‘ดุสิตธานี’ ขานรับมาตรการรัฐเร่งฟื้นฟูท่องเที่ยว การันตีมาตรฐานความปลอดภัย SHA
13 Jul 2020

 

กลุ่มดุสิตธานีขานรับโครงการเที่ยวปันสุข มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ด้วยการจัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษกับแพ็กเกจ Journey Together พร้อมส่งโรงแรมในเครือเข้าร่วมโครงการ กับยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเต็มที่ ด้วยการได้รับกการรับรองตามมาตรฐาน SHA เพื่อสร้างความมั่นใจกับนักท่องเที่ยว ชี้กว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติเหมือนเดิมยังอีกนานต้องประคองตัวกันให้ได้ด้วยการวางยุทธศาสตร์บริหารจัดการที่ดี

 

 

ทยอยเปิดโรงแรมเป็นเฟส

ทั้งนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดุสิตธานี หรือ DTC เปิดเผยถึงการส่งโรงแรมในกลุ่มดุสิตธานี เพื่อร่วมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐว่า

"กลุ่มดุสิตธานีได้ทยอยเปิดให้บริการธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นเฟส กล่าวคือ ในเฟสแรก ได้เปิดให้บริการโรงแรมในประเทศไทยที่ดุสิตธานีเป็นเจ้าของเอง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน, โรงแรมดุสิตธานี พัทยา และโรงแรมดุสิตธานี สวีท ราชดำริ กรุงเทพฯ  

ส่วนโรงแรมที่กลุ่มดุสิตธานีรับบริหารหรือเป็นแฟรนไชส์ จำนวน 4 แห่ง ซึ่งได้แก่ โรงแรมดุสิตดีทู เขาใหญ่, โรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง กระบี่, โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ รวมถึงโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ในกรุงเทพฯ ได้ทยอยกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้   

ขณะที่โรงแรมที่เหลือในส่วนดุสิตธานีเป็นเจ้าของอีก 4 แห่ง ได้แก่ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่าภูเก็ต, โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่,  โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่  และโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ซึ่งมีฐานลูกค้าหลักเป็นนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมและรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยเฉพาะการคลายล็อกดาวน์ในระยะต่อไป ข้อจำกัดในการเดินทาง รวมถึงสถานการณ์ของ Travel Bubble

สำหรับ ร้านอาหารบ้านดุสิตธานีนั้น ศุภจีกล่าวว่า "ทางกลุ่มดุสิตธานีได้เตรียมกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา"

 

แพ็กเกจ Journey Together

ศุภจีกล่าวต่อไปถึงการปล่อยแพ็กเกจโปรโมชั่น เพื่อร่วมโครงการเที่ยวปันสุขว่า "เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและตอบรับกับมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของภาครัฐโดยเฉพาะโครงการเราไปเที่ยวกัน กลุ่มดุสิตธานีจึงได้จัดโปรโมชั่นพิเศษด้วยแพ็กเกจ Journey Together with Dusit เริ่มต้นในราคาเพียง 4,000 บาทสุทธิ ซึ่งราคานี้เป็นราคาสำหรับ 2 ท่านต่อคืน รวมอาหาร 3 มื้อต่อวัน โดยลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะรับประทานอาหารกับโรงแรมทั้งสามมื้อ หรือเลือกที่จะเปลี่ยนบรรยากาศจากอาหารโรงแรม เป็นรับบริการอาหารจัดส่งฟรี จากร้านอาหารพันธมิตรชื่อดังของเราได้หนึ่งมื้ออีกด้วย โดยแพ็กเกจนี้สามารถทำการสำรองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 ตุลาคม 2563 ในโรงแรมและรีสอร์ตเครือดุสิตที่เข้าร่วมในประเทศไทย"

 

 มาตรฐานเข้ม 'ปลอดภัยและสุขภาพ'

สำหรับมาตรการยกระดับทางด้านความปลอดภัยและสุขภาพนั้น ศุภจีกล่าวว่า "ทางกลุ่มดุสิตธานีได้เตรียมกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะหลังจากที่เกิดวิกฤติโควิด-19 สิ่งที่กลุ่มดุสิตธานีให้ความสำคัญมากคือความปลอดภัยและเรื่องสุขอนามัย ซึ่งมีอยู่สามแกนหลัก นั่นคือ Physical Distancing (การเว้นระยะห่าง), Safety Hygiene (สุขอนามัยที่ปลอดภัย) และ Contactless (ไร้สัมผัส) ในการรักษาความสะอาดและลดจุดสัมผัสให้ได้มากที่สุด ซึ่งในช่วงที่เราหยุดให้บริการชั่วคราว พนักงานจะต้องเข้ารับการอบรมให้เข้าใจว่า มาตรฐานใหม่ในการดูแลเรื่องความสะอาดที่เรียกว่า New Normal ทั้งในแง่ความปลอดภัยและสุขอนามัย ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่เราต้องปรับเรื่องกระบวนการให้ตอบสนองกับสิ่งต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ การยกระดับของเรานั้นเป็นการให้บริการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของลูกค้า โดยได้ดำเนินการยื่นขอรับสัญลักษณ์ SHA หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration ซึ่งเป็นโครงการที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงสาธารณสุข หอการค้าไทย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยได้ร่วมกันทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรค เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคโควิด-19

ดังนั้น ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวจึงเป็นการรับรองคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการของสถานประกอบการที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะมาใช้บริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ขณะนี้โรงแรมของกลุ่มดุสิตธานีทุกแห่งในประเทศไทยต่างได้รับตราสัญลักษณ์ SHA แล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับบริการ 'ดุสิตแคร์' บริการตอบรับวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เน้นเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของเราด้วย ก็หวังว่า จะสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและปลอดภัยที่จะเข้าใช้บริการของโรงแรมในกลุ่มดุสิตธานีมากยิ่งขึ้น”  

 

ยุค Dusit 'New Normal'    

ในช่วงวิกฤติโควิด-19 กลุ่มดุสิตธานีเผชิญกับความท้าทายอยย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ศุภจี บอกว่า "การบริการที่ประทับใจคือแกนหลักที่จำเป็นสำหรับธุรกิจของกลุ่มดุสิตธานี" ทั้งนี้บริการที่ว่านี้ ประกอบด้วย

  • Triple A Service​ (Anything, Anytime, Anywhere) ความต้องการของผู้คนไม่ว่าจะต้องการอะไร ที่ไหน เมื่อไรก็ต้องตอบโจทย์ให้ได้
  • Welcome Package นอกจากตะกร้าผลไม้หรือขนมที่มีเพื่อต้อนรับแขกแล้วก็จะมีการเตรียมของใช้ใน Triple P  (Personal, Protection, Package)  ซึ่งจะมีทั้ง Hand Sanitizer, สเปรย์แอลกอฮอล์, ถุงมือ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลหากลืมอุปกรณ์เหล่านี้มา
  •  Extra Convenience & Local Experience เนื่องจากเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าว่า อยากที่จะไปทานอาหารท้องถิ่น แต่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัย ดังนั้น ทางโรงแรมจึงนำความต้องการเหล่านี้จากข้างนอกมาให้ลูกค้าถึงที่ ไปจนถึงการทำ Personal Shopping ให้ลูกค้า
  • Contactless การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อลดการสัมผัส เช่น e-Payment, QR Pay หรือ Alipay ได้ รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้านั้นสามารถที่จะใช้พื้นที่ได้อย่างสะดวกสบายที่สุด และการให้ความสำคัญในเรื่องของ Data ที่จะทำให้เราสามารถให้บริการแบบ Personalized Service
  • Safe Environment ติดตั้ง Automatic Spray เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าอากาศบริเวณโรงแรมไม่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้งนี้ Contact Point ทั้งหมดที่อยู่ในโรงแรมต้องความสะอาดตลอดเวลา โดยปกติอาจจะทำแค่วันละ 2-3 ครั้ง

 

 

ยังรอนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แม้ว่าในช่วงนี้ การเดินทางจะยังถูกจำกัดอยู่ โดยเป็นนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มครอบครัว ขณะที่การเดินทางสำหรับธุรกิจอาจจะยังไม่กลับมาในช่วงนี้ เนื่องจากบริษัทต่างๆ อาจเลือกที่จะใช้ Online Conference ได้ แต่ช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เราเชื่อว่า ประเทศไทยน่าจะเริ่มเปิดประเทศต้อนรับผ็เดินทางจากต่างประเทศ โดยในช่วงนี้อาจจะเป็นกลุ่มคนที่เดินทางระยะใกล้ๆ ก่อน เช่น เอเชีย หรือจีน เนื่องจากประเทศกลุ่มนี้เผชิญวิกฤติก่อนประเทศไทยซึ่งทำให้ทราบวิธีที่จะนับมือกับวิกฤติโควิด-19 ดังนั้น โจทย์ของเราในช่วงนี้คือ ต้องทำแพ็กเกจอย่างไรจึงจะตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ ขณะที่กลางปีหน้าคาดว่าจะเป็นกลุ่มนักเดินทางที่เดินทางไกลขึ้น เช่น จากยุโรป อเมริกา สามารถกลับมาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ศุภจีกล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า "สิ่งที่เราจะต้องทำคือ การสร้างมาตรฐานการบริหารให้ดียิ่งๆ ขึ้นและต้องแน่ใจว่า เราจะสามารถให้การบริการที่สร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าได้"

 

[อ่าน 705]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป้าจัน ... หัวใจไม่เกษียณ
‘เจ๊กี้แม่สอด’ จากแผงค้าผักธรรมดา ก้าวสู่ผู้ค้า 'มะเขือเทศ' ระดับประเทศ
การวางตัวเป็น ‘บ้านหลังที่ 3’ ของ Starbucks ยังมีมนต์ขลังอยู่เปล่า
'ธีรินทร์' ส่งโปร 'เที่ยวปันสุข' ธาริส แพร่ - ราชาเรซิเด้นซ์ ศรีราชา
Next Normal รู้ก่อน ก็รุกได้ก่อน จากประสบการณ์ตัวจริง 3 วงการ 3 Generations
'GC' รุกโมเดลจัดการขยะพลาสติกครบวงจร ชี้ดีมานด์พลาสติกพุ่ง รับ New Normal
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved