ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ไทย แนะแบรนด์เสริมกลยุทธ์
11 Mar 2024

 

“ซอฟต์พาวเวอร์” เป็นคำที่ติดหูในประเทศไทยเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลไทยในการส่งเสริม และนำเสนอวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

 

รัฐบาลพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบันได้ตั้งเป้าหมายที่แน่วแน่เพื่อเร่งความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของประเทศไทยโดยการใช้ประโยชน์จากอิทธิพลทางวัฒนธรรมหรือซอฟต์พาวเวอร์ โดยปีที่แล้ว รัฐบาลเพื่อไทยได้ประการนโยบายริเริ่ม 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (The One Family One Soft Power หรือ OFOS) และหน่วยงานที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ (Thailand Creative Content Agency หรือ THACCA) ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ของไทยได้เติบโตทั้งในและต่างประเทศ

โดยรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างงานได้มากถึง 20 ล้านตำแหน่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการอบรมทักษะและส่งเสริมการจ้างงานด้วยเงินทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเงินทุนบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมระดับนานาชาติที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ตามโมเดลอย่าง ‘Cool Japan’ ของประเทศญี่ปุ่น และ ‘Hallyu Wave’ หรือ Korean Wave ของเกาหลีใต้ ซึ่งถูกออกแบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างงานและอาชีพ 

รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์โดยมีคณะอนุกรรมการ 12 คณะ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 11 ภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ การท่องเที่ยว เทศกาลประเพณี กีฬา อาหาร ภาพยนตร์ (แบ่งเป็นประเภทภาพยนตร์ยาวและซีรี่ย์) ดนตรี ศิลปะ หนังสือ เกม การออกแบบและแฟชั่น

การจัดตั้งคณะกรรมการในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทยมีโอกาสทำงานร่วมมือและโน้มน้าวให้รัฐสนับสนุนและร่วมกันส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เหล่านี้เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมไทย

ช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ของไทยได้รับความนิยมมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น T-wave หรือ Thai Wave ที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถผลักดันไทยสู่เวทีโลก และนี่ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ

 

 

สำหรับผู้ที่อยู่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และอยากร่วมเติบโตไปพร้อมกับกระแสซอฟพาวเวอร์ที่เติบโตขึ้นของประเทศไทย ณัฐพร บัวมหะกุล หุ้นส่วนผู้จัดการของ Vero Advocacy หน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านนโยบายสาธารณะ และความสัมพันธ์กับภาครัฐ แนะแนวทางดังนี้

 

มองคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์เปรียบเสมือนตัวกลางในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย (Change Agent)

ด้วยการมาของคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้ตอนนี้อุตสาหกรรมมีช่องทางในผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายและปลดล็อคข้อจำกัด ตัวอย่างเช่น นโยบายการเซ็นเซอร์มักเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจากข้อจำกัดของการนำเสนอเนื้อหาละเอียดอ่อน ในอดีตมีการยื่นข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และเกมให้มีการแก้ไขข้อบังคับที่จะกำหนดควบคุมบริการสตรีมมิ่งให้มาอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวดประเภทเดียวที่ใช้กับผู้ผลิตภาพยนตร์ไทย ให้มีการถูกแทนที่ด้วย การเสนอ ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ซึ่งสนับสนุนการกำหนดระบบจัดอันดับเนื้อหาของอุตสาหกรรมเพื่อลดข้อจำกัดในการแสดงความคิดเห็น และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระมากขึ้น

 

ทูตทางวัฒนธรรม

รัฐบาลไทยอาจเปิดรับต่อกิจกรรมที่สนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านการร่วมมือผ่าน งานเทศกาลและกิจกรรมที่โปรโมตอุตสาหกรรมที่ตั้งเป้าไว้ แบรนด์ควรสำรวจโอกาสในการเป็นพัธมิตรกับรัฐบาลในกิจกรรมทูตทางวัฒนธรรมนอกประเทศไทย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเปิดตลาดและการเข้าไปมีส่วนร่วมในกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์โดยรวม

 

สนับสนุนการท่องเที่ยวประเทศไทย

แบรนด์สามารถสนับสนุนความพยายามของประเทศไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนมากขึ้น THACCA ได้พูดคุยถึงกิจกรรมสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ รวมไปถึงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการเฉลิมฉลองกันตลอดทั้งเดือนเมษายน ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์ที่คึกคักมากขึ้น ในขณะเดียวกัน วีซ่ามวยไทย 90 วันที่ประกาศเมื่อเร็วๆนี้ คือการรีแบรนด์วีซ่านักท่องเที่ยวประเภทขยายเวลาได้ และยังเชิดชูแนวคิดว่าศิลปะการต่อสู้ของไทยยินดีต้อนรับนักมวยฝึกหัดต่างชาติ

 

ให้การสนับสนุนงานอีเวนต์ต่างๆ

แบรนด์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงและความงาม ควรให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระแส 'T-WAVE' หรือ Thai Wave ซึ่งสนับสนุนเหล่านี้ช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมของตนกับเหล่าดารา นักแสดง และศิลปิน T-pop ได้ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากเหล่าแฟนคลับในต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่อุตสาหกรรม K-Beauty ได้ผลักดันธุรกิจความงามเกาหลีใต้สู่ระดับโลก

 

สร้างความเชื่อใจผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิด

แบรนด์ควรค้นหาผู้มีอิทธิพล อาทิ ดารา นักแสดง และศิลปิน T-pop ที่สามารถช่วยโปรโมทแคมเปญส่งเสริมการขายที่สร้างสรรค์และสร้างการรับรู้และยอมรับให้กับผลิตภัณฑ์ โดยคนดังเหล่านี้จะกลายเป็นทูตทางวัฒนธรรมที่สามารถช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงฐานแฟน ๆ ในระดับนานาชาติที่กำลังเติบโต และมีส่วนช่วยในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก

 

ขยายขอบเขตของกระแส T-Wave

แพลตฟอร์มออนไลน์ บริการสตรีมมิ่ง และธุรกิจสื่อสามารถเพิ่มการเผยแพร่เนื้อหาภาษาไทยไปทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ซึ่งภาครัฐบาลอาจมองว่าการทำเช่นนี้เป็นการดำเนินการที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายผลักดันชอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ

  • Raise the Pride Flag I ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับ LGBTQ ในต่างประเทศผ่านการโปรโมทมาหลายปี และการที่พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมจะได้รับการบัญญัติ จะทำช่วยเสริมภาพลักษณ์ในด้านนี้ของไทยยิ่งขึ้นไปอีก ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า กิจกรรมเกี่ยวกับ LGBTQ+ นั้น เป็นหนึ่งในจุดขายยอดนิยมสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ โดยในปี 2565 และ 2566 เราได้เห็นแบรนด์มากมายตกแต่งโลโก้แบรนด์ของตนเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียม ประเทศไทยสามารถเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคู่รักจากประเทศที่ไม่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและการสมรสเท่าเทียม ดังนั้น ทุก ๆ แบรนด์ควรเตรียมพร้อมสำหรับเทรนด์นี้ ซึ่งจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
     
  • Raise the Pride Flag II ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการส่งออกซีรีส์วายในต่างประเทศเป็นอันดับต้น ๆ ของการส่งออกสื่อบันเทิงสู่ตลาดต่างประเทศ โดยในซีรีส์วายของไทยได้บอกเล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์เพศเดียวกันในบริบทต่าง ๆ ตั้งแต่เรื่องราวการก้ามข้ามผ่านวัยของนักเรียนมัธยมปลายไปจนถึงดราม่ามาเฟีย ในประเทศไทย ฐานแฟนคลับของซีรีส์วายได้มีการเพิ่มมากขึ้นในช่วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งต้องการหลีกหนีจากความเหนื่อยหน่ายของการกักตัวอยู่กับบ้าน สิ่งนี้เองที่ทำให้ประเทศไทยมีความโดดเด่นออกมาจากความอนุรักษ์นิยมของประเทศเอเชียอื่น ๆ แม้ว่าซีรีส์ประเภทนี้จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยก็กลายเป็นผู้ผลิตซีรีส์วายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยมีญี่ปุ่นเป็นตลาดหลัก นี่จึงเป็นเรื่องราวความสำเร็จของไทยที่แท้จริง ที่ THACCA ต้องการนำใช้ประโยชน์ต่อ นอกไปจากความรักในรูปแบบชาย-ชายแล้ว เรายังเล็งเห็นถึงศักยภาพที่เรื่องราวความรักหญิง-หญิง จะได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอีกด้วย

 

 

ในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดี อี มย็อง-บัก (Lee Myung-bak) ประเทศเกาหลีใต้ได้สร้างกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ระดับประเทศที่เรียกว่า Global Korea ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ตอบโจทย์อนาคต รองรับพหุวัฒนธรรม และมีวิสัยทัศน์ โดย KOCCA (Korea Creative Content Agency) ก็ถูกสร้างขึ้นบนจุดมุ่งหมายดังกล่าว

ถึงแม้ว่าประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นของนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ตัวอย่างจากประเทศเกาหลีใต้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ที่ให้ทั้งแรงจูงใจและเป็นโมเดลสำหรับรัฐบาลไทยและผู้นำในอุตสาหกรรมในการนำมาใช้เพื่อผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ด้วยแรงผลักดันที่ได้รับจากกระแส T-Wave ทำให้ผู้นำธุรกิจจำนวนมากในปัจจุบันเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลไทย

ผู้นำธุรกิจและแบรนด์มีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้นจากนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของไทย หากแบรนด์สามารถหาจุดยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของนโยบาย

 

 

ในอดีตคนในวงการบันเทิง และศิลปินชาวเกาหลีใต้ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ และเอาชนะความท้าทายต่างๆ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในระดับโลกของ K-Wave และ เราเชื่อว่า ครีเอเตอร์ชาวไทยก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

[อ่าน 11,688]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved