ถอดบทเรียนการทำงานพีอาร์ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19
13 May 2020

 

สำหรับธุรกิจประชาสัมพันธ์ หรือ PR Agency โควิด-19 เปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ของสถานการณ์วิกฤต (Crisis) เพราะงานพีอาร์นั้น ต้องเผชิญกับการแก้วิกฤตในหลากหลายรูปแบบ หากแต่วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบวงกว้างและรุนแรงเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ยังส่งผลต่อวิถีการใช้ชีวิต การทำงานของคนในทุกอุตสาหกรรม จนมีการพูดถึง New Normal  กันอย่างแพร่หลาย

 

ในธุรกิจ PR Agency ก็เช่นเดียวกัน ขึ้นชื่อว่างานด้านการประชาสัมพันธ์ ย่อมหมายถึงการทำงานที่ต้องติดต่อข้องเกี่ยวกับคนหมู่มาก นับตั้งแต่ลูกค้า สื่อมวลชน ประชาชน ชุมชน สังคม ในสเกล (Scale) ที่เล็ก-ใหญ่ต่างกันไป เมื่อ “โรคติดต่อ” ทำให้ “การติดต่อ” สัมพันธ์ ประสานงาน ทำได้ยากขึ้น หรือทำได้น้อยลง ทำให้เกิด New Normal ในการทำงานหรือดำเนินธุรกิจด้านการทำงานประชาสัมพันธ์ โดยมีการเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ Physical Distancing เป็นแกนสำคัญ

 

มีผู้กล่าวว่า ในภาวะวิกฤต พีอาร์คืออัศวินม้าขาว เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพากระบวนการด้านการประชาสัมพันธ์อยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อบอกให้ลูกค้ารู้ว่าธุรกิจยังคงดำเนินงานต่อไปอย่างต่อเนื่อง และมีการวางแผนงานสำหรับส่งข้อมูลข่าวสารไปยังลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ขององค์กร เพียงแต่การสื่อสารอาจจะไม่หวือหวา หรือมีความถี่มากเท่าช่วงเวลาปกติ แต่เป็นการสื่อสารแบบมีระยะห่าง การทำงานสื่อสารให้ยังคงมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นอัศวินม้าขาวอยู่ได้ ภายใต้ New Normal จึงเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของพีอาร์ในปัจจุบัน

 

 

เอ พับลิซิสท์ ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ ถอดบทเรียนการทำงานพีอาร์ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ในช่วงที่การดำเนินชีวิตเป็นไปแบบเว้นระยะทางสังคม กลายเป็น “New Normal of PR Pros ท่ามกลาง COVID-19”

 

กลยุทธ์ปังที่พร้อมปรับ - Resilience Strategy

  • ในวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ระบาดใหญ่อย่างยืดเยื้อนั้น ทำให้นักประชาสัมพันธ์หรือทีมสื่อสารขององค์กร ต้องงัดความเป็นนักแก้ปัญหา (problem solver ) และนักวางแผนขึ้นมาใช้ แต่การวางกลยุทธ์จากนี้ไป ต้องเข้าใจอนาคตว่า หลังวิกฤตการณ์โควิด-19 จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ พฤติกรรม และโครงสร้างทางสังคม การวางแผนพีอาร์จึงต้องสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ต้องมีเตรียมการวางแผนล่วงหน้า และพร้อมเสมอสำหรับการปรับเปลี่ยน หากเกิดสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
  • การวางแผนงานกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ต้องคำนึงถึงปัจจัยในอนาคตให้มากขึ้น เช่น มีการวิเคราะห์กันว่าธุรกิจแฟชั่นอาจถึงเวลาที่ต้องรีเซ็ต (Reset) ครั้งใหญ่ เนื่องจากการจับจ่ายสินค้าแฟชั่นที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการ Work From Home ทำให้คนแต่งตัวน้อยลง สินค้าประเภทบิวตี้ ความงาม อาจถึงเวลาต้องรีเซ็ตวิธีการขายสินค้าและการสื่อสารใหม่ เมื่อการมาถึงของ New Normal  ทำให้คนซื้อสินค้าและบริการอย่างมีเหตุผลมากขึ้น บริโภคสินค้าที่ฟุ่มเฟือยน้อยลง แต่จะเกิดการช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น
  • หากเป็นวิกฤต (crisis) ในสถานการณ์ปกติ พีอาร์จะใช้กลยุทธ์ เครื่องมือ วิธีการ ช่องทางการสื่อสารในทุกรูปแบบเพื่อให้ก้าวข้ามสถานกาณ์วิกฤตนั้นไปให้คลี่คลายได้เร็วที่สุด แต่วิกฤตการณ์โควิด-19 ทำให้ช่องทางและเครื่องมือในการสื่อสารทำได้ในวงจำกัด
  • ในหลายๆ องค์กร แม้ว่าเป้าหมายทางธุรกิจจะยังคงเดิม และกลุ่มเป้าหมายยังเป็นกลุ่มเดิม แต่งบประมาณในการสื่อสารจะไม่เหมือนเดิม - เพราะงบจะน้อยลงอย่างแน่นอน กุญแจ (Key) สำคัญคือการวางกลยุทธ์ในการใช้เครื่องมือประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรม New Normal ของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
  • พีอาร์ต้องทำงานเชิงรุก (Proactive) มากยิ่งขึ้น การวางแผน ให้คำปรึกษา ต้องรวดเร็ว ทันสถานการณ์ การ monitor ความถูกต้องของข้อมูล นอกเหนือจากการปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความต้องการรับรู้ข่าวสารของผู้บริโภคอีกด้วย

 

 

อ้าแขนรับเทคโนโลยี - Embracing Technology

  • ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม โควิด-19 ทำให้พีอาร์ (รวมถึงแบรนด์และสื่อมวลชน) ต้องเปิดใจต่อโลกดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องมีทักษะ (Skill) และความเข้าใจในเชิงเทคโนโลยีที่นำมาช่วยสนับสนุนการสื่อสาร ประสานงาน และการให้ข้อมูล นอกเหนือจากการส่งข่าว  ส่งภาพ ส่งจดหมายเชิญ และข้อมูลต่างๆ ผ่านทางแพลตฟอร์ม LINE หรืออีเมล์ ที่เป็นความคุ้นชินเดิมๆ แล้ว การใช้แพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์ เพื่อมาสนับสนุนการแถลงข่าว การสัมภาษณ์ แบบออนไลน์ ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการทำแบบเฉพาะกลุ่มเล็กๆ (Group Interview) หรือ one-on-one มากขึ้น   
  • การจัดงานแถลงข่าวในลักษณะ Press Briefing / Press Conference การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการ ที่คาดหวังกลุ่มคนร่วมงานจำนวนมาก จะเป็นไปได้ยากขึ้น แต่จะเป็นในลักษณะการ Streaming หรือ Virtual Event ที่เลือกเจาะกลุ่มเป้าหมาย   
  • การตั้งโต๊ะรอสื่อมวลชนมาลงทะเบียน เปลี่ยนเป็นการตั้งรับ เพื่อคอยช่วยเหลือให้สื่อมวลชนเดินทางเข้าร่วมงาน(ออนไลน์ ) เป็นไปได้อย่างสะดวกราบรื่น 

 

 

เชื่อมต่อแบบมีระยะห่าง - Physical Distancing & Emotional Bonding 

  • การสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน ยังคงให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางกายภาพ โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมสำคัญ แต่กระนั้นเราก็ได้เห็นการแสดงความห่วงใย ส่งมอบกำลังใจ ในรูปแบบ delivery ถึงบ้าน และที่สำนักงานของสื่อมวลชนอย่างไม่ขาดสาย
  • social media ยังคงเป็นช่องทางหลักในการสร้างความสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากการทำงาน 

สร้างคอนเท้นท์ที่เหมาะสม - Content Relevance and Appropriateness

  • คอนเท้นท์หรือข่าวที่มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์โควิด-19 มักจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน
  • ในห้วงเวลาที่เนื้อหาใน Newsfeed เต็มไปด้วยเรื่องโควิด ก็อาจเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้เรื่องราวที่เป็น Feel Good ได้รับการพิจารณาเผยแพร่บ้างเช่นกัน
  • เพราะมนุษย์จะหลีกเลี่ยงการรวมตัวโดยไม่จำเป็น คอนเท้นท์ประเภทที่เป็น Event-based เช่น งานคอนเสิร์ต งานนิทรรศการ งานแฟร์ต่างๆ งานอีเว้นท์ที่มีการใช้ดารานักแสดง ศิลปิน  เซเลบริตี้ หรือพรีเซ็นเตอร์ เป็นตัวดึงดูด (magnet) จึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสมในห้วงเวลานี้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีเพิ่มช่องทางการรับชมที่เป็นออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
  • คอนเท้นท์ในเชิง Project-based เช่น การดำเนินกิจกรรม หรือโครงการเพื่อมอบความช่วยเหลือ หรือกิจกรรม CSR ต่างๆ ก็ต้องระวังไม่ให้ถูกมองภาพว่าเป็นการใช้วิกฤตเป็นโอกาส จนเกินงาม
  • ภาพรวมเนื้อหาของคอนเท้นท์จะเป็นเรื่องของสังคมปลอดเชื้อ สุขอนามัยในที่สาธารณะ การสร้างความมั่นใจในการบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ที่ต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์เข้าไปในการนำเสนอเนื้อหาให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

 

แม้ว่าการสื่อสารแบบเห็นหน้ากัน (in-person meeting ) จะได้ใจผู้ที่เราอยากจะสื่อสารมากกว่า แต่ Physical Distancing จะยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีปฏิบัติ ทั้งของประชาชนทั่วไป และการทำงานประชาสัมพันธ์ จากนี้เรื่อยไปจนถึงระยะหลังการระบาด (Post-pandemic) ของโควิด-19 หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเราจะได้เห็นความสำเร็จของการพัฒนา และจ่ายแจกวัคซีน หรือการมีมาตรการด้านสาธารณสุขใหม่ๆ มารองรับ 

[อ่าน 2,712]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved