‘BEM’ กับเป้าหมายสำคัญ ในการลดใช้พลังงาน
13 Nov 2024

 

ปัจจุบันเราเห็นภาพของผลกระทบจากภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่ชัดเจนมากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็น ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña) ที่รุนแรงมากขึ้น

สถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมาของ PM2.5 ที่กลายเป็นภัยร้ายใกล้ตัวและต้องเผชิญทุกปี สิ่งเหล่านี้แน่นอนว่าการยับยั้งตั้งแต่ต้นเหตุนั้นช้าไปเสียแล้ว แต่สิ่งที่มนุษย์ทุกคนทำได้คือไม่เพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์เหล่านี้ให้เพิ่มมากขึ้น และเป็นบทบาทหน้าที่ของทุกคนที่ควรร่วมมือกัน

 

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 คุมเข้มการจัดการของเสียอันตราย และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในเวทีโลก

 

รถไฟฟ้า..ระบบขนส่งสาธารณะที่นำพาทุกคนสู่ความยั่งยืน

ในฐานะผู้ให้บริการระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะทั้งทางพิเศษ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการระบบคมนาคมขนส่งที่ครบวงจรของประเทศและในภูมิภาคอาเซียน โดยคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

โดยบริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินการด้านความยั่งยืนขององค์กรควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเฉพาะจากการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานทดแทน ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2065 (พ.ศ 2608) เพื่อเดินทางด้วยกันสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน (Mobility for All: Sharing the Sustainable Journey) 

 

การบริหารจัดการพลังงานของ BEM

ในปี 2566 หากมองภาพรวมของการดำเนินงานใน 2 ธุรกิจ คือธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบรางนั้น มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 143,834 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมีการใช้พลังงาน 233.90 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งลดลงร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่หากพิจารณาเฉพาะระบบรางแล้วปีที่ผ่านมา รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอยู่ที่ 0.022 KgCO2eq ต่อผู้โดยสาร-กิโลเมตร ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วงอยู่ที่ 0.036 KgCO2eq ต่อผู้โดยสาร-กิโลเมตร

โดยมีการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้บริการรถไฟฟ้าปริมาณ 0.048 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อจำนวนผู้โดยสาร-กิโลเมตร (kWh per passenger-km) หรือคิดเป็น 0.024 กิโลคาร์บอนไดอ็อกไซด์เทียบเท่า ต่อจำนวนผู้โดยสาร-กิโลเมตร (kg CO2e per passenger-km) ซึ่งลดลงร้อยละ 29.41 จากปีก่อนหน้า รวมถึงยังสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในธุรกิจทางพิเศษเป็นปริมาณ 1,188,398 กิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือคิดเป็นร้อยละ 7.06 จากปีก่อนหน้า 

 

 

ทั้งนี้ BEM ได้กำหนดเป้าหมายระยะสั้นของการจัดการด้านพลังงาน โดยจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 4 ต่อปี โดยเทียบกับปีฐาน 2566 ส่วนเป้าหมายระยะยาวคือ การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2608 และลดการใช้พลังงานลงให้ได้ร้อยละ 28 ภายในปี 2573 โดยเทียบกับปีฐาน 2566 เช่นเดียวกัน

 

3 โครงการเด่นในการจัดการพลังงานภายในบริษัท

  • โครงการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบริษัท

โดยได้ทำการเปลี่ยนโคมไฟของธุรกิจทางพิเศษเป็นชนิด LED บริเวณทางขึ้น-ลงทางพิเศษ ส่วนธุรกิจระบบราง ได้เปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิด LED บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง และพื้นที่ภายในสถานี เช่นเดียวกับการเปลี่ยนในพื้นที่ส่วนกลางของชั้นร้านค้าในธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์

 

 

  • โครงการติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของอาคาร

เพื่อลดการซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน บริษัทจึงติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งลงทุนตั้งแต่ปี 2565 และดำเนินการต่อเนื่องในแต่ละพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบรางต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 

 

 

  • โครงการลดการใช้น้ำมันโดยเปลี่ยนรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

โดยเริ่มเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 4 คัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 พบว่าลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 8,441 ลิตร โดยมีเป้าหมายจะเปลี่ยนรถเป็นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 24 คัน ภายในปี 2573 ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 140 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

 

จากการดำเนินการทั้ง 3 โครงการนี้ ส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทสามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน 18.5 ล้านบาท ลดการใช้พลังงานทั้งสิ้น 3,975,959 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งสิ้น 1,987 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ใช้ปี 2566 เป็นปีฐาน) ซึ่งปัจจุบันยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าผลงานของการดำเนินงานที่จะแสดงให้เห็นนั้นจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นในการสรุปข้อมูลในปี 2567

ด้วยการบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างมีกลยุทธ์ส่งผลให้ BEM ได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น รางวัลสำนักงานสีเขียว (Green Office) ในระดับดีเยี่ยม (G-ทอง) และ รางวัลองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (CALO) ในระดับ “ดีเด่น” ในสาขาบริการ

 

 

อีกทั้ง ได้รับคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ให้เข้าอยู่ในทำเนียบ บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 ในฐานะบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ในกลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ อีกทั้งยังได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ต่อเนื่องถึง 7 ปี ในกลุ่มบริการ (Services) ซึ่งได้รับการจัดลำดับอยู่ในระดับ AA (คะแนนรวม 80-89 คะแนน)

 

ทั้งนี้ BEM ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ส่งมอบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนมาตรฐานความปลอดภัย ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคมและหลักธรรมาภิบาล ร่วมสร้างเส้นทางสู่ความยั่งยืนที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคน 

[อ่าน 22,826]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรู คอร์ปอเรชั่น มั่นใจหากเกิดเหตุเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลาง จะไม่กระทบบริการอินเทอร์เน็ตลูกค้าทรู
MJets ขยายฐานการบินธุรกิจระดับภูมิภาค สู่ Seletar Aerospace Park ร่วมกับ WingsOverAsia
"ท็อปส์" ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยอินไซต์ “เนื้อออสเตรเลียพรีเมียม” ยังยืนหนึ่งครองใจคนไทย
"NTT DOCOMO" จับมือ "TrueVisions" เปิดประตู “จักรวาลบันเทิงญี่ปุ่น” สู่ผู้ชมไทยผ่าน TrueVisions NOW
Singha Sparkling Water เปิดตัวใหญ่ใน BYD HYROX Bangkok 2026 ดึงสายฟิตทั่วโลกสู่ไทย
"เอเซอร์" ครบรอบ 50 ปี ประกาศยุทธศาสตร์ “The Next Breaking Barriers” เดินหน้าสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved