

งานแรกคือ Ghibli Park Exhibition หรือ “ジブリパーク展” จัดที่ Osaka Nanko ATC Gallery ย่านโอซาก้าเบย์ ระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม – 26 กันยายน 2569 เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00–17.00 น. โดยเข้าชมรอบสุดท้ายได้ถึง 16.30 น. สถานที่จัดงานอยู่ที่เมืองโอซาก้า เขตสุมิโนเอะ ย่านนังโกะคิตะ ซึ่งเป็นโซนริมน้ำที่นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวต่อกับแลนด์มาร์กอื่นๆ ในโอซาก้าได้ไม่ยาก
จุดขายของนิทรรศการนี้ คือการย่อโลกของ Ghibli Park จากจังหวัดไอจิ มาไว้ในรูปแบบนิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่ทางผู้จัดนิยามว่าเหมือน “สวนสนุกเคลื่อนที่” มากกว่างานโชว์ภาพธรรมดา เพราะไม่ได้เน้นแค่เอกสารหรือชิ้นงานเบื้องหลัง แต่เพิ่มองค์ประกอบที่ให้ผู้ชม “ดู สัมผัส และหมุนเล่น” ได้ พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์ของ Ghibli Park ทั้งงานฝีมือ รายละเอียดของสิ่งปลูกสร้าง และบรรยากาศแบบ “ต้องมาเห็นเองถึงจะเข้าใจ”

อีกงานที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ Zen and Ghibli หรือ “禅とジブリ” จัดที่ Kyoto City Kyocera Museum of Art อาคารใหม่ Higashiyama Cube ระหว่างวันที่ 3 ตุลาคม – 6 ธันวาคม 2569 เปิดเวลา 10.00–18.00 น. โดยเข้าชมได้ถึงก่อนเวลาปิด 30 นาที
ความน่าสนใจของงานเกียวโตอยู่ที่การขยับจาก “ความสนุกของโลกจิบลิ” ไปสู่ “การตีความจิบลิผ่านมุมมองแบบเซน” นิทรรศการนี้มีที่มาจากหนังสือ Zen and Ghibli ซึ่งรวบรวมบทสนทนาระหว่าง โทชิโอะ ซูซูกิ โปรดิวเซอร์คนสำคัญของ Studio Ghibli กับพระเซน โดยนำผลงานของจิบลิมาเชื่อมกับแนวคิดเรื่องการไม่แบ่งขาวดำ ไม่รีบหาคำตอบและการมองสิ่งต่างๆ อย่างที่เป็น
นิทรรศการ Zen and Ghibli จะให้ความสำคัญกับภาพยนตร์เรื่อง The Boy and the Heron หรือ 君たちはどう生きるか ผลงานล่าสุดของผู้กำกับฮายาโอะ มิยาซากิ โดยใช้คำพูดสำคัญ ภาพจากผลงาน และลายมือของโทชิโอะ ซูซูกิ มาสร้างพื้นที่ให้ผู้ชมสัมผัส “วิธีมองโลกแบบจิบลิ” ในมิติที่ลึกขึ้นกว่าความทรงจำจากภาพยนตร์
ในเชิงท่องเที่ยว การจัด 2 นิทรรศการนี้ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับตลาดนักเดินทางไทย เพราะโอซาก้าและเกียวโตเป็นเส้นทางยอดนิยมอยู่แล้ว หากวางแผนช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเก็บงาน Ghibli Park Exhibition ที่โอซาก้าได้ ส่วนผู้ที่เดินทางช่วงตุลาคมถึงต้นธันวาคม อาจวางเส้นทางไปเกียวโตเพื่อชม Zen and Ghibli ควบคู่กับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองเกียวโตได้รับความนิยมสูงเป็นประจำ
สำหรับแฟน Studio Ghibli สองงานนี้ตอบโจทย์คนละอารมณ์อย่างชัดเจน งานโอซาก้าเหมาะกับผู้ชมทุกวัยและครอบครัวที่อยากสัมผัสความสนุกแบบ Ghibli Park ในรูปแบบเข้าถึงง่าย ส่วนงานเกียวโตเหมาะกับผู้ชมที่อยากเห็นจิบลิในมุมลึกขึ้น ทั้งด้านศิลปะ ความคิด และปรัชญาชีวิต
สรุปแล้ว ครึ่งหลังปี 2569 อาจเป็นปีที่แฟนจิบลิควรปักหมุดคันไซไว้ในแผนเดินทาง เพราะนี่ไม่ใช่แค่งานนิทรรศการการ์ตูน แต่เป็นการต่อยอด “จักรวาลจิบลิ” ให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งแต่ความสนุกแบบสวนสนุกในโอซาก้า ไปจนถึงความสงบและการตั้งคำถามกับชีวิตในเกียวโต

ผู้สนใจควรตรวจสอบรายละเอียดบัตรและรอบเข้าชมจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง โดยหน้าเว็บของ Ghibli Park Exhibition ระบุว่ามีการเปิดขายบัตรสำหรับรอบเข้าชมเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569





