ทีทีบี ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23%
26 Aug 2026


ทีทีบีเดินหน้าส่งต่อผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้น หลังคณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 รวม 7.1 พันล้านบาท หรือ 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมยกระดับอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 65% จาก 60% สะท้อนทิศทางการบริหารเงินทุนที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจและการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี (ttb) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 หลังที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลรวม 7.1 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การจ่ายเงินปันผลครั้งนี้คิดเป็น Dividend Payout Ratio ที่ 65% เพิ่มขึ้นจากระดับ 60% ในปีก่อนหน้า สะท้อนความมุ่งมั่นของทีทีบีในการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ธนาคารกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 25 กันยายน 2569

 

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ควบคู่ไปกับการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า การสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่ทีทีบีให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามเป้าหมายและฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง เปิดโอกาสให้ทีทีบีสามารถดำเนินแผนบริหารเงินทุน (Capital Management) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนรวม (Total Return) ให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยืดหยุ่นผ่านหลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โครงการซื้อหุ้นคืน หรือการเติบโตธุรกิจทั้งจากภายในและภายนอก  

ทั้งนี้ ทีทีบีถือเป็นธนาคาร D-SIBs แห่งแรกที่ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนด้วยวงเงิน 35,000 ล้านบาท ครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี (ปี 2568 – ปี 2571) โดยหลังจากเสร็จสิ้นการซื้อหุ้นคืนเฟสที่ 4 ในเดือนมิถุนายน 2569 ทีทีบีสามารถบรรลุการซื้อหุ้นคืนเป็นมูลค่าสะสม 21,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืน 10,038 ล้านหุ้น หรือ 10.29% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ที่สำคัญคือทำได้เร็วกว่าแผนเดิมถึง 1 ปี ซึ่งเทียบเท่ากับว่าผู้ถือหุ้นปัจจุบันจะได้รับประโยชน์เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากหุ้นซื้อคืนนั้นจะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล จึงเป็นผลดีต่อการจัดสรรกำไรต่อหุ้น (EPS) และเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ทั้งในการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้และในระยะยาว

ขณะเดียวกันทีทีบียังได้ปรับอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นเป็น 65% เทียบกับ 60% ในปีที่แล้วและ 30%-35% ในช่วงก่อนรวมกิจการ ประกอบกับผลประโยชน์ที่ส่งผ่านกลไกการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้เงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้น 23% เป็น 0.081 บาทต่อหุ้น เทียบกับ 0.066 บาทต่อหุ้นในปีก่อน หรือเทียบเท่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับประมาณ 5%-6% ซึ่งสูงกว่าระดับ 2%-3% ในอดีต ส่งผลให้ทีทีบีเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มธนาคารไทยที่มีพัฒนาการด้านเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง

และสำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว ทีทีบียังคงเน้นย้ำการดำรงเงินกองทุนในระดับสูงเพื่อรองรับแผนการเติบโตธุรกิจและการขยายสินเชื่อในอนาคต โดยมุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพและสนับสนุนสินเชื่อกลุ่มเป้าหมายของภาครัฐภายใต้โครงการต่างๆ อาทิ

SME Credit Boost พร้อมกับขับเคลื่อนแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยทีทีบีเป็นธนาคารแรกที่นำหลักการ Risk-based Pricing มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านแคมเปญ “สินเชื่อคนผ่อนดี” ซึ่งครอบคลุมถึง 4 ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง สินเชื่อรถแลกเงิน ทีทีบีไดรฟ์ แบบไม่โอนเล่ม สินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อบ้านแลกเงินรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินที่ดี ได้เข้าถึงสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและส่งเสริมให้คนไทยเห็นคุณค่าของการสร้างข้อมูลเครดิตที่ดี
 

นอกจากนั้น ทีทีบียังส่งเสริมการออมและการลงทุนเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของคนไทย สะท้อนได้จากการนำเสนอเอกสิทธิ์ ttb superior ที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้ากลุ่มเริ่มต้นสะสมความมั่งคั่งให้มีโอกาสเข้าถึงบริการด้าน Wealth Management ได้ง่ายกว่าในอดีต ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น เปลี่ยนจากการถือครองเงินฝากเพียงอย่างเดียวไปสู่การบริหารสินทรัพย์และการลงทุนที่หลากหลาย หนุนการสร้างผลตอบแทนและการสะสมความมั่งคั่งที่สูงขึ้นในระยะยาว

การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการเพิ่มผลตอบแทนรวมให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับวางรากฐานสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้า และการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศอย่างยั่งยืน


 

[อ่าน 1,142]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DKSH ครบ 120 ปีในไทย ใช้เครือข่าย 135,000 จุดขายต่อยอดบริการขยายตลาด 4 กลุ่มธุรกิจ
“AMAZING THAILAND GRAND DIWALI FESTIVAL 2026” เทศกาลดิวาลีริมเจ้าพระยา วันนี้ – 8 พ.ย. 2569 ณ ริเวอร์ พาร์ค
จุดเริ่มต้นรสชาติแห่งมิตรภาพ “Chang Freedom250” เครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากวัตถุดิบทางการเกษตรคุณภาพสูงจากสหรัฐอเมริกา
"ซีพีเอฟ" ชวนเดินทางย้อนรอยสู่อาหารยั่งยืน กับ “The Journey of Foodiversity” ในงาน SX 2026
"อายิโนะโมะโต๊ะ" ผนึก วิทยาลัยดุสิตธานี และ ม.กรุงเทพ เผยผู้เข้ารอบเวที ‘Ajinomoto Young Chef Thailand 2026’
"มีเลีย โฮเทลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล" เตรียมเปิด 2 โรงแรมใหม่ ภายใต้แบรนด์ ME by Meliá และ Meliá Hotels & Resorts
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved