SHARGE เทรนด์ตลาดรถ EV ในไทยคึก ผู้บริโภคนิยมชาร์จที่บ้านสูงถึง 80%
12 May 2021

 

SHARGE เปิดผลลวิจัยต่างชาติระบุปี 2568 ค่ายรถยนต์ทั่วโลกเล็งเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 350 รุ่น หนุนรถยนต์ไฟฟ้าใน จีน ยุโรป และสหรัฐฯ เติบโต 120 ล้านคัน ดันความต้องการใช้พลังงานชาร์จในปี 2573 สูงเกือบ แสนล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ระบุเทรนด์พฤติกรรมผู้ใช้งานในสหรัฐ 75-80% เน้นการชาร์จตามบ้าน โดยมองตลาดการชาร์จรถยนต์ EV ในไทยสอดคล้องสหรัฐฯ เหตุสัดส่วนประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว คาดหากไม่มีที่ชาร์จเพียงพอจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต   

 

 

ทั้งนี้ พีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นต์ จำกัด (SHARGE) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี (McKinsey & Company) บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารชั้นนำของโลก ระบุว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า (หรือปี 2568)

  • ค่ายรถยนต์ทั่วโลกจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า” (Electric Vehicle: EV) มากกว่า 350 รุ่น ด้วยระยะทางการขับขี่ที่ไปได้ไกลขึ้นจากปัจจุบัน
  • รถ EV ในจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ในปี 2573  เติบโตประมาณ 120 ล้านคัน
  • ความต้องการพลังงานในการชาร์จโดยรวมสำหรับรถ EV จะโตอย่างมากในช่วงปี 2563 – 2573 โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 – 280,000 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
  • พฤติกรรมผู้ใช้รถไปจากเดิมที่รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะเติมเชื้อเพลิงที่สถานีบริการเท่านั้น แต่รถ EV สามารถชาร์จไฟได้ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และระหว่างการเดินทาง

อย่างไรก็ตามความต้องการพลังงานไฟฟ้าของรถ EV ที่เพิ่มขึ้นนี้หากไม่มีที่ชาร์จเพียงพอจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ผลการศึกษาพฤติกรรมการชาร์จรถ EV จาก 3 ภูมิภาค (จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา)

ผู้คนที่ใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลส่วนใหญ่จะจอดรถไว้เป็นเวลา 8-12 ชั่วโมงในเวลากลางคืน และทำการชาร์จไฟที่บ้าน เนื่องจากเป็นเรื่องง่ายและมีต้นทุนถูกกว่าการชาร์จตามสถานที่อื่น เนื่องจากอัตราค่าไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยมีราคาถูกกว่าไฟฟ้าเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม และการชาร์จส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่าไฟฟ้าต่ำกว่าช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในแต่ละวัน

ส่งผลให้คนส่วนใหญ่เลือกที่ชาร์จรถที่บ้านเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนที่สูงถึง 75-80%  รองลงมาคือจุดชาร์จตามจุดหมายปลายทางต่างๆ เช่น ที่ทำงาน และแหล่งไลฟ์สไตล์ ขณะที่อันดับสุดท้ายคือการชาร์จตามสถานีที่มีจุดชาร์จให้บริการ

 

อนาคต EV ในไทย

  • พฤติกรรมการชาร์จรถยนต์ EV ในประเทศไทยจะเติบโตไปในลักษณะเดียวกับสหรัฐฯ คือมีการชาร์จที่บ้านเป็นหลัก เนื่องจากโครงสร้างที่อยู่อาศัยส่วนของสหรัฐและไทย โดยส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว
  • จากข้อมูลการเติบโตของรถ EV ที่จะเปิดตัวเพิ่มขึ้นจำนวนมากในระยะเวลาอันใกล้ การเร่งพัฒนาจุดชาร์จให้เติบโตควบคู่ไปกับ EV จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้ผู้ใช้รถหันมาเปลี่ยนรถยนต์สันดาปไปสู่รถ EV มากขึ้น

 

 

อุปสรรคของ EV ในไทย

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2568 ประเทศไทยจะมีรถ EV  138,918 คัน และหากหัวชาร์จ 1 หัว สามารถให้บริการชาร์จได้ 3 คัน เท่ากับว่าจะต้องมีหัวชาร์จเพิ่มขึ้นทั้งหมด 47,000 หัวชาร์จ ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีเพียงประมาณ 1,000 หัวชาร์จ

ซึ่งหากไม่มีนโยบายเร่งสนับสนุนการเพิ่มจุดให้บริการชาร์จอาจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตของตลาดรถ EV แต่หากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จตามบ้านด้วยการออกกฎหมายให้สามารถติดตั้งหม้อแปลงแยกสำหรับการชาร์จรถ EV ในแต่ละบ้านได้ จะเป็นการส่งเสริมให้ปัญหาการมีที่ชาร์จ EV ไม่เพียงพอลดลงไปอย่างมาก เพราะจะช่วยลดปัญหาเรื่องขนาดมิเตอร์ของบ้านพักอาศัยทั่วไปจะใช้ขนาด 15 แอมป์ ซึ่งหากต้องชาร์จรถ EV อาจไม่เพียงพอ อีกทั้งการแยกหม้อแปลงหากคิดค่าไฟฟ้าต่ำกว่าไฟบ้านก็จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ขับขี่หันมาใช้รถ EV มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมองว่าแนวโน้มการเติบโตของรถ EV ในประเทศไทยจะมาเร็วกว่าที่คาด เนื่องจากผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรมส่วนใหญ่สนับสนุนการใช้รถ EV สะท้อนจากผลการสำรวจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา  ที่ได้ทำสำรวจ CEO ของบริษัทชั้นนำ 200 ราย ภายใต้หัวข้อความเห็นต่อแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

พบว่า CEO ส่วนใหญ่สนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้รถยนต์ EV ในประเทศ และต้องการให้ภาครัฐเริ่มดำเนินการให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการใช้รถ EV ก่อนปี 2568 คิดเป็นสัดส่วนถึง 47% รองลงมา (31.5%) เห็นด้วยตามกรอบระยะเวลาตามแผนฯ ที่จะเริ่มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 และมีเสนอให้เลื่อนการดำเนินงานตามแผนฯ ออกไป 5 ปี และ 10 ปี คิดเป็น 11% และ 10.5% ตามลำดับ นั่นเอง 

[อ่าน 3,284]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรู เตรียมความพร้อมเครือข่าย 5G หนุนเลือกตั้ง สส.- ออกเสียงประชามติ 8 ก.พ.
finbiz by ttb เปิด 4 เสาหลัก ดัน SME แข็งแรงรอบด้าน เติบโตระยะยาว
หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เผยทิศทางการใช้ AI อย่างปลอดภัย ตอบโจทย์องค์กร ในงาน Cybersec Asia 2026
"SCB WEALTH" ผนึก "ทีม Holistic" เปิดมุมมองการลงทุนในยุค Beyond The Dollar
ORI ลุยหุ้นกู้ใหม่ รับโอนคอนโดปีนี้ Backlog กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท
"เซ็นทรัล เอ็มบาสซี" ผนึก "เซ็นทรัลชิดลม" ส่ง 2 แคมเปญใหญ่ ฉลองปีม้าธาตุไฟ รับตรุษจีน 2569
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved