KBANK x LINE ผสาน 2 จุดแข็ง ลุย โซเชียลแบงก์กิ้ง
27 Nov 2020

 

ภาพสะท้อนที่ออกมาจากความร่วมมือของธนาคาร ลงทุนผ่าน บริษัท กสิกร วิชั่น หรือ เควิชั่น และ LINE ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนซ์เชียล เอเชีย เปิดให้บริการโซเชียลแบงก์กิ้งภายใต้ชื่อ 'LINE BK' ก็คือ การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจของบริการทางการเงินในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าโซเชียลแบงก์กิ้ง เนื่องจากเป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในแพลตฟอร์มของ LINE แชทแอปยอดนิยมที่มีฐานคนใช้งานถึง 47 ล้านคน เป็นการเข้าถึงลูกค้าที่เรียกว่า ‘ปลาใหม่’ ที่ยังไม่มีใครเข้าไปเจาะและส่วนหนึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการของแบงก์พาณิชย์ได้

 

ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงอาจจะเป็นการเข้ามาดิสรัปท์วงการการเงินของบ้านเราอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว ถูกดิสรัปท์มาครั้งหนึ่งจากการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาปฏิวัติช่องทางการให้บริการผ่านโมบายแบงก์กิ้ง จนทำให้การทำธุรกรรมผ่านธนาคารมือถือมีสัดส่วนถึงกว่า 90%

 

 

Social Banking โอกาสใหม่ของโลกการเงิน

หากนิยามความหมายของ ‘โซเชียลแบงก์กิ้ง’ แล้วจะพบว่า มันคือบริการธนาคารออนไลน์บนแอปโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ธนาคารจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมหาศาล โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การให้บริการที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า รวมถึงการเจาะฐานลูกค้าที่อยู่บนแพลตฟอร์มของซูเปอร์แอปเหล่านั้น 

 

ความร่วมมือระหว่าง ‘ธนาคาร’ กับ ‘ซูเปอร์แอป’ ที่มีทุกอย่างครบในแอปเดียว จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวให้ธนาคารจากการแชร์ข้อมูลกับพันธมิตร ทำให้สามารถให้บริการทางการเงินกลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงธนาคารเพราะไม่มีบัญชีเงินฝาก หรือกู้ไม่ได้เพราะไม่มีเอกสารยืนยันรายได้ เมื่อมีข้อมูลใหม่ด้านอื่นมาเสริมก็จะช่วยให้ธุรกิจนี้เสนอบริการทางการเงินต่างๆ ได้ถูกที่ ถูกเวลาตรงความต้องการและศักยภาพของลูกค้าได้ดีขึ้น

 

สำหรับในบ้านเรา LINE BK ถือเป็นผู้ให้บริการโซเชียลแบงก์กิ้งรายแรก ซึ่งน่าจะเป็นการชิงลงมือของธนาคากสิกรไทยที่มองเห็นโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ LINE ที่มีระบบนิเวศ (Ecosystem) ค่อนข้างแข็งแกร่งและให้บริการที่หลากหลาย โดยบริการทางการเงินถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันที่คนใช้แอปพลิเคชันของ LINE ทำธุรกรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง การซื้อสติ๊กเกอร์หรืออื่นๆ ที่เป็นการทำแบบไม่รู้ตัว

 

การร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยจึงเป็นตัวช่วยเติมเต็มที่จะทำให้คนใช้ LINE สามารถทำธุรกรรมได้เลย โดยไม่ต้องออกจากแอป เพื่อเปลี่ยนเป็นแอปโมบายแบงก์กิ้งของธนาคาร

 

 

พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) พูดไว้เมื่อครั้งงานแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า LINE BK เป็นบริการทางการเงินและผลิตภัณฑ์ทางการเงินออนไลน์รูปแบบใหม่ที่ ‘แชท-โอน-ยืม-จ่าย’ ในแอปพลิเคชั่น LINE  พร้อมทั้งบริการสินเชื่อให้กลุ่มฟรีแลนซ์หรือคนไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น และยังมุ่งพัฒนานำเสนอนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์ทางการเงินให้กับผู้ใช้งานทุกราย

 

เขายังบอกอีกว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นตัวตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยที่ต้องการสร้าง Digital Lifestyle Ecosystem ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเองมีการทำอย่างต่อเนื่องมาตลอดในช่วงหลายปีหลังมานี่

 

 สำหรับบริการ LINE BK นำเสนอ 4 บริการทางการเงินหลักได้แก่ 

  • บริการบัญชีเงินฝาก ครอบคลุมบริการ ‘โอน - ถอน - จ่าย’ ทำได้ทุกอย่างบนแอปพลิเคชัน LINE ไม่ต้องสลับแอปพลิเคชันและไม่ต้องจำเลขบัญชี
  • บริการบัญชีเงินออมดอกเบี้ยพิเศษดอกเบี้ยพิเศษสูงสุด15%ต่อปีสามารถกำหนดระยะเวลาออมเงินได้เองทั้งแบบระยะสั้น 6 เดือนดอกเบี้ย 1% ต่อปีหรือระยะยาว 12 เดือนดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี
  • บริการบัตรเดบิต บัตรเดบิตวีซ่า LINE BK ให้เงินคืน 0.5% เมื่อช้อปออนไลน์ 100 บาทขึ้นไป พร้อมให้ดึงวงเงินให้ยืมมาใช้จ่ายต่อได้ทันที
  • บริการวงเงินให้ยืม บริการสินเชื่อบุคคลแบบดิจิทัล ดอกเบี้ยผ่อนชำระ18% และดอกเบี้ยผ่อนขั้นต่ำ 20% วงเงินต่อรายสูงสุด 800,000 บาทหรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ โดยผู้มีรายได้ขั้นต่ำ แค่ 7 พันบาทสามารถขอสินเชื่อได้ มุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำและไม่มีสลิปเงินเดือน เช่น ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก

 

จะว่าไปแล้ว การมีฐานผู้ใช้อยู่ในแพลตฟอร์มของ LINE ถึง 47 ล้านคนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปิดตัวโซเชียลแบงก์กิ้งในครั้งนี้เพราะถือเป็นฐานที่ค่อนข้างใหญ่ เรียกได้ว่า ใหญ่กว่าฐานลูกค้าของแบงก์ต่างๆ โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ๆ ที่มีฐานลูกค้าอยู่ราว 16 – 18 ล้านรายซึ่งการทำตลาดการเงินในยุคถัดจากนี้ไป การมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และสามารถ Engage หรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาอย่างต่อเนื่องได้จะกลายเป็นโอกาสชั้นดีในการต่อยอดไปสู่การใช้บริการทางการเงินที่ทางแบงก์นำเสนอให้

 

ในช่วงที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นความพยายามที่จะเข้าไปจับมือกับแพลตฟอร์มใหญ่ๆ รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองขึ้นมา อย่างกรณีของเอสซีบีที่ทำเรื่องนี้มาตลอด อย่างล่าสุดกับความพยายามในการสร้างแอปพลิเคชันโรบินฮู้ด เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกในการใช้งานของแอปสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ หรือ Food Aggregator การปั้นแอปโรบินฮู้ดขึ้นมานี้ นอกจากการมองถึงการดึงลูกค้าเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มแล้วยังเป็นการมองถึงการเก็บดาต้าของลูกค้าและร้านค้าที่ร่วมอยู่ใน Ecosystem ซึ่งจะเป็นอีกสูตรสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด และถูกที่ ถูกเวลา

 

สำหรับ LINE BK แล้ว การร่วมมือของพาร์ทเนอร์ทั้ง 2 ถือเป็นการผสานจุดแข็งที่จะถูกนำมาใช้ในการสร้างตลาดโซเชียลแบงก์กิ้งอย่างแท้จริงโดย LINE ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มี Ecosystem ค่อนข้างแข็งแกร่ง มีการใช้บริการที่หลากหลาย ทั้ง Messenger หรือการแชท การเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดเพื่อสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์สินค้าบริการส่งอาหารและขนส่งในรูปแบบต่างๆ  และ บริการอีคอมเมิร์ซ

 

Ecosystem ของ LINE นี้จะมีผู้ที่อยู่ร่วมในระบบมากมาย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่เคยเข้าถึงการให้สินเชื่อของแบงก์พาณิชย์ เนื่องจากไม่มีบัญชีเงินเดือน แต่ด้วยการที่ LINE มีข้อมูลจริงจากการใช้บริการ แถมเป็นข้อมูลที่ลงลึกจึงสามารถนำมาประกอบในการพิจารณาให้สินเชื่อ ซึ่งรายได้จากดอกเบี้ยสินเชื่อจะเป็นรายได้หลักที่สำคัญ ทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถเปิดโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้ โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องความเสี่ยง เนื่องจากการมีฐานข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อประกอบการปล่อยสินเชื่อได้

 

เช่นเดียวกับ LINE ที่การร่วมทุนในครั้งนี้จะเป็นอีกการเพิ่มธุรกิจที่มีโอกาสในการเติบโตระยะยาว เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการเงินและแหล่งเงินทุนชั้นดีจากธนาคารกสิกรไทยเข้ามาเป็นตัวช่วยสนับสนุน LINE BK จึงเป็นโมเดลการร่วมทุนที่ Win - Win ทั้ง 2 ฝ่าย

กล่าวได้ว่า โซเชียลแบงก์กิ้งน่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการการเงินของโลกที่กำลังก่อตัวเพื่อเติบโตในอนาคต เนื่องจากการทำธุรกิจการเงินนั้น การเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีเรื่องของบิ๊กดาต้าเข้ามาสนับสนุนจะกลายเป็นแนวทางที่แบงก์พาณิชย์ทั่วโลกมุ่งไป

เพราะในอนาคต วงการการเงินก็จะไม่แตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ตรงที่เรื่องของบิ๊กดาต้าจะเข้ามามีบทบาทต่อการวางแผน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ ‘ถูกที่ - ถูกเวลา’ ซึ่งไม่เพียงแค่การมีฐานลูกค้าจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังต้องมีการ Engage ลูกค้าเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการมี Engagement ที่ดีจะช่วยในแง่การต่อยอดการขายผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญยังสามารถต่อยอดไปสู่การ Cross-Selling ในระยะยาวได้อีก

 

จากการที่ LINE เปิดตัวโซเชียลแบงก์กิ้งในประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะขยับเปิดตัวที่ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งจะใช้โมเดลการร่วมทุนในรูปแบบเดียวกันกับที่ประเทศไทย

นี่จึงเป็นอีกเครื่องยืนยันให้เห็นถึงเทรนด์ของโซเชียลแบงก์กิ้งที่จะเบ่งบานในทั่วโลกในระยะเวลาอันใกล้นี้.  

[อ่าน 5,581]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved