OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) เดินหน้าประกาศกลยุทธ์ผนึกกำลังทั้งด้านงานขาย และบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว พร้อมเปิดเผยแผนการพัฒนาบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง
บิล จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย และ AIMOGA กล่าวว่า “เป้าหมายยอดขายของเราในปี 2569 คือ 26,000 คัน ซึ่งเราเริ่มต้นความสำเร็จด้วยยอดขายของ JAECOO 5 EV ด้วยการครองอันดับ 1 SUV ที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในเดือนมกราคม 2569 ตอกย้ำก้าวแรกของความสำเร็จด้านการขาย นอกเหนือจากความไว้ใจที่จะทำให้ลูกค้าเลือกแบรนด์ OMODA & JAECOO ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า แต่คือการบริการหลังการขายที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจอย่างยั่งยืน
ธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน ผมตระหนักอย่างชัดเจนว่า บริการหลังการขายคือหัวใจสำคัญของการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับงานด้านบริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากรให้มีมาตรฐาน ขั้นตอนการบริการ การจัดการอะไหล่ เครื่องมือและอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นไปตามมาตราฐานที่บริษัทกำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งเป้าการยกมาตรฐานด้านบริการให้ครบ 80 แห่งภายในกลางปี2569 พร้อมกับการวางแผนโปรแกรม Body and Paint Certified เพื่อรับรองมาตรฐานของอู่ซ่อมสีและตัวถังในเครือของผู้จำหน่ายเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ และให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายที่ครอบคลุมมุ่งเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ
OMODA & JAECOO ได้กำหนดมาตรฐานบริการหลังการขายที่ประกอบด้วยห้าเสาหลักสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพผ่านแนวคิดหลักที่สำคัญ ได้แก่
เร่งมุ่งมั่นพัฒนาการบริการหลังการขายให้ตอบโจทย์การเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้น
OMODA & JAECOO รับทราบถึงผลกระทบจากปัญหาอะไหล่ค้างส่งที่ส่งผลต่อการใช้งานและความเชื่อมั่นของลูกค้า บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ โดยปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการสต็อกอะไหล่ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดสรรและการกระจายอะไหล่ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อเร่งรัดการส่งมอบให้ถึงมือลูกค้าโดยเร็วที่สุด สะท้อนความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อปัญหาและยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำแผนการส่งมอบอุปกรณ์เสริมให้กับลูกค้าอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับกระบวนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ โดยมีการส่งมอบอุปกรณ์เสริมตามรายการที่กำหนด ได้แก่ พรมปูพื้น คู่มือการใช้งานรถ สมุดรับประกัน และอุปกรณ์ V2L ให้แก่ลูกค้าตามลำดับ สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ Wall Charger บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และจะดำเนินการร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่องตามลำดับขั้น ทั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด
ธีระพันธุ์ กล่าวเสริมว่า “ด้วยการเดินหน้าขยายเครือข่ายและยกระดับศูนย์บริการสู่มาตรฐานสูงสุด OMODA & JAECOO จึงมุ่งมั่นส่งมอบความอุ่นใจ และประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าทุกการดูแลและการซ่อมบำรุงทุกขั้นตอน จะได้รับการบริการอย่างเป็นมืออาชีพในทุกมิติ”
ลูกค้า OMODA & JAECOO สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการหลังการขาย การนัดหมายเข้ารับบริการ สถานะการซ่อม หรือข้อมูลอะไหล่ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888 หรือดูข้อมูลศูนย์บริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชันล่าสุดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย




