‘ไทย’ เดินหน้า Creative Economy เน้นงานสร้างสรรค์ระดับพรีเมียม และเสน่ห์ทางวัฒนธรรม
21 Sep 2023

นอกเหนือจากการขับเคลื่อนผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ แล้ว เหตุใด Creative Economy ของไทยจึงมีความได้เปรียบ มีจุดขายที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศให้เติบโตได้? เหล่านี้คือคำตอบที่ชัดเจน

 

  • มรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ประเทศไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาและหลากหลาย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ขณะที่ศิลปะแบบดั้งเดิม งานฝีมือ ดนตรี การฟ้อนรำ วรรณกรรม ฯลฯ ถือเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

 

  • การท่องเที่ยวและการบริการ

ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทุกปี ล่าสุดขึ้นกรุงเทพมหานครก็ขึ้นแท่นเมืองที่มีคนมาเยือนมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 22.78 ล้านคน คว่ำแชมป์เก่าอย่างกรุงปารีสลงได้

และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ทั้งศิลปะ การออกแบบ แฟชั่น และบันเทิง มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรวมและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

 

  • ทั่วโลกล้วนปลาบปลื้ม

ความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล การผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์ประกอบดั้งเดิมและความร่วมสมัยในผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของไทยดึงดูดให้ผู้คนทั่วโลกหลงใหล จึงเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ

 

 

  • การสนับสนุนจากรัฐบาล

รัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างแข็งขันผ่านนโยบายและความคิดริเริ่มต่างๆ ซึ่งรวมถึงการระดมทุนสำหรับโครงการสร้างสรรค์ การจัดหาเวทีสำหรับศิลปินในการแสดงผลงาน การส่งเสริมการศึกษา และการฝึกอบรมเชิงสร้างสรรค์

 

  • นวัตกรรมและเทคโนโลยี

การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น สื่อดิจิทัล แอนิเมชัน และการพัฒนาเกมออนไลน์ ได้เปิดช่องทางใหม่สำหรับการเติบโตและโอกาสในการส่งออก

 

  • การสร้างงานสร้างอาชีพ

เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีศักยภาพในการสร้างงานในภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ศิลปะและงานฝีมือแบบดั้งเดิมไปจนถึงสื่อดิจิทัลสมัยใหม่ จึงช่วยบรรเทาการว่างงานและนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

 

 

  • การเติบโตอย่างยั่งยืน

แตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรอย่างจำกัด เพราะเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาศัยความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์และทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้เป็นภาคส่วนที่มีความยั่งยืนและปรับขนาด (Scalable sector) ได้มากกว่าในระยะยาว

 

  • ความหลากหลายทางเศรษฐกิจ

การกระจายเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความมั่นคงและความยืดหยุ่น ด้วยการมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเทศไทยสามารถลดการพึ่งพาภาคส่วนดั้งเดิม เช่น เกษตรกรรมและการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจที่สมดุลและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

  • ความร่วมมือและเครือข่าย

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ส่งเสริมความร่วมมือและเครือข่ายระหว่างศิลปิน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิด การผสมข้ามสายงานของความสามารถ และการเกิดขึ้นของโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่

 

  • การทูตวัฒนธรรม

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการทูตวัฒนธรรม ทำให้ประเทศไทยสามารถแสดงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นกับประเทศอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

 


 

หนึ่งในตัวอย่างการโปรโมตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่สายตาชาวโลกคือ การที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย จัดแสดง Thailand Pavilion ในธีม ‘LIVELY THAI’ ภายใต้แพลตฟอร์มแสดงผลงานระดับนานาชาติ ‘Creative Thai Festival’ ที่จัดขึ้นในเทศกาล Russian Creative Week, Moscow Festival ตามคำเชิญจากรัฐบาลมอสโก เมื่อวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านการสร้างมูลค่า (Value Creation) เชื่อมต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้เกิดสินค้าและบริการสร้างสรรค์

รวมถึงเปิดพื้นที่ในการแสดงศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ผ่านการนำเสนอความเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นใน 4 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ได้แก่ งานฝีมือ จิวเวลรี สิ่งทอ รวมถึงภาพยนตร์และคอนเทนต์

ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมชมผลงาน นับเป็นการกระตุ้นการเชื่อมต่อทางธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ระหว่างประเทศร่วมกันต่อไป

 

 

ขณะที่อีกหนึ่งการผลักดันของ CEA คือ การสนับสนุนคาแรกเตอร์ไทย เพื่อช่วยสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าต่างๆ ทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น ผ่านการนำเสนอคาแรกเตอร์สุดน่ารักที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว

ทั้งยังช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลงานสร้างสรรค์ให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอีต่อไปในอนาคต ตัวอย่างคาแรกเตอร์ไทยดังกล่าว ได้แก่

Coco the Prince เจ้าชายน้อยประจำวงดนตรี The Palace

TG25 คาแรกเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระพิฆเนศแห่งแบรนด์ ISSUE Thailand

Zoubobo ช้างน้อยที่หลงใหลการดื่มกาแฟของร้านกาแฟแบรนด์ Africano จากจังหวัดตรัง

พะอง-พะยอม คู่หูแฝดต่างฝาประจำร้าน Emi Cafe จังหวัดเพชรบุรี,

เจ้าเพียน ปลาตะเพียนแสนน่ารัก มาสคอตการท่องเที่ยวและสินค้า จังหวัดอยุธยา

และ น้องบ่อยาง คาแรกเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประตูเมืองจังหวัดสงขลา เป็นต้น


 

อีกความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจคือ แม้สิงคโปร์จะได้รับการอวยยศจากยูเนสโกไปแล้วว่าเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์อันโดดเด่น แต่ประเทศไทยก็พร้อมที่จะท้าชิงในสมรภูมินี้เช่นกัน

โดยมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ CEA ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)  และคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ยื่นประมูลสิทธิ์ให้ ‘จังหวัดเชียงใหม่’ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ครั้งที่ 17 ในปี ภายใต้แนวคิด ‘Enhancing Multicultural Transformation’ เชื่อมอดีตสู่ปัจจุบัน สร้างนวัตกรรมเพื่อการต่อยอด

 

UCCN Annual Conference 2025 ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติ ที่จัดขึ้นเพื่อการหารือและแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) กว่า 300 เมืองจาก 90 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งจากการที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) มาตั้งแต่ปี 2560 นับว่าตรงกับวัตถุประสงค์ของการประชุม

ที่ต้องการนำวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของสมาชิกฯ มาเป็นนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาเมืองตามเป้าหมายวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2573 ขององค์การสหประชาติ และนโยบายวัฒนธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเนสโก

 

 

หากประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมในครั้งนี้ จะนับเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ให้มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

พร้อมกับอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ผ่านการนำเสนอเมืองเชียงใหม่ในมิติต่างๆ ที่รุ่มรวยทั้งศิลปะ ศาสนา หรือวัฒนธรรม

 

ตุลาคมนี้รู้กัน

 


บทความจากนิตยสาร MarketPlus Issue 159 August 2023

 

[อ่าน 2,711]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ซัมซุง" เปิดยุคใหม่ของ AI Living ในปี 2026 เชื่อมบ้าน ความบันเทิง และธุรกิจให้เป็นหนึ่งเดียว
"GUNKUL" เปิดกลยุทธ์ ปี 2569 ขยายศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสีเขียว AI ครบวงจร
"Barter Connect" เผยทิศทางปี 2026 ก้าวสู่ Digital Transformation พร้อมเปิดตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่
อีซี่ เน็ต (ไทยแลนด์) ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 บุกตลาด SME ชูโซลูชัน WiFi อัจฉริยะ ลดต้นทุน-เพิ่มความปลอดภัย
‘เอกา โกลบอล’ เตรียมทุ่มงบ 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิต ตั้งศูนย์ R&D สู่องค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน
จาก Enterprise Transformation สู่ Best Employer Brand "โอสถสภา" ขับเคลื่อนพลังคนทำงานผ่านวัฒนธรรม ACT
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved