชื่อมโยงจุดแข็งเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ภูมิภาค

แนวคิดดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านงาน The Southern MICE Economic Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Southern Synergy: ผนึกกำลังไมซ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้สู่สากล” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หรือ ICC HATYAI จังหวัดสงขลา โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ เอกชน การศึกษา และประชาสังคม มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คนจากทั่วประเทศ

 



อนาคตภาคใต้ต้อง “เชื่อม” ไม่ใช่แข่งกันเอง

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า อนาคตของเศรษฐกิจภาคใต้ไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันระหว่างจังหวัด แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน โดยอุตสาหกรรมไมซ์จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

“อนาคตของภาคใต้ไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันระหว่างจังหวัด แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน และไมซ์คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างความร่วมมือนั้นให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”

ภาคใต้มีฐานเศรษฐกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่การท่องเที่ยว การเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สุขภาพ การศึกษา โลจิสติกส์ ไปจนถึงการค้าชายแดน ขณะเดียวกัน แต่ละจังหวัดต่างมีทุนทางวัฒนธรรมและจุดแข็งเฉพาะตัว การนำศักยภาพเหล่านี้มาเชื่อมต่อกันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในระยะยาว

ทีเส็บจึงวางบทบาทให้เวทีดังกล่าวเป็น “พื้นที่กลาง” สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำธุรกิจ นักพัฒนาเมือง นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และเครือข่ายในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และค้นหารูปแบบความร่วมมือที่สามารถต่อยอดเป็นโครงการทางเศรษฐกิจได้จริง

 

วางตำแหน่งสงขลา “อาหาร–ฮาลาล”

สำหรับจังหวัดสงขลา ทีเส็บมองว่าจุดแข็งสำคัญอยู่ที่อุตสาหกรรมอาหาร วัฒนธรรมการกิน และตลาดฮาลาล ประกอบกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นงานประชุม งานแสดงสินค้า เทศกาลอาหาร และกิจกรรมทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

การเลือกสงขลาเป็นเจ้าภาพจัดเวทีระดับภูมิภาคจึงไม่ใช่เพียงการนำงานขนาดใหญ่เข้าสู่พื้นที่ แต่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของจังหวัด ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การค้า การลงทุน สถาบันการศึกษา และทุนทางวัฒนธรรม โดยสงขลายังได้รับการประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโก หรือ UNESCO Creative City of Gastronomy ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ในเชิงภูมิศาสตร์ หาดใหญ่และสงขลายังมีจุดแข็งจากการเป็นประตูเชื่อมโยงประเทศไทยกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย สามารถรองรับการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศ รวมถึงเชื่อมโยงการค้าชายแดนและตลาดผู้บริโภคมุสลิมขนาดใหญ่ในภูมิภาค

เป้าหมายต่อจากนี้จึงเป็นการสร้างภาพจำให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางของงานไมซ์ด้านอาหารและฮาลาล ผ่านการวางแผนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การจัดงานเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด โดยต้องมีทั้งงานประชุมวิชาการ งานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมที่ช่วยเปิดตลาดให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

 

 

ไมซ์ต้องสร้างรายได้ถึงร้านเล็ก–ชุมชน

หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองไมซ์ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานหรือรายได้ของสถานที่จัดประชุมเท่านั้น แต่ต้องวัดจากเม็ดเงินที่กระจายลงไปถึงระบบเศรษฐกิจของเมือง ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง ผู้จัดกิจกรรม ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ไปจนถึงสินค้าชุมชน

การจัดงานไมซ์ยังช่วยนำองค์ความรู้และเครือข่ายทางธุรกิจเข้าสู่พื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้พบกับผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรใหม่ ขณะที่สถาบันการศึกษาสามารถเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมของเมือง

อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่ศูนย์กลางไมซ์ด้านอาหารและฮาลาลจำเป็นต้องยกระดับความพร้อมหลายด้าน ทั้งมาตรฐานสินค้าและบริการฮาลาล ร้านอาหาร ที่พัก สถานที่ละหมาด บุคลากรที่เข้าใจความต้องการของนักเดินทางมุสลิม รวมถึงการสื่อสารตลาดไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศตะวันออกกลางอย่างเป็นระบบ

 

 

ปลุกเศรษฐกิจสงขลาหลังน้ำท่วม

การจัดงานครั้งนี้ยังสะท้อนภาพการฟื้นตัวของจังหวัดสงขลา หลังเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่

ปัจจุบันกิจกรรมทางธุรกิจและการท่องเที่ยวได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง การได้รับเลือกให้จัดเวทีระดับภูมิภาคจึงเป็นทั้งการสร้างความเชื่อมั่นและการส่งสัญญาณว่าสงขลามีความพร้อมรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงการเดินทางของนักธุรกิจและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศ

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองผ่าน 6 เวทีเสวนา ครอบคลุมการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนาคน โอกาสทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมของภาคใต้สู่ระดับนานาชาติ

 

 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้เข้าร่วมกับพื้นที่จริง เช่น Walk with The Old Town of Hat Yai สำรวจย่านเมืองเก่าและพื้นที่สร้างสรรค์ของหาดใหญ่ กิจกรรม South Serve: Chef’s Table & Short Course ถ่ายทอดศักยภาพด้านอาหารและ Gastronomy รวมถึงนิทรรศการภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน เมือง และอัตลักษณ์ภาคใต้

กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนแนวคิดใหม่ของอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในห้องประชุม แต่สามารถนำผู้เดินทางออกไปสัมผัสเมือง เรียนรู้วัฒนธรรม ใช้บริการจากผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยตรง

 

 

แยกบทบาทเมืองใต้ สร้างเครือข่ายเดียวกัน

ภายใต้แนวทางพัฒนาเมืองไมซ์ภาคใต้ แต่ละพื้นที่จะได้รับการวางตำแหน่งให้มีจุดขายแตกต่างกัน เพื่อลดการแข่งขันซ้ำซ้อนและเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงตลาด โดยสงขลาเน้นอาหารและฮาลาล ภูเก็ตมีจุดแข็งด้านเวลเนสและบริการสุขภาพระดับพรีเมียม ขณะที่สุราษฎร์ธานีสามารถต่อยอดเกษตร อาหาร และความยั่งยืน

เมื่อแต่ละจังหวัดมีบทบาทชัดเจน การจัดงานหนึ่งงานจึงอาจเชื่อมโยงหลายพื้นที่เข้าด้วยกัน เช่น การประชุมหลักในสงขลา ต่อด้วยกิจกรรมศึกษาดูงานด้านเกษตรหรือธรรมชาติในจังหวัดใกล้เคียง ช่วยขยายระยะเวลาพำนักและเพิ่มการใช้จ่ายของผู้เดินทาง

ทีเส็บคาดหวังว่าองค์ความรู้ เครือข่าย และข้อเสนอจากเวทีครั้งนี้ จะได้รับการต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองไมซ์และเมืองศักยภาพในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ภูมิภาคในระยะยาว

 

 

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า บทบาทของไมซ์ในวันนี้ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเวทีประชุมปิดฉาก แต่เริ่มต้นตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์เมือง การพัฒนาคนและผู้ประกอบการ ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายธุรกิจข้ามจังหวัดและข้ามพรมแดน

หากสงขลาสามารถต่อยอดทุนด้านอาหาร ฮาลาล วัฒนธรรม และทำเลเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างต่อเนื่อง เมืองแห่งนี้ย่อมมีโอกาสก้าวจากเมืองไมซ์สำคัญของภาคใต้ สู่ศูนย์กลางการประชุม การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียน

[อ่าน 85]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
“ปพน มนัสภากร” เปิดเกม Brandname Money ต่อยอดแบรนด์เนมสู่สินทรัพย์–โอกาสการเงิน
เมื่อ “นูกัต” ไม่ได้เป็นแค่ของฝาก เนสไลน์ปั้น “นูกัตโตะ” ให้เป็นขนมเคี้ยวสนุก เข้าถึงง่าย และพร้อมไวรัลบนโซเชียล
ยูนิลีเวอร์ เปลี่ยนเกมตลาด ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “SASSY”
AirAsia MOVE ถอดรหัสท่องเที่ยวอาเซียน Q1/69 “คุ้มค่า–ยืดหยุ่น–จองใกล้วัน” เกมใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยต้องอ่านให้ขาด
NINE BEAUTY เปิด “อาณาจักรครีมซอง” ครบครันกว่า 500 รายการตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สายบิวตี้
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved