
การขยับครั้งนี้สะท้อนทิศทางของตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Functional Beverage และ High Protein Milk ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของตลาดคือ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังมีคำถามว่า ควรเติมโปรตีนจากอะไร ปริมาณเท่าไร และจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนที่ทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มง่าย ราคาเข้าถึงได้ และหาซื้อสะดวก

สุรนาม พานิชการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทฟุซัง จำกัด กล่าวว่า Sunshine Dairy ต้องการทำให้นมโปรตีนสูงไม่ใช่สินค้าเฉพาะกลุ่มนักกีฬา หรือคนสายฟิตเนสเท่านั้น แต่เป็นเครื่องดื่มสำหรับทุกคนที่อยากดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
“เราอยากให้ผู้บริโภคมองว่านมโปรตีนสูงเป็นเรื่องใกล้ตัว ดื่มได้ทุกวัน ทุกวัย ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นคนออกกำลังกายหนักๆ ถึงจะเริ่มเติมโปรตีนให้ร่างกาย” สุรนามกล่าว

จุดขายหลักของ Sunshine Dairy High Protein อยู่ที่การผสาน “โภชนาการ” กับ “รสชาติ” โดยให้โปรตีนสูง 33 กรัมต่อขวด ขนาด 340 มล. เป็นสูตร Lactose Free เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสในนมวัว ไม่เติมน้ำตาลทราย เสริมแคลเซียมสูง วิตามินบี 2 กรดอะมิโนจำเป็นครบ 9 ชนิด และ BCAA ปัจจุบันมีให้เลือก 4 รสชาติ ได้แก่ ช็อกโกแลต บัตเตอร์สก็อตช์ สตรอเบอร์รี่ และรสจืด ราคา 49 บาท จำหน่ายผ่าน 7-Eleven ทุกสาขา ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ Line Shopping และ TikTok Shop
ในเชิงการตลาด แคมเปญครั้งนี้ถือเป็นการขยับจากการสื่อสารแบบ Functional Benefit ที่เน้นคุณสมบัติสินค้า เช่น โปรตีนสูง น้ำตาลต่ำ หรือเหมาะกับคนออกกำลังกาย ไปสู่การสร้าง Emotional Connection กับผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านภาพจำของนมโปรตีนที่ดื่มได้ทุกวัน และเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์จริง

การเลือก PERSES มาเป็นพรีเซนเตอร์จึงไม่ใช่เพียงการใช้พลังของศิลปิน T-Pop เพื่อสร้างกระแส แต่เป็นการเชื่อมแบรนด์กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ผ่านภาพลักษณ์ Active, Fresh และพลังบนเวทีที่สอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์ ขณะเดียวกัน คาแรกเตอร์ของสมาชิกแต่ละคนที่มีความหลากหลาย ยังสะท้อนจุดเด่นของ Sunshine Dairy ที่มีหลายรสชาติให้เลือกตาม Mood ของผู้บริโภค
อีกหนึ่งมิติสำคัญคือฐานแฟนคลับของ PERSES หรือ PIECES ที่มี Engagement สูงบนหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง TikTok, X และ Instagram สอดรับกับแนวทาง Digital-First Marketing ของแบรนด์ ที่ต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์จริง มากกว่าการทำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
สำหรับกิจกรรม Enjoy Your Daily With PERSES แบรนด์เตรียมต่อยอดผ่าน Content Digital Marketing, Out of Home Media และกิจกรรม Event พร้อม Special Gift สำหรับแฟนๆ อาทิ Neck Tag และสติกเกอร์ลายสมาชิก PERSES เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ กระตุ้น User Generated Content บนโซเชียลมีเดีย และต่อยอดไปสู่การสร้าง Brand Equity ในระยะยาว

ด้านภาพรวมธุรกิจ โทฟุซังมองว่าตลาดโปรตีนในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยข้อมูลจากผู้บริหารระบุว่า ตลาดโปรตีนมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 4,000-6,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยราว 30% ต่อปี ต่อเนื่องหลายปี ขณะที่ Sunshine Dairy เติบโตเกือบ 40% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะรักษาการเติบโตในระดับใกล้เคียงกันในปีนี้
บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมของ 2 แบรนด์หลักในเครือ ได้แก่ Prosa High Protein และ Sunshine Dairy จากประมาณ 1,700 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า ขยับขึ้นสู่ระดับ 2,000-2,200 ล้านบาท ในปีนี้ แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคยังเป็นปัจจัยท้าทาย แต่บริษัทเชื่อว่ากระแสรักสุขภาพ ความคุ้มค่า และความต้องการโปรตีนที่เข้าถึงง่าย จะยังเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาด
ในมุมซัพพลายเชนและการขยายธุรกิจ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่รวมประมาณ 27.5 ไร่ หลังขยายพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิม เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดใกล้ 1 ล้านยูนิตต่อวัน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตแล้วราว 80% ขณะเดียวกันบริษัทยังเริ่มศึกษาตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม สิงคโปร์ และฮ่องกง แต่ยังต้องพัฒนาประเด็นด้าน Shelf Life และระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการส่งออก
สุรนามกล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางการตลาดจากนี้จะขยับจาก Broadcast Marketing ไปสู่ Community-First Marketing มากขึ้น เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงเห็นโฆษณา แต่ต้องการรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจ และเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์จริง
“Sunshine Dairy ต้องการทำให้นมโปรตีนสูงเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่สินค้าของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราอยากให้ผู้บริโภครู้สึกว่า การดูแลสุขภาพสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการเลือกสิ่งดีๆ ให้ตัวเองในทุกวัน โปรตีนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ทุกคน Enjoy ได้ในทุกวัน” สุรนามกล่าวทิ้งท้าย






