AirAsia MOVE ถอดรหัสท่องเที่ยวอาเซียน Q1/69 “คุ้มค่า–ยืดหยุ่น–จองใกล้วัน” เกมใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยต้องอ่านให้ขาด
28 May 2026

 

ในวันที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับยังคงส่งสัญญาณเติบโตอย่างน่าสนใจ
 

คุณฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา Head, Country Representative (Thailand) ของ AirAsia MOVE เปิดเผยว่า ข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการเดินทางในภูมิภาคอาเซียนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการเดินทางภายในภูมิภาค หรือ Intra-ASEAN เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

อย่างไรก็ตาม การเติบโตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดิม เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้เพียง “อยากเดินทาง” แต่ยังมองหาความคุ้มค่า ความยืดหยุ่น และความมั่นใจมากขึ้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกจุดหมายปลายทาง การจองตั๋ว ที่พัก ไปจนถึงกิจกรรมระหว่างทริป

 

ผลงาน Q1/69 ตอกย้ำ AirAsia MOVE โตทั้งผู้ใช้ ธุรกรรม และธุรกิจ B2B

ภาพการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวอาเซียน สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ของ AirAsia MOVE ที่ยังเติบโตต่อเนื่องทั้งในส่วนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสำหรับผู้บริโภค และธุรกิจ B2B ที่เชื่อมต่อพันธมิตรในภูมิภาค

ในไตรมาสแรก AirAsia MOVE มีผู้ใช้งานประจำต่อเดือน 17.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดติดตั้งแอปและการมีส่วนร่วมผ่านแพลตฟอร์มแชตและคอมมูนิตี้เติบโต 14% พร้อมจำนวนธุรกรรมรวม 12.3 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน

ด้านธุรกิจท่องเที่ยว จำนวนที่นั่งเที่ยวบิน AirAsia ที่จำหน่ายได้เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่บริการเสริม เช่น การเลือกที่นั่งและการซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มเติม เติบโต 15% สะท้อนว่านักเดินทางยังคงมองหาความสะดวกและประสบการณ์การเดินทางที่ปรับได้ตามความต้องการของตนเอง

ที่น่าสนใจคือ อัตราการซื้อ EasyCancel เพิ่มขึ้นโดดเด่น 33% ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความยืดหยุ่น” มากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอก ขณะที่จำนวนห้องพักที่จำหน่ายได้เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนบทบาทของ AirAsia MOVE ที่ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางจองเที่ยวบิน แต่กำลังขยายสู่แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรมากขึ้น

สำหรับธุรกิจ B2B ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยแพลตฟอร์ม Wego มียอดจำหน่าย 9 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน พร้อมเดินหน้าขยายการรับตัวแทนจำหน่าย เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อและกระจายสินค้าผ่าน API รวมถึงเห็นการเติบโตจากพันธมิตร OTA ในตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า AirAsia MOVE กำลังขยับบทบาทจากแพลตฟอร์มจองการเดินทาง ไปสู่ระบบนิเวศท่องเที่ยวที่เชื่อมทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และพันธมิตรธุรกิจในภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง

 


 

นักท่องเที่ยวจองใกล้วันขึ้น สะท้อนตลาดที่ยังโต แต่ระวังตัวมากกว่าเดิม

หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ AirAsia MOVE เห็นได้ชัด คือพฤติกรรมการวางแผนทริปที่สั้นลง โดยระยะเวลาการจองล่วงหน้า หรือ Lead Time เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 14–30 วันเท่านั้น สะท้อนว่านักท่องเที่ยวยังมีความต้องการเดินทางสูง แต่ต้องการรอดูสถานการณ์และตัดสินใจใกล้วันเดินทางมากขึ้น

หนึ่งในตัวเลขที่น่าสนใจคือ กว่า 89% ของปริมาณการจองทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม เป็นการเดินทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยืนยันว่าอาเซียนยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพลังการเดินทางสูง และกลายเป็น “เซฟโซน” ของนักท่องเที่ยวในช่วงที่โลกเผชิญความผันผวน ทั้งในมุมของการพักผ่อน การเดินทางระยะสั้น และการเดินทางเพื่อเชื่อมต่อระหว่างเมืองหลักในภูมิภาค

สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมในอาเซียน 3 อันดับแรก ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ และบาหลี ขณะที่จุดหมายปลายทางนอกอาเซียนที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ คุนหมิง โตเกียว และนิวเดลี
 

ไทยยังเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวระยะไกล

แม้ตลาดระยะใกล้ภายในอาเซียนจะเป็นฐานสำคัญ แต่คุณฉัททันต์มองว่า ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป และทวีปอเมริกายังคงมีสัญญาณที่ดี โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังเลือกมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางแรกๆ

ในกลุ่มนี้ “ประเทศไทย” และ “บาหลี” ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวพรีเมียม และกลุ่มที่มองหาประสบการณ์ด้าน Wellness และ Longevity หรือการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ไทยมีศักยภาพสูง ทั้งด้านบริการ สุขภาพ อาหาร วัฒนธรรม และประสบการณ์การพักผ่อนที่หลากหลาย

นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยับจากการขายเพียงห้องพักหรือตั๋วเดินทาง ไปสู่การออกแบบ “ประสบการณ์ครบวงจร” ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของนักเดินทางมากขึ้น

 

4 ตลาดหลักอาเซียน ไม่เหมือนกัน ต้องอ่านอินไซต์ให้ขาด

ข้อมูลของ AirAsia MOVE ยังชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศมีพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้การทำตลาดแบบเดียวกันกับทุกประเทศอาจไม่เพียงพอ

  • ตลาดมาเลเซียโดดเด่นในฐานะกลุ่มครอบครัวและดิจิทัล โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z มีบทบาทสูง ขณะที่การเดินทางแบบครอบครัวมีสัดส่วนถึง 65% พำนักเฉลี่ย 4.2 วัน และจองล่วงหน้าเฉลี่ย 28 วัน กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับอาหารและกิจกรรมที่ตอบโจทย์สมาชิกหลายช่วงวัย
     
  • ตลาดไทยสะท้อนภาพนักเดินทางสายดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า โดยมีมิลเลนเนียล 48% และ Gen Z 25% ขณะเดียวกัน Solo Traveler มีสัดส่วน 35% และคู่รัก 30% คนไทยพำนักเฉลี่ย 3.8 วัน และจองล่วงหน้าเพียง 21 วัน ซึ่งถือว่าสั้นที่สุดในภูมิภาค
     
  • ตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดของคนรุ่นใหม่และ Solo Traveler โดยมี Solo Traveler สูงถึง 58% และเติบโต 30% เมื่อเทียบปีก่อน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พำนักเฉลี่ย 3 วัน จองล่วงหน้าราว 25 วัน และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในพื้นที่ โดยใช้จ่ายกับอาหารและกิจกรรมมากกว่าค่าที่พัก
     
  • ตลาดฟิลิปปินส์เป็นกลุ่มที่วางแผนล่วงหน้าและพักยาวที่สุดในภูมิภาค โดยพำนักเฉลี่ย 6.8 วัน จองล่วงหน้า 35 วัน และนิยมเดินทางแบบครอบครัวในสัดส่วน 55% อีกทั้งยังมีกำลังซื้อในโรงแรมระดับกลางถึงระดับบน

 

จากอินไซต์สู่กลยุทธ์ ผู้ประกอบการไทยต้องเลิกทำตลาดแบบหว่านแห

เมื่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวแตกต่างกันชัดเจน คุณฉัททันต์มองว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวจากการทำตลาดแบบกว้างๆ ไปสู่การออกแบบข้อเสนอเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

หัวใจแรก คือการทำ Segmented Offers หรือข้อเสนอเฉพาะกลุ่ม เช่น หากต้องการเจาะตลาดอินโดนีเซียที่มี Solo Traveler สูง อาจต้องพิจารณาลดหรือยกเว้นค่า Single Supplement สำหรับผู้เข้าพักคนเดียว ขณะที่ตลาดมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ควรเน้นแพ็กเกจสำหรับครอบครัว ส่วนตลาดไทยเหมาะกับกิจกรรมแบบเลือกซื้อเป็นรายการ หรือ A la carte เพราะคนไทยชอบความยืดหยุ่นและเลือกสิ่งที่คุ้มกับตัวเองมากที่สุด

หัวใจที่สองคือ Booking Flexibility หรือความยืดหยุ่นในการจอง เพราะในยุคที่ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจต่อปัจจัยภายนอก บริการล็อกราคา การรับประกันราคาล่วงหน้า หรือเงื่อนไขการยกเลิกและเปลี่ยนวันเดินทางที่ยืดหยุ่น จะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการปิดการขาย

หัวใจที่สามคือ Experiential Bundling หรือการสร้างแพ็กเกจที่เน้นประสบการณ์ โดยเฉพาะนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาเพียงที่พักราคาดี แต่ต้องการกิจกรรมที่ทำให้ทริปมีความหมายมากขึ้น เช่น อาหารท้องถิ่น เวิร์กช็อปวัฒนธรรม หรือกิจกรรมเฉพาะพื้นที่

หัวใจสุดท้ายคือ Multi-tiered Pricing หรือการออกแบบราคาหลายระดับ ตั้งแต่ตัวเลือกประหยัดไปจนถึงพรีเมียม เพื่อรองรับกำลังซื้อที่แตกต่างกัน และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเลือกบริการที่เหมาะกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของตนเอง

 

Wellness, Short-term Rental และตลาดจีน–อินเดีย คือโอกาสรอบใหม่

แม้ต้นทุนการเดินทางยังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อาจส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบิน และค่าครองชีพ แต่ AirAsia MOVE มองว่า อาเซียนยังมีจุดแข็งจากการเชื่อมต่อภายในภูมิภาคที่แข็งแรง ทำให้ตลาดนี้ยังมีแรงดึงดูดต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เทรนด์ Wellness และที่พักรูปแบบ Short-term Rental กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่านักท่องเที่ยวกำลังมองหาทริปที่ยืดหยุ่น เป็นส่วนตัว และตอบโจทย์วิถีชีวิตมากขึ้น

และอีกสองตลาดที่น่าจับตาคือ จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง โดย AirAsia MOVE อยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายแพลตฟอร์ม เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ และตอบโจทย์การเดินทางแบบครบวงจรภายในแอปพลิเคชันเดียว

 

 

ท่องเที่ยวอาเซียนยังโต แต่ผู้ชนะคือคนที่เข้าใจ “ความคุ้มค่า”

สรุปภาพรวมและผลการดำเนินงานไตรมาสแรก สะท้อนชัดว่า ตลาดท่องเที่ยวอาเซียนในปี 2569 ยังมีแรงส่ง แต่เป็นแรงส่งที่มาพร้อมเงื่อนไขใหม่ นักท่องเที่ยวยังเดินทาง แต่เลือกมากขึ้น จองใกล้วันมากขึ้น เปรียบเทียบราคามากขึ้น และให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ตัวเลขผู้ใช้งาน ธุรกรรม บริการเสริม และธุรกิจ B2B ของ AirAsia MOVE ยังชี้ให้เห็นว่า แพลตฟอร์มท่องเที่ยวในยุคนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นช่องทางจองตั๋วหรือที่พัก แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างสำคัญที่เชื่อมต่อทั้งดีมานด์ของนักเดินทาง และซัพพลายของผู้ประกอบการในภูมิภาค

สำหรับผู้ประกอบการไทย โจทย์จึงไม่ใช่แค่การดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมา แต่คือการเข้าใจว่า “นักท่องเที่ยวแต่ละตลาดต้องการอะไร” แล้วออกแบบสินค้า ราคา และประสบการณ์ให้ตรงกับพฤติกรรมจริง

ในโลกท่องเที่ยวยุคใหม่ ความคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงราคาถูกที่สุดเสมอไป แต่หมายถึงประสบการณ์ที่นักเดินทางรู้สึกว่า “จ่ายแล้วคุ้ม” ทั้งในแง่เวลา เงิน ความยืดหยุ่น และความทรงจำที่ได้รับกลับไป

 

[อ่าน 8,936]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากบังคับคดีสู่ Debt Resolution KTC–กรมบังคับคดี เปิดพื้นที่เจรจา ดันลูกหนี้กว่า 91% กลับเข้าสู่ทางออกที่เป็นไปได้
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved