ยูนิลีเวอร์ เปลี่ยนเกมตลาด ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “SASSY”
30 May 2026

 

ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้า FMCG  ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค ในประเทศไทย ผ่านการผสานวิทยาศาสตร์ระดับโลก ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และครองใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง
 

มร.อาซีม ปุริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย นวัตกรรมจึงไม่เพียงเป็นการปรับปรุงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า และการสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกและไว้วางใจอยู่เสมอ

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของยูนิลีเวอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดเทรนด์ใหม่ๆ ทั้งในด้านสุขภาพ ความงาม และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยนำศักยภาพระดับโลกของยูนิลีเวอร์มาส่งมอบนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนตลาดในประเทศไทยนั้น ยูนิลีเวอร์ จะชูในเรื่องของการใช้วิทยาศาสตร์ขั้นสูงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการไปทำทรีตเมนต์ราคาแพง อาทิ การออกสินค้าในรูปแบบของเซรั่มปลูกผม (Sunsilk/Clear) ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิกว่าช่วยให้ผมงอกใหม่ได้จริง ซึ่งหากไปคลินิกอาจต้องจ่ายหลักพันหรือหมื่นบาท แต่ยูนิลีเวอร์นำเสนอในราคาเพียง 179 บาท


ผู้บริหารของยูนิลีเวอร์ บอกว่า แนวทางการพัฒนานวัตกรรมของยูนิลีเวอร์ ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่จะขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรม FMCG ไล่ตั้งแต่

1.การเข้าใจผู้บริโภคด้วย Data, AI และ Insight โดยยูนิลีเวอร์มีการนำ AI ขั้นสูงและการวิเคราะห์ข้อมูล มาใช้ทำความเข้าใจความต้องการ พฤติกรรม และเทรนด์ทางวัฒนธรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ การผสานข้อมูลธุรกิจ การค้นหา (Search) พฤติกรรมบนโซเชียลมีเดีย และเทรนด์ไลฟ์สไตล์

ทำให้ยูนิลีเวอร์ สามารถค้นพบข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริงอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น และช่วยให้ยูนิลีเวอร์เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง คาดการณ์ความคาดหวังที่กำลังเปลี่ยนแปลง และออกแบบนวัตกรรมที่สอดรับกับวิถีชีวิตจริงของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โดยปัจจุบันเครื่องมือ AI ที่ใช้สามารถดึงข้อมูลเชิงลึกได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีแทนที่จะต้องใช้เวลาหลายวัน ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและรวดเร็ว ทั้งยังรับรองได้ว่านวัตกรรมใหม่ ๆ จะตอบโจทย์และมีเป้าหมายชัดเจน

 

 

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การออกสินค้าอย่างบรีส ซักด่วน (Breeze Quick Wash) นวัตกรรมพลิกโฉมการซักผ้าที่ยูนิลีเวอร์พัฒนาขึ้นในเวลาเพียง 15 เดือนด้วยเทคโนโลยีเอนไซม์ขั้นสูง การจำลองแบบด้วย AI และระบบหุ่นยนต์ โดยออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เน้นความ “เร่งรีบ” และ “รวดเร็ว” โดยใช้ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์เร็ว และเทคโนโลยี Pro-S ที่ทำงานทันทีเพื่อขจัดกลิ่นอับและคราบสกปรกที่ไม่หนักมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจากผงซักฟอกทั่วไปซึ่งต้องใช้รอบการซักที่นานกว่า

2. 2. เปลี่ยนวิทยาศาสตร์เป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่า โดยวิทยาศาสตร์ระดับโลกยังเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวของยูนิลีเวอร์ซึ่งมีเครือข่ายการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม FMCG ประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์กว่า 4,500 คน ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) กว่า 500 คน และสิทธิบัตรมากกว่า 16,500 ฉบับทั่วโลก

ที่สำคัญ ยูนิลีเวอร์ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านการจำลองแบบขั้นสูง (Advanced Modeling) ระบบหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และการวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาของยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยมีนักวิทยาศาสตร์ 98 คนที่ร่วมกันคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการและเทรนด์ของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมส่งออกไปยังตลาดโลก โดยมีผลิตภัณฑ์ชั้นนำมากมายที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย

อาทิ วาสลีน กลูต้า-ไฮยา (Vaseline Gluta-Hya) ทุกสูตร ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายเนื้อเซรั่มบางเบาที่แตกตัวเป็นเนื้อสัมผัสคล้ายหยดน้ำ มอบความชุ่มชื่นและกระจ่างใส เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นโดยเฉพาะ และคนอร์ ผงมะนาว (Knorr Lime Powder) ใช้เทคโนโลยีการห่อหุ้มโมเลกุล (Encapsulation) ในการกักเก็บรสชาติของมะนาวแท้ไว้ภายในอนุภาคปกป้อง ช่วยคงรสชาติและกลิ่นหอมที่ทำงานเมื่อนำมาผสมกับน้ำ หรือระหว่างการปรุงอาหาร ให้รสชาติความเปรี้ยวของมะนาวแท้ที่สดชื่นและคงที่ทุกครั้งเมื่อนำมาใช้งาน ซึ่งเป็นรสชาติที่จำเป็นสำหรับเมนูอาหารไทย

 

 

“การผสานความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกเข้ากับความเข้าใจผู้บริโภคในท้องถิ่น ช่วยให้ยูนิลีเวอร์สามารถพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ และความต้องการที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ระบบการวิจัยและพัฒนาที่เชื่อมโยงถึงกัน และขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ยังทำให้การคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ สามารถออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย”

3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยแนวคิด “SASSY” สร้างความต้องการในวงกว้าง (Desire at Scale) ยูนิลีเวอร์มีหลักการสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใต้กรอบแนวคิด SASSY ซึ่งประกอบไปด้วย Science (วิทยาศาสตร์), Aesthetics (สุนทรียศาสตร์), Sensorials (ประสาทสัมผัส), Shared by Others (การแบ่งปัน/บอกต่อ) และ Young Spirited (มีจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่)

ถือเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มอบประสบการณ์ และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค โดยนอกเหนือจากประสิทธิภาพการใช้งาน บริษัทยังมุ่งเน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่นน่าดึงดูดใจ เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ทางวัฒนธรรม และส่งเสริมประสบการณ์การใช้งานที่น่าตื่นเต้น


ด้วยการผสานข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ความคิดสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล ยูนิลีเวอร์จึงพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์  อย่างเช่น โดฟ ยูวี เฟอรูลิก+ ยูวี รีแพร์ & โกลว์ แดเมจ เทอราพี (Dove UV Ferulic+ UV Repair & Glow Damage Therapy) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผมเสียจากรังสียูวี ซึ่งพบได้บ่อยในประเทศที่มีอากาศร้อนและแดดจัด โดยมีส่วนผสมของกรดเฟอรูลิก (Ferulic Acid)  ที่ช่วยปกป้องเส้นผมจากรังสียูวี หรือ ลักส์ สปาร์คกลิ้ง โกลว์ (LUX Sparkling Glow)  ที่ผสานศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์น้ำหอม และเทรนด์การบำรุงผิวด้วยส่วนผสมพรีเมียม (Skinification)  ในผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำ ผ่านเนื้อสัมผัสฟองไมโครออกซิเจนและกลิ่นหอมพรีเมี่ยมที่ช่วยสร้างความรู้สึกที่ดี
 

“เป็นสะท้อนแนวทางของยูนิลีเวอร์ในการเปลี่ยนนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นโซลูชันด้านความงามและการดูแลส่วนบุคคลที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยกลยุทธ์การสร้างความต้องการในวงกว้าง หรือ “Desire at Scale” ช่วยให้ยูนิลีเวอร์นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความพึงพอใจที่มากขึ้นให้ผู้บริโภค สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้ในทุกตลาดได้อย่างยั่งยืน”
 

ทั้งหมด เป็นกรอบกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ที่ยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ ใช้ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับตลาด FMCG ของบ้านเรา

 


บทความจาก MarketPlus Magazine Issue 186 May-June 2026


 

[อ่าน 8,283]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
Quattro Design ถอดรหัส Luxury Living โลก เมื่อ “ผ้าไทย” ไม่ได้หยุดอยู่ที่งานหัตถศิลป์ แต่ก้าวสู่เฟอร์นิเจอร์ระดับสากล
"ยาดมตราโป๊ยเซียน" ก้าวสู่ 100 ปีแห่งความยั่งยืน ชูแนวคิด "Small Big Thing" เรื่องเล็กที่สร้างคุณค่าใหญ่ สะท้อนตัวตนแบรนด์
ทีเส็บวางหมาก “ไมซ์ใต้” เชื่อมจุดแข็งรายจังหวัด ดันสงขลาฮับอาหาร–ฮาลาลสู่สากล
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
“ปพน มนัสภากร” เปิดเกม Brandname Money ต่อยอดแบรนด์เนมสู่สินทรัพย์–โอกาสการเงิน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved