“PMT The Hour Glass” ครบรอบ 15 ปี จุดยืนชัดแบรนด์ชั้นนำไว้วางใจ
02 Jul 2023

บริษัท พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ ครบรอบ 15 ปี ยังคงจุดยืนที่ชัดเจนในการทำตลาดและสร้างความไว้วางใจให้กับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังเวียดนามเจาะกลุ่มเทรนด์แพชชั่นสะสมนาฬิกาหรู

 

 

ปรับตัวเสมอ รับทุกกระแสเปลี่ยนแปลง

ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าตลาดนาฬิกาอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตลอดเวลา มาพร้อมกระแสที่เห็นได้ชัดของผู้ซื้อนาฬิกาที่มีอายุน้อยลงเริ่มให้ความสนใจในนาฬิกาตั้งแต่ช่วงอายุไม่มาก กลุ่มผู้บริโภคช่วงอายุ 25-35 ปี จึงกลายเป็นกลุ่มลูกค้าสำหรับนาฬิการะดับไฮเอนด์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

PMT The Hour Glass มีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงและพัฒนาประสบการณ์การซื้อนาฬิกาของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นมาโดยตลอด และได้ดำเนินตามกลยุทธ์เพื่อสร้างความเจริญเติบโตในเชิงคุณภาพผ่านเทคโนโลยี ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้บริษัทได้ทรานส์ฟอร์เมชันด้านดิจิทัลด้วยการเปิดตัวระบบ Customer Experience Management sinv CEM ทำให้บริษัทเข้าใจลูกค้าแต่ละคนมากยิ่งขึ้นและสามารถออกแบบสร้างสรรค์ประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสานสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับลูกค้าท้องถิ่นรวมถึงการมอบประสบการณ์ชั้นยอดที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

 

 

จุดยืนชัดเรื่องความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำ

ทั้งนี้จุดยืนทางการตลาดของ PMT The Hour Glass ได้เกิดจากความร่วมมือทางธุรกิจในอุตสาหกรรมนาฬิกากับแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาที่ให้ความเชื่อใจ ตั้งแต่แบรนด์นาฬิกาที่ระดับใหญ่ คือ Rolex, Patek Philippe, Hublot และ Tudor ไปจนถึงแบรนด์นาฬิกาช่างฝีมือระดับสูง หรือ Artisanal brand ได้แก่ F.P.Journe, MB&F, URWERK, และ Akrivia ซึ่งทำให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุม

 

อีกทั้ง PMT The Hour Glass มีความภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บริหารบูติกแฟล็กชิปของแบรนด์ Patek Philippe ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายแบรนด์ Rolex ในไทยที่ดูแลบูติก Rolex ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี และโชว์รูมอีก 4 แห่งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต

 

บริษัทได้เป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ชิพของแบรนด์ Hublot ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีบูติก Hublot ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนและเซ็นทรัลเอ็มบาสซีในกรุงเทพฯ และติดอันดับ 1 ใน 10 บูติกนาฬิกาที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกในปี 2565

 

ทั้งนี้ในฐานะพันธมิตรสำคัญของแบรนด์ Tudor ในประเทศไทย PMT The Hour Glass ยังได้รับความไว้วางใจให้เปิดบูติก Tudor แห่งแรกในไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ล่าสุดของแบรนด์ ทั้งนี้แผนการเปิดบูติก Tudor แห่งที่ 2 ภายในสิ้นปี 2566นี้ยังคงดำเนินการไปตามแผนที่มีการวางไว้

 

อย่างไรก็ตามในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกา PMT The Hour Glass ให้ความสำคัญกับแพชชั่นของคนที่รักการสะสมนาฬิกาและเลือกใช้เฉพาะแบรนด์นาฬิกาช่างฝีมือ ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้แทนนำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ MB&F, URWERK และ De Bethune

 

นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 15 ปี PMT The Hour Glass ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันแบบเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ Hublot, Girard-Perregaux, Ulysse Nardin, MB&F และ URWERK โดยจะวางจำหน่ายที่ บูติกของ PMT The Hour Glass ในประเทศไทย

 

 

PMT The Hour Glass ปั้นรายได้ต่อเนื่อง 12 เท่า

กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวต่อว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดกลุ่มนาฬิกาลิมิตเต็ดเอดิชันมีการเติบโตที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว เนื่องจากในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คนส่วนใหญ่ทำงานที่บ้านและด้วยสถานการณ์ล็อคดาวน์ทำให้ผู้คนมีเวลาในการศึกษาสิ่งที่ตัวเองสนใจมากขึ้น นาฬิกาเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องประดับที่สำหรับผู้ที่สนใจแล้วจะให้ความสำคัญในเรื่องแบรนด์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีและการผลิตที่ประณีตจึงทำให้ความต้องการซื้อในกลุ่มนักสะสมและผู้ที่ซื้อเพื่อใช้งานมีจำนวนมากขึ้น

 

อีกทั้งจะเห็นได้จากรายได้บริษัทที่เพิ่มขึ้นเป็น 12 เท่า จากการนำเข้าสินค้าแบรนด์นาฬิกากลุ่มราคาระดับสูง หรือกลุ่มไฮเอนด์เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยส่งผลให้รายได้รวมประจำปีบัญชีที่ผ่านมาสูงกว่า 6,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2565 ที่ผ่านมามีการนำเข้านาฬิกาสวิสแบรนด์ชั้นนำระดับโลกรวมมูลค่าถึง 12,955 ล้านบาท

 

 

พร้อมขยาย 20 บูติก เร่งเจาะตลาดเวียดนาม

สำหรับ PMT The Hour Glass ได้เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในปีนี้ครบรอบปีที่ 15 แล้ว บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าได้รับทราบข้อมูลจากแบรนด์นาฬิกาที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย โดยมีแผนขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายจาก 2 บูติกในกรุงเทพฯ ไปสู่ 15 บูติก ใน 4 หัวเมืองใหญ่ของทั้งในไทยและขยายไปยังประเทศเวียดนาม โดยวางเป้าหมายในการขยายบูติกเพิ่มขึ้นเป็น 20 แห่งภายในสิ้นปีนี้

 

 

ส่วนการทำตลาดในเวียดนามนั้น บริษัทได้ศึกษาตลาดนาฬิกาประเทศเพื่อนบ้านมามากกว่า 5 ปี  จึงตัดสินใจเลือกทำตลาดนาฬิกาในประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันได้เปิดบูติกทั้งในเมืองโฮจิมินห์และฮานอยแล้ว โดยเวียดนามมีการตอบรับในแบรนด์ต่างๆ เป็นอย่างดี วัฒนธรรมการเลือกใช้นาฬิการแบรนด์ไฮเอนด์ค่อนข้างมีอย่างแพร่หลายและเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง

 

[อ่าน 1,806]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ซัมซุง" เปิดยุคใหม่ของ AI Living ในปี 2026 เชื่อมบ้าน ความบันเทิง และธุรกิจให้เป็นหนึ่งเดียว
"GUNKUL" เปิดกลยุทธ์ ปี 2569 ขยายศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสีเขียว AI ครบวงจร
"Barter Connect" เผยทิศทางปี 2026 ก้าวสู่ Digital Transformation พร้อมเปิดตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่
อีซี่ เน็ต (ไทยแลนด์) ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 บุกตลาด SME ชูโซลูชัน WiFi อัจฉริยะ ลดต้นทุน-เพิ่มความปลอดภัย
‘เอกา โกลบอล’ เตรียมทุ่มงบ 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิต ตั้งศูนย์ R&D สู่องค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน
จาก Enterprise Transformation สู่ Best Employer Brand "โอสถสภา" ขับเคลื่อนพลังคนทำงานผ่านวัฒนธรรม ACT
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved