ส่องไกลปี 2026 : ใครจะผันตัวเป็นผู้ค้าออนไลน์เทพๆ ได้
15 Jan 2025

การมองอนาคตได้ชัดเจนที่สุด ก็ด้วยมาจากการมองย้อนกลับไปยังอดีตในสิ่งที่เกิดขึ้นมายิ่งไกลยิ่งดีและกับการคาดการณ์ไกลๆ (Foresight) ผู้เขียนสนใจทิศทางธุรกิจและการตลาด ในปี 2026 (พิมพ์ไม่ผิดครับ เพราะมองเพียงปี 2025 ก็เดี๋ยวเดียวเท่านั้น)

 

มิติแรก ดัชนีด้านดิจิทัลของประเทศไทย

ปัจจุบันนี้เป็นชีวิตที่อยู่กับเทคโนโลยีรอบตัว โดยเฉพาะการใช้มือถือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อดำเนินชีวิตและการทำงาน แล้วข้อมูลจริงๆ เป็นอย่างไร จากผลการสำรวจโครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ.2567 (28 ตุลาคม 2567) ของ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า ตัวชี้วัดด้านดิจิทัลของประเทศ ส่วนใหญ่ดีขึ้นในทุกมิติ เช่น

  • การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของครัวเรือน ในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 90.3 (21.7 ล้านครัวเรือน) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 89.5 (21.0 ล้านครัวเรือน) ประชากรช่วงอายุ 16-74 ปี มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตคิดเป็นร้อยละ 90.7 (50.1 ล้านคน) เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 89.5 (49.2 ล้านคน)
  • พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง 20 นาที เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่เฉลี่ยวันละ 7 ชั่วโมง 25 นาที โดยพบว่าส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตดังนี้ การติดต่อสื่อสาร และการทำธุรกรรมทางการเงิน และการพักผ่อน/บันเทิง
  • พฤติกรรมการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่า 
  1. ประชาชนส่วนใหญ่ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ จะมีการซื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และมีมูลค่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากเดิม 375 บาท/ครั้ง เป็น 428 บาท/ครั้ง
  2. สินค้าที่เป็นที่นิยมสูงสุดสามอันดับแรกคือ เสื้อผ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และหนังสือ ตามลำดับ 
  3. ช่องทางการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ E-Marketplace เช่น ShopeeLazada ซึ่งผู้ซื้อสินค้าออนไลน์นิยมใช้ช่องทางนี้สูงถึงร้อยละ 95.98 (16,501 ราย จากผู้ตอบ 17,193 ราย) ตามมาด้วย Social Commerce ได้แก่ TiktokLineFacebook อยู่ที่ ร้อยละ 47.18 (8,111 ราย จากผู้ตอบ 17,193 ราย)

 

 

มิติที่สอง รูปแบบผู้ค้าออนไลน์-ผู้ประกอบการดิจิทัล 

Sea (Group) เผยผล ‘การสำรวจ Online Seller Archetypes’ ในปี 2020 (In 2019 we surveyed a total of 42,000 sellers on Shopee, our pan-regional e-commerce platform) เพื่อจับอินไซต์ว่าบทบาทของอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มมากขึ้น

โดยผลสำรวจจากผู้ค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Shopee ประมาณ 42,000 ราย จากทั้งหมด 6 ประเทศคือประเทศไทย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย พบว่ารูปแบบผู้ค้าออนไลน์หรือผู้ประกอบการดิจิทัล แบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ The Homemaker, The Student, The Never-too-late, The Moonlighter และThe Highly-digital มีลักษณะเด่นที่ต่างกันดังนี้

 

1) The Homemaker Entrepreneurs (กลุ่มแม่บ้าน-พ่อบ้าน) 

กลุ่มนี้ประกอบ ด้วยผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน ซึ่งมักจะมีอายุประมาณ 30 ปี และมีหน้าที่ดูแลครอบครัวโดยรายได้จากการขายออนไลน์จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนครอบครัว (มีสมาชิกในครอบครัวโดยเฉลี่ย 4 คน)

 

2) The Student Entrepreneurs (กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา) 

นักเรียนที่มีอัตราความอ่อนไหวด้านการเงินและเวลา นักเรียนมักจะใช้ e-commerce ถึง 59% ในการสร้างรายได้ ทั้งยังเป็นช่องทางในการทดลองไอเดียธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่มีต้นทุนต่ำและความเสี่ยงต่ำ มีความโดดเด่นในก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ

 

3) The Never-too-late Entrepreneurs (กลุ่มผู้ประกอบการมืออาชีพจากโลกออฟไลน์)

กลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ขายแบบออฟไลน์มากกว่า 10 ปี ก่อนที่จะเริ่มขายออนไลน์ โดยผู้ประกอบการต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันและความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีอยู่ แต่มองหาโอกาสขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือสำหรับการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่และการพัฒนาทักษะดิจิทัลด้วยความไม่พร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จึงมีสัดส่วนยอดขายบนอีคอมเมิร์ซโดยเฉลี่ยของผู้ค้ากลุ่มนี้อยู่เพียง 28% เท่านั้น

 

4) The Moonlighter Entrepreneurs (กลุ่มทำอาชีพเสริมคู่งานประจำ)

เป็นผู้ประกอบการที่มีงานประจำเต็มเวลา แต่ยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจออนไลน์ขายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ มาเป็นอาชีพเสริมจนอาจกลายเป็นรายได้หลัก (มีมากถึง 71%) เนื่องจากกลุ่ม The Moonlighter มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาทำงาน และมีความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการการสนับสนุนด้านความรู้ทางธุรกิจจะขยายธุรกิจได้อีกมาก

 

5) The Highly-Digital (กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์มืออาชีพ) 

กลุ่มนี้เป็นคนช่วงอายุ 30 ปี เป็นผู้ประกอบการที่มีความก้าวหน้าที่สุดในด้านการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล ซึ่งมีความแอคทีฟบนอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มสูง บริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ได้อย่างดีและสร้างยอดขายจากช่องทางอีคอมเมิร์ซได้มากกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด โดย 66% ยินดีนำรายได้จาก e-commerce ไปเลี้ยงครอบครัวและ 57% นำรายได้ไปขยายธุรกิจ

 

 

ในปี 2026 ผู้เขียนใช้พื้นฐาน 5 รูปแบบผู้ค้าออนไลน์-ผู้ประกอบการดิจิทัลของปี 2020 ข้างต้น บวกการสังเคราะห์ทิศทางการค้าออนไลน์ออกมาเป็น ผู้ค้าออนไลน์เทพๆ ในลักษณะ 6 รูปแบบ ดังนี้

 

1) The Metaverse Seller

ผู้ค้าที่มีการใช้โลกเสมือนจริงในการขายสินค้า เช่น การเปิดร้านใน Metaverse ที่ให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าเสมือนจริงและอาจสร้างตัวตนเสมือน (Avatar) เพื่อให้การช้อปปิ้งออนไลน์แปลกใหม่และมีความสมจริงยิ่งขึ้น

 

2) The AI-Driven Entrepreneur/The Automation Entrepreneur 

ผู้ประกอบการที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสำคัญแบบเต็มรูปในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งจะช่วยรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายช่องทางตั้งแต่พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลทางประชากรและแนวโน้มการตลาดเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายให้แม่นยำขึ้น จุดเด่นคือเพิ่มประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในการเข้าถึงลูกค้า การลดต้นทุนในกระบวนการต่างๆ และการเพิ่มยอดขายด้วยการทำตลาดแบบ Personalization

 

3) The Sustainable Seller

ผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเน้นขายสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ หรือสินค้าที่ผลิตโดยมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกค้ารู้สึกดีจากการเลือกซื้อสินค้า และมีโอกาสสร้างความภักดี (Brand Loyalty) กับลูกค้าที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืน

 

4) The Micro-Niche Specialist

กลุ่มที่เน้นขายสินค้าซึ่งตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มแบบเจาะจงเช่น สินค้าเฉพาะทางที่หายาก กลุ่มนี้มีความสามารถในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจตลาดขนาดเล็ก (Niche Market) ที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงสูง และสามารถสร้างความภักดีในกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

 

5) The Social Commerce Star

กลุ่มที่มีพื้นฐานจากการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย และมีความสามารถในการขายสินค้าแบบ Live Commerce โดยอาจเป็นกลุ่มผู้ที่มีผู้ติดตามสูง หรือมี Micro-Influencer เข้ามาทำการขายผ่านไลฟ์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งเพิ่มความสำคัญต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น

 

6) The Subscription Model Seller

กลุ่มที่เน้นการขายผ่านโมเดลการสมัครสมาชิก(อาจมีค่าสมัคร) ซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นและทวีสูงยิ่งขึ้น ผู้ค้ากลุ่มนี้จะมุ่งเน้นให้บริการตามความต้องการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ประจำวัน หรือบริการด้านความงามที่ลูกค้าต้องการใช้ประจำ

 

สรุปปี 2026 แม้รูปแบบผู้ค้าออนไลน์จะใช้พื้นฐานปี 2020 แต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงของตลาดจะทำให้มีแนวโน้มผู้ค้าออนไลน์รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นในลักษณะเฉพาะตัวและตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัลได้มากขึ้นจะผลักดันให้ผู้ค้าออนไลน์ก้าวเข้าสู่ขั้นเทพๆ ได้อย่างโดดเด่น 



บทความจากนิตยสาร MarketPlus ฉบับที่ 171 November 2024

[อ่าน 9,598]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ยาดมตราโป๊ยเซียน" ก้าวสู่ 100 ปีแห่งความยั่งยืน ชูแนวคิด "Small Big Thing" เรื่องเล็กที่สร้างคุณค่าใหญ่ สะท้อนตัวตนแบรนด์
ทีเส็บวางหมาก “ไมซ์ใต้” เชื่อมจุดแข็งรายจังหวัด ดันสงขลาฮับอาหาร–ฮาลาลสู่สากล
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
“ปพน มนัสภากร” เปิดเกม Brandname Money ต่อยอดแบรนด์เนมสู่สินทรัพย์–โอกาสการเงิน
Sunshine Dairy เปิดเกม “Everyday Protein Milk” ดึง PERSES ปั้นนมไฮโปรตีนให้เป็นเรื่องใกล้ตัวทุกวัน ตั้งเป้า 2.2 พันล้านบาท
เมื่อ “นูกัต” ไม่ได้เป็นแค่ของฝาก เนสไลน์ปั้น “นูกัตโตะ” ให้เป็นขนมเคี้ยวสนุก เข้าถึงง่าย และพร้อมไวรัลบนโซเชียล
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved