'ไทยเบฟ' เตรียมแยก 'ธุรกิจเบียร์' ออกมาเป็นบริษัทมหาชน
21 Mar 2021

หลายปีที่ผ่านมาสื่อยักษ์ใหญ่ของโลกทั้ง Reuters หรือ Bloomberg มักจะออกมารายงานอยู่เป็นระยะๆ ว่า  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี วางแผนที่จะแยก 'ธุรกิจเบียร์' ออกมาเป็น 'บริษัทมหาชน'

ที่ผ่านมา 'ไทยเบฟ'  ก็จะออกมาปฎิเสธข่าวอยู่ร่ำไป ผ่านจดหมายที่ชี้แจงในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ซึ่งไทยเบฟจดทะเบียนอยู่ แต่หลังจากเป็นข่าวลือมาหลายปีในที่สุดข่าวลือก็เป็น ‘ข่าวจริง’ เพราะไทยเบฟได้ออกมายอมรับผ่านเอกสารที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ว่า เตรียมแยก  ‘ธุรกิจเบียร์’ ออกมา IPO จริงๆ แล้ว

 

ข่าวลือรอบล่าสุด

ข่าวลือรอบล่าสุดถูกรายงานโดย Bloomberg ในวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมาว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้วางแผนที่จะยื่นคำร้องเพื่อเข้าจดทะเบียน ‘ธุรกิจเบียร์’ ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในสัปดาห์หน้า (1-5 กุมภาพันธ์)

แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวจนระบุกับ Bloomberg  ว่า ‘ธุรกิจเบียร์’ ของไทยเบฟอาจจะมีมูลค่ามากขึ้น  10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 300,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

มีการประเมินว่า นี่อาจเป็นการขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของสิงคโปร์ นับตั้งแต่ Hutchison Port Holdings Trust ระดมทุนได้ 5,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2011

ในวันเดียวกันนั้นเองไทยเบฟก็ได้ชี้แจงข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์โดยไม่ได้ ‘ยอมรับ’ หรือ ‘ปฎิเสธ’ ถึงข่าวดังกล่าว โดยบอกแต่เพียงว่า กำลังพิจารณาอยู่

 

ชัดเจนเรื่อง IPO

แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เป็นข่าวลืออีกต่อไป เมื่อในวันที่ 5 กุมภาพันธ์  ได้แจ้งตลาดแล้วว่าเตรียมแยกธุรกิจเบียร์ออกมา IPO จริงๆ

ตามเอกสารชี้แจงระบุว่า การขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จะเกิดขึ้นผ่าน บริษัทที่ชื่อว่า BeerCo Group โดยตั้งขึ้นมาบริษัทโฮลดิ้งเพื่อการลงทุน และเป็นบริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการจัดโครงสร้างที่เสร็จสิ้นในปี 2020

BeerCo Group มีโรงเบียร์ทั้งหมดสามแห่งในประเทศไทยและเครือข่ายโรงเบียร์ 26 แห่งในเวียดนาม โดยภายใต้ BeerCo Group มีแบรนด์ที่รู้จักอยู่เช่น ช้าง, อาชา และ เฟเดอร์บรอย อีกทั้งยังมี  Bia Saigon และ 333  แบรนด์ชื่อดังของเวียดนามซึ่งได้มาจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดเวียนนาม “Saigon Beer Alcohol Beverage” ด้วยราคา 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2018 ด้านผลงานของธุรกิจเบียร์นั้น ตามปีงบประมาณ 2020 ซึ่งสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2020 มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 4,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 1 แสนล้านบาท และมีกำไรหลังหักภาษีประมาณ 348 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 7,800 ล้านบาทด้วยกัน

 

 

3 สาเหตุที่ต้องแยก

ตามเอกสารไทยเบฟระบุถึง 3 สาเหตุที่ต้องแยกธุรกิจเบียร์ออกมาคืv

  • 1.จะทำให้ธุรกิจเบียร์มีศักยภาพในการเติบโตมากขึ้น เมื่อมีทีมบริหารที่แยกออกมาดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริหารที่เชี่ยวชาญในธุรกิจเบียร์ อีกทั้งในฐานะนิติบุคคลที่จดทะเบียนแยกต่างหาก BeerCo จะสามารถเข้าถึงตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนได้โดยตรง และสามารถใช้ประโยชน์จากตัวเลือกการระดมทุนที่หลากหลายเพื่อเป็นเงินทุนได้อย่างอิสระ สำหรับการดำเนินงานที่มีอยู่ตลอดจนแผนการขยายธุรกิจในอนาคต

 

  • 2.จะช่วยปรับปรุงฐานะการเงินของกลุ่มไทยเบฟ คาดว่ากลุ่มไทยเบฟสามารถใช้เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการระดมทุนไปชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน และยังทำให้กลุ่มไทยเบฟแข็งแกร่งทางการเงินและ เพิ่มความสามารถในการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต

 

  • 3.ปลดล็อกมูลค่าผู้ถือหุ้น โดยการแยกออกมานั้นจะช่วยให้บริษัทแม่มีความโปรงใสที่มากขึ้น ซึ่งไทยเบฟเชื่อว่าตำแหน่งของ BeerCo Group ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นเบียร์ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

 

อย่างไรก็ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า การ IPO ในครั้งนี้คาดว่าจะระดมทุนมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 20,000 ล้านบาท จะเป็นจริงหรือไม่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป เพราะไทยเบฟเองก็ยังไม่ยืนยันว่าการ IPO จะเกิดขึ้นจริงๆ หรือไม่ ต้องดูจังหวะและสถานการณ์ที่เหมาะสมของตลาดก่อน

[อ่าน 2,735]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved