'GC' รุกโมเดลจัดการขยะพลาสติกครบวงจร ชี้ดีมานด์พลาสติกพุ่ง รับ New Normal
01 Jul 2020

 

'GC'รุกพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล และย้ำยังเดินหน้าแผนผลิตพลาสติกใช้ครั้งเดียวให้เป็นศูนย์ภายใน 5 ปี แม้วิกฤติโควิด-19 ทำดีมานด์พลาสติกใช้ครั้งเดียวพุ่ง แต่เชื่อหลังวิกฤติโควิด-19 เทรนด์รักษ์โลกจะกลับมาเหมือนเดิม พร้อมปั้นโมเดลบริหารจัดการขยะครบวงจร ทั้ง 'เก็บ -แยก - รวบรวม' ขยะพลาสติกสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ  

 

ปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ (President) บมจ. พีทีที โกลบอล  เคมิคอล หรือ GC  เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดพลาสติกในช่วงวิกฤติโควิด-19 ว่า

 

"ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยต่อสุขอนามัย ที่ผู้บริโภคให้สำคัญเป็นอันดับแรก ทำให้ดีมานด์ของพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว หรือ Single- Use Plastics ในช่วงล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก อาทิ ถุงหูหิ้ว ขวดน้ำพลาสติก หลอดพลาสติก แก้วพลาสติก ช้อนส้อมพลาสติก ฯลฯ และดีมานด์ของพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวก็จะยังคงอยู่แม้หลังล็อกดาวน์ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับบริการโฮมเดลิเวอรี่ และเห็นว่า พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยต่อสุขอนามัย ลดการแพร่กระจายเชื้อโรค อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

 

นอกจากนี้ วิกฤติโควิด-19 มีส่วนทำให้ความต้องการใช้พลาสติกที่เกี่ยวข้องกับวัสดุอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มสูงขึ้นเช่นกันและต่อไปรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เช่น การใส่หน้ากากป้องกันหน้า (Face Shield) หน้ากากอนามัย ซึ่งมีส่วนผสมของพลาสติก ฯลฯ อย่างไรก็ตาม หากวิกฤติโควิด-19 คลี่คลายหรือมีวัคซีนแล้ว เทรนด์รักษ์โลกก็จะกลับมาเหมือนเดิม แต่เราก็มีโจทย์ที่จะต้องคิดกันต่อไปว่า เราจะบริหารจัดการขยะที่เกิดจากพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวอย่างเป็นระบบได้อย่างไร"

 

ปฏิภาณกล่าวเพิ่มเติมว่า "ช่วงวิกฤติโควิด-19 GC ได้ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนและพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หน้ากากป้องกันหน้า (Face Shield) และชุด PPE ที่ขาดแคลน หมวกสุญญากาศ ฉากกั้นพลาสติก เป็นต้น เพื่อช่วยป้องกันโรคและการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นั้นผลิตมาจากพลาสติกแทบทั้งสิ้น ส่วนบริการสั่งอาหารแบบโฮมเดลิเวอรี่ที่มีการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเป็นจำนวนมาก GC จึงร่วมกับWongnai และ LINE MAN เพื่อสนับสนุนการทำบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ และไม่เป็นภาระต่อสังคมกว่า 3 แสนชิ้นให้แก่ร้านอาหารกว่า 200 ร้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดปริมาณขยะ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่ได้มาตรฐานต่อผู้บริโภคกว่า 1 แสนครัวเรือน  เป็นต้น”  

 

“แม้วันนี้คนอาจจะยังไม่ได้พูดถึงปัญหาขยะพลาสติก ไม่ได้พูดเรื่องการนำพลาสติกมาใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิล สำหรับ GC เชื่อว่า เทรนด์ในการอนุรักษ์โลกยังคงอยู่ การปลูกฝังเรื่องการคัดแยกขยะยังคงต้องตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง และ GC ก็ยังคงมุ่งมั่นทำตามเป้าหมายที่จะลดปริมาณการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว จำนวน 1.5 แสนตันต่อปี ให้เหลือ 'ศูนย์' ภายใน 5 ปี เพื่อมุ่งสู่ตลาดพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ ด้วยการใช้นวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  และสร้างแพลทฟอร์มเพื่อเป็นโมเดลให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะพลาสติกแบบครบวงจรมากขึ้น"

 

 

สำหรับเป้าหมายที่จะลดปริมาณการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวให้เหลือ "ศูนย์" นั้น ปฏิภาณชี้แจงว่า

“ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ขายเลย เพราะถ้ามีตลาด - มีคนซื้อเราก็ยังขาย เพียงแต่ตอนนี้ เราก็ต้อง Agility หรืออาศัยความคล่องตัวและต้องอยู่รอดก่อน ด้วยเหตุผลเชิงพาณิชย์ เราจะทำอะไรโดยไม่มองโอกาสทางธุรกิจ  แต่ถ้าหากไม่มีดีมานด์ในตลาด เราก็จะใช้กำลังผลิตตรงนี้ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ยาวกว่าได้ เช่น แทนที่จะไปผลิตเม็ดพลาสติกเกรด F เพื่อผลิตถุง Shopping Bag โดยเฉพาะ เราก็ทำ R&D แล้วผลิตเป็นท่อแบบ โพลีเอทิลีน (PE) ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อใหญ่ๆ ดำๆ เพื่อใช้ระบายน้ำ หรือสายไฟประเภท  Wire, Cable ซึ่งอายุใช้งานยาวนานเป็นสิบปี แล้วเมื่อใช้งานได้นานขึ้น การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศก็จะน้อยลง"

 

สำหรับการจัดการขยะพลาสติกแบบครบวงจรนั้น ปฏิภาณชี้แจงว่า

 

"GC อยู่ระหว่างการพัฒนาแพลทฟอร์มให้เป็นโมเดลที่สมบูรณ์ หรือ Loop Connecting โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารจัดการ ทั้งกลุ่มธุรกิจ กลุ่มซาเล้ง กลุ่มค้าของเก่า กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น รวมถึงได้ศึกษาร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อกำหนดให้สถานีบริการน้ำมันของ ปตท.ที่มีอยู่กว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศเป็นจุดรวบรวมขยะพลาสติก (Drop-Point) โดยสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคนำขยะพลาสติกส่งคืน แลกคะแนนสะสมแต้มในบัตร Blue Card เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเห็นคุณค่าของขยะพลาสติก และเอื้อให้สามารถนำขยะพลาสติกเข้าสู่วงจรรีไซเคิล (Recycle) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานในเร็วๆ นี้"

 

 

นอกจากนี้ GC ยังได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้เม็ดพลาสติกจากไบโอพลาสติกมากขึ้น รวมถึงการลดปริมาณขยะในสถานที่ต่างๆ เช่น รณรงค์และส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ใช้แก้วที่เคลือบไบโอพลาสติก เพราะช่วยลดปริมาณขยะ สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เพื่อปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และเลือกใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย เช่น โครงการ Chula Zero Waste, โครงการ Waste This Way ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์, โครงการธนาคารขยะ (Think Cycle Bank)ในโรงเรียนต่างๆ ที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อช่วยส่งเสริมให้เด็กแยกขยะ เห็นคุณค่าของขยะเพราะถ้าสามารถจัดการเก็บขยะ คัดแยกขยะ ซึ่งเป็นปัญหาที่สุดในการกระบวนแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้ ขั้นตอนอื่นๆ ก็สามารถทำได้โดยง่าย และโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อสนับสนุนการผลิต และใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น  

 

ขณะเดียวกัน GC ยังคงมุ่งศึกษาและวิจัยแนวทางการใช้เม็ดพลาสติกให้เกิดความคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยจะทำให้เกิดการใช้งานอย่างยาวนานขึ้น และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มมูลค่าพลาสติกด้วยการร่วมมือกับดีไซเนอร์ 10 คน และร่วมกับกลุ่มพันธมิตรที่เป็นลูกค้าของ GC 19 ราย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ โครงการ Upcycling Upstyling เพื่อสร้างสรรค์สินค้าในกลุ่ม Upcycling ด้วยการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ซึ่งถือเป็นแนวทางของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ผลิตขั้นปลายในสายอุตสาหกรรมพลาสติก สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ภายใต้กระแสรักษ์โลก  

 

 

ปฏิภาณกล่าวว่า "ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า พลาสติก คือวัสดุที่จำเป็นและขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน มีคุณสมบัติที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายตามความต้องการ สะดวก เข้าถึงง่าย เพราะราคาไม่แพง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานก็ควรเรียนรู้การใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงวิธีการคัดแยกขยะ การจัดการกับขยะพลาสติกแต่ละประเภทอย่างถูกต้องหลังการใช้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตด้วย"

[อ่าน 3,392]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved