
ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มาตรฐาน ISO 14001 หรือระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสร้างความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือในระดับสากล การประยุกต์ใช้มาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความมุ่งมั่นในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านแนวทางเชิงรุก แต่ยังมอบผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ทั้งการลดของเสีย การอนุรักษ์พลังงาน และการประหยัดต้นทุน ซึ่งเป็นการผสมผสานความรับผิดชอบต่อโลกเข้ากับการเติบโตทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างลงตัว
ล่าสุด องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน ISO กำลังดำเนินการยกระดับจากเวอร์ชั่น 2015 สู่ฉบับสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2026 โดยมาตรฐานฉบับใหม่นี้จะเน้นย้ำถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ช่วยให้องค์กรทั่วโลกปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ท่ามกลางประเด็นท้าทายใหม่ เช่น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

นายภูรี วัฒนศัพท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทยูไนเต็ด รีจริสตร้า ออฟซิสเต็มท์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายภูรี วัฒนศัพท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทยูไนเต็ด รีจริสตร้า ออฟซิสเต็มท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ URS ในฐานะผู้นำด้านการตรวจรับรองมาตรฐานสากล ได้ให้มุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า
“เมื่อมาตรฐาน ISO 14001:2026 ประกาศใช้ในเดือนเมษายน 2026 นี้ องค์กรกว่า 3 แสนแห่งทั่วโลกที่ถือครองใบรับรองเวอร์ชัน 2015 จะต้องเริ่มศึกษาข้อแตกต่างเพื่อปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานฉบับใหม่ โดยจะมีระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านใน 1 รอบการรับรอง ซึ่งทาง URS พร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในการตรวจประเมินและผลักดันให้แต่ละองค์กรก้าวสู่มาตรฐานใหม่นี้อย่างไร้รอยต่อ”
สำหรับการตรวจประเมินเพื่อปรับมาตรฐานสู่เวอร์ชันใหม่ แต่ละองค์กรสามารถเลือกดำเนินการได้ทั้งในช่วงการตรวจติดตามผลประจำปี หรือการตรวจต่ออายุใบรับรอง โดยมุ่งหวังให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานความยั่งยืนที่แท้จริง





