
หลายคนและธุรกิจยังเข้าใจผิดว่า Digital Trade (ดิจิทัลเทรด-การค้าดิจิทัล) คือแค่การขายของผ่านเว็บและแอป แต่จริงๆ แล้ว...มันคือ ‘การค้าข้ามพรมแดนด้วยข้อมูล’
ลองนึกภาพว่า Netflix ส่งหนังไปทั่วโลกโดยไม่ต้องขนส่งอะไรเลย หรือบริษัทซอฟต์แวร์จากไทยไปให้บริการลูกค้าในจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรปผ่าน Cloud - นี่แหละคือ Digital Trade ตัวจริง!
ธุรกิจ SMEs มักสับสนว่า ‘ดิจิทัลเทรด’ คือการขายของออนไลน์ธรรมดาๆ แต่ในความเป็นจริงมันกว้างใหญ่และลึกซึ้งกว่านั้นมาก
Digital Trade (การค้าดิจิทัล) ที่แท้จริงเป็น "ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่สั่งซื้อหรือส่งมอบผ่านเครือข่ายดิจิทัล" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลไกสำคัญให้ธุรกิจสร้างอำนาจต่อรองได้ดีขึ้น
หัวใจสำคัญ การค้าดิจิทัลถูกขับเคลื่อนด้วย ‘การไหลของข้อมูลข้ามพรมแดน’ ข้อมูลเป็นวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์หลักที่ทำให้ AI Cloud และ IoT ทำงานได้เต็มศักยภาพ ดังนั้นธุรกิจที่ครองข้อมูลและแปลงให้เป็นบริการได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะไร้ความหมาย หากธุรกิจท่านยังใช้แต่โมเดลธุรกิจแบบเดิมๆ ที่เน้นการ ‘ขายครั้งเดียวจบ’ หากธุรกิจจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ธุรกิจต้องปรับไปใช้ โมเดลที่เน้นการสร้างรายได้ซ้ำ (Recurring Revenue) และการ ‘ล็อกอิน’ ลูกค้าไว้ในระบบนิเวศของธุรกิจ
โมเดลที่ 1: การเปลี่ยนสู่บริการ (Servitization- Anything as a Service / XaaS Model)
การให้บริการในทุกๆ อย่าง ธุรกิจนำมาใช้ประโยชน์โดยอาศัยหลักการและจุดเด่นของ Cloud computing
กลยุทธ์ เปลี่ยนจากการ ขายผลิตภัณฑ์ เป็น ขายผลลัพธ์ (Performance)
หลักการ แทนที่ธุรกิจจะขายรถยนต์ เครื่องจักร หรือหุ่นยนต์ ให้เปลี่ยนเป็นการขาย สัญญาใช้บริการ หรือ ประสิทธิภาพการทำงาน โดยตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
ตัวอย่าง
โมเดลที่ 2: ระบบนิเวศดิจิทัลและแพลตฟอร์ม (Digital Ecosystem & Platform)
การรวมกันของเทคโนโลยี แพลตฟอร์มและบริการที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน เพื่อสร้างเครือข่ายที่อำนวยความสะดวกและมอบประสบการณ์ที่ครบวงจรให้กับผู้ใช้บริการ โดยแพลตฟอร์มเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานหรือ ราก ฐาน’ ในการรวบรวมสิ่งเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน
กลยุทธ์ เป็นผู้ประสานงานที่ ‘เชื่อมต่อผู้ซื้อ-ผู้ขาย’และ ‘ดึงดูด’ ลูกค้าไว้ด้วยบริการอันหลากหลาย
หลักการ ธุรกิจสร้างตลาดสองด้าน (Two-sided Market) ที่ไม่ใช่แค่การซื้อขาย แต่เป็นการเสนอเครื่องมือ ข้อมูลและบริการเพิ่มเติมเพื่อทำให้ลูกค้าและซัพพลายเออร์เกิดความยากที่จะถอนตัวออกไป (Vendor Lock-in)
ตัวอย่าง
โมเดลที่ 3 การเข้าถึงแทนการครอบครอง (Access-Over-Ownership Model)
คือรูปแบบธุรกิจที่ลูกค้าจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงสินค้าหรือบริการ แทนที่จะเป็นเจ้าของสิ่งนั้นโดยสมบูรณ์ โมเดลนี้เน้น ‘สิทธิ์ในการใช้งาน’ หรือ ‘เช่า’ สินค้าในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการเชื่อม โยงผู้บริโภคเข้ากับผู้ให้บริการ
กลยุทธ์ ให้ลูกค้า จ่ายเพื่อการใช้งาน ไม่ใช่การเป็นเจ้าของ
หลักการ พลิกสมการทางเศรษฐกิจจากทรัพย์สินที่เป็นต้นทุน (Liability) ให้กลายเป็นแหล่งราย ได้ (Asset)
ตัวอย่าง

ภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการค้าบริการดิจิทัล (DST) โดยเฉพาะ ซึ่งได้สรุปเป็นตัวอย่าง 4 กลุ่มที่ควรเร่งนำโมเดลพลิกเกมข้างต้นมาใช้ดังนี้
ตัวอย่าง 4 กลุ่ม New S-Curve ที่ควรเร่งนำโมเดลพลิกเกมให้พุ่งทะยาน

คำเตือน: ธุรกิจไทยส่วนใหญ่อยู่ใน ‘ช่วงเริ่มต้น’ ของการเปลี่ยนผ่าน อุปสรรคใหญ่คือ ‘วัฒนธรรมองค์กร’ และ ‘ช่องว่างทักษะดิจิทัล’ ดังนั้น กลยุทธ์ที่ยั่งยืนจึงต้องเน้นที่การพัฒนาคนควบคู่ไปกับเทคโนโลยี
ธุรกิจใดคิดแตกต่าง ก้าวก่อน ก้าวไว....ย่อมสร้างโอกาสที่จะออกแบบธุรกิจให้เหนือการแข่งขันได้ดีกว่าผู้ตาม หรือมาทีหลังเสมอ




