Connect The Dots To The Future Trade Fair
26 Nov 2021

 

ธุรกิจ MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions หรือบางครั้ง C หมายถึง Conferencing และ E หมายถึง Events) ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมบริษัทข้ามชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ ทั้งนี้ MICE ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพียงแต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE มีวัตถุประสงค์หลักในการเดินทางอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น การเดินทางเพื่อร่วมประชุมบริษัท การท่องเที่ยวจากรางวัลที่ได้รับ การเข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ หรือการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าหรือนิทรรศการนานาชาติ และถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีกำลังซื้อสูง

ทว่า วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจ MICE ทำให้ไม่สามารถจัดงานที่มีผู้คนมากมายมาร่วมงานเช่นนี้ได้ เนื่องจากข้อห้ามทั้งการเดินทางระหว่างประเทศ การรักษาระยะห่างทางสังคม และอื่นๆ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ปรับตัวจัดงานแบบออนไลน์ และจัดงานแบบเสมือนจริง (Virtual Event)

ในฐานะที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทเกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและจัดงานแสดงสินค้า (Trade Fair : เทรดแฟร์) ปีละกว่าร้อยงาน และถือเป็นกรณีศึกษาของ Connect The Dots ในแง่การปรับตัวสำหรับการจัดเทรดแฟร์ในยุค New Normal ที่สามารถนำไปสู่มูลค่าการส่งออก นำรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล โดยในปีนี้สามารถสร้างมูลค่าจากการค้าระหว่างประเทศ 3.3 หมื่นล้านบาท  

 

Strategic Thinking

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้เปิดประเด็นถึงแนวคิดเชิงยุทธ์ (Strategic Thinking) ของแนวทางการจัดงานเทรดแฟร์ในอนาคต เปิดเผยว่า

โควิด-19 ทำให้ 'การรวมกลุ่ม' และ 'การเดินทาง'  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการจัดงานแสดงสินค้าไม่สามารถทำได้ ทำให้ DITP ปรับตัวด้วยการใช้ Digital Disruption เข้ามาตอบโจทย์ และมีแนวคิดเชิงยุทธ์ของการเปลี่ยนผ่าน (Transformation) เป็น 3 เฟส ประกอบด้วย 'ตั้งรับ  - ปรับตัว - หาโอกาส'

 

เฟส 1 ตั้งรับ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการปรับตัวจากการจัดงานแบบ Physical สู่รูปแบบการจัดงานแบบออนไลน์ โดย DITP ตั้งรับเมื่อสองปีก่อน ทำให้เราปรับตัวได้ว่า จะปรับตัวสู่ New Normal และ Digital Disruption อย่างไร นั่นคือ ฐานคิดจาก 2 ข้อจำกัดหลัก นั่นคือ

  • 'การรวมกลุ่ม' ด้วยการจัดสัมมนาทางออนไลน์
  • 'การเดินทาง' ด้วยการจัดงานเทรดโชว์เสมือนจริง (Virtual Trade Show)

Virtual Trade Show งานแรก คือ MOVE งานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าทางด้านมัลติมีเดีย ซึ่งนำเสนอทางออนไลน์ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลทางด้านการจับคู่ทางธุรกิจบนออนไลน์ (Online Business Matching: OBM) การติดต่อประสานงาน การซื้อขาย

 

เฟส 2 ปรับตัว เฟสนี้ถือเป็นเฟสที่มีความสำคัญ ด้วยว่า เป็นเฟสที่ต้องตีโจทย์ว่า จะทำอย่างไรกับการประยุกต์วิธีคิดจากการตั้งรับในเฟส 1 พร้อมทั้งประยุกต์แนวคิดกับการจัดงาน 'ทุกงาน' ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก DITP จัดงานปีละกว่า 100 งาน โนวฮาวที่ได้จากเฟส 1 จะนำมาปรับใช้อย่างไร เสมือนเป็น 'แนวคิดแม่แบบ' เพื่อให้สวมกับการจัดเทรดโชว์ที่มีคาแรกเตอร์ของงานที่แตกต่าง หลากหลายได้

 

           

ในการทำงานของเฟสนี้ DITP มีปัจจัยสู่ความสำเร็จ 3 ประการ ประกอบด้วย

  • Change Management เป็นการปรับตัวที่ต้องการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัล (Digital Literacy) โดยเน้นที่บุคลากรที่ต้องปรับโหมดการคิดจากการจัดงานออฟไลน์เป็นงานออนไลน์ และต้องเข้าใจว่า เทคโนโลยีเอื้อกับการจัดงานเทรดแฟร์อะไรได้บ้าง และจะหาประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างไร
  • Systematic ประเด็นนี้มีความสำคัญ โดยเป็นเรื่องที่โฟกัสกับโนวฮาว (Know-How) ที่ได้จากเฟส 1 แล้วนำมาก๊อบปี้ได้อย่างไร เพื่อให้เกิดเป็นระบบในการประยุกต์ใช้กับงานเทรดแฟร์อื่นๆ ที่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน
  • Result Base เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์ การวัดผล (KPI) ที่สำคัญที่สุดของ DITP และนำไปสู่การเจรจาทางการค้าอย่างไร โดยมี 3 องค์ประกอบ คือ Exhibitor (ผู้ร่วมงานแสดงสินค้า), Buyer (ผู้ซื้อ) และ Trade Value (มูลค่าทางการค้า) ในปีนี้สามารถสร้างมูลค่าจากการค้าระหว่างประเทศ 3.3 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 3.77 หมื่นล้านบาท หรือลดลงเพียง12.58% ทั้งที่มีสถานการณ์โควิด-19 และเมื่อมองในแง่บวก 12.58% ที่ลดลงนี้เป็นการเรียนรู้ (Learning Curve) จากการจัดงาน ซึ่งนำไปต่อยอดสำหรับการแสวงหาโอกาสทางการค้าและปิดจุดอ่อนต่อไปได้  

 


Virtual Trade Show ถือเป็นการสร้างช่องทางและโอกาสให้กับผู้ประกอบการในการเข้าถึงผู้ซื้อผู้นำเข้าจากทั่วโลก และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ 'ตั้งรับ ปรับตัว และหาโอกาส' ภายใต้วิกฤติที่เกิดขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบสู่การให้บริการด้านการตลาดเพื่อเร่งรัดการส่งออกในยุค New Normal อันเป็นหนึ่งใน 14 แผนงานสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ตามนโยบายของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ


 

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจด้วยว่า Systematic is not everything -ระบบไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ระบบแนวคิดเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ในทุกเรื่อง หากแต่ต้องเพิ่ม 'ความยืดหยุ่น และ ความคิดสร้างสรรค์' (Flexibility & Creativity) เพื่อให้ตอบโจทย์กับ คาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันของงานเทรดแฟร์แต่ละงานด้วย

ยกตัวอย่าง งานบางกอกเจมส์แอนด์จิวเวลรี่ทางออนไลน์ ปกติงานลักษณะนี้เป็นงานที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องมาพบปะกันจริงๆ นั้น เนื่องจากต้องยอมรับว่า อัญมณีบางชนิด โดยเฉพาะพลอยยังต้องดูสินค้ากันจริงๆ อยู่ นำเสนอผ่านออนไลน์ไม่เวิร์ก ดังนั้น DITP จึงต้องเลือกสินค้าบางตัวเพื่อนำเสนอทางออนไลน์

เฟส 3 หาโอกาส เป็นเฟสของการจัดงานเทรดโชว์ในอนาคต เป็นโฟกัสกับปัจจัย ดังนี้

  • Equality (ความเท่าเทียม) ที่โฟกัสว่า ประชาชนจะเข้าถึงภาครัฐได้อย่างไร ด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้น เนื่องจากการจัดงานแบบออนไลน์จะทำให้ต้นทุนการเข้าร่วมงานเทรดแฟร์ของผู้ประกอบการลดลง ทำให้ผู้ประกอบการที่มีงบประมาณไม่มากนัก สามารถเข้าร่วมงานได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในภูมิภาค/พื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าร่วมงานได้ โดยไม่ต้องเดินทาง นอกจากนี้ การจัดงานแบบออนไลน์ยังก้าวข้ามข้อจำกัดเกี่ยวกับพื้นที่จริงของการจัดงานที่ทำให้ต้องจำกัด Exhibitor เป็นการเปิดกว้างให้ Exhibitor สามารถเข้าร่วมงานได้มากขึ้น อีกทั้งสามารถทำ OBM ได้ส่งผลให้เกิดการเจรจาทางการค้าได้ง่ายขึ้น
  • Marximization (การทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด) ซึ่งจะโฟกัสกับการสร้างความสมดุลระหว่างการจัดงานแบบ Physical และการจัดงานแบบออนไลน์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในแง่จองการเจรจาการค้า และมูลค่าของการเจรจาทางด้านค้าระหว่างประเทศ

 

Mix & Match

การปรับตัวเพื่อจัดงานเทรดแฟร์ยุค New Normal ซึ่งต้อง Mix & Match กับแต่ละงานที่มีความแตกต่างกัน ประกอบด้วย การจัดงานแบบ Hybrid, Virtual, Online Business Matching (OBM) และ Mirror & Mirror (M&M)

ทั้งนี้ นันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า

"แนวคิดเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ทุกอย่าง รูปแบบการจัดงานเทรดแฟร์ก็เช่นกันที่ต้องมีการพลิกแพลง ด้วยการจัดงานแบบผสมผสาน (Hybrid) ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ในกรณีที่จัดงานแบบ Physical ไม่ได้เพราะไม่สามารถเดินทางหรือรวมกลุ่มได้ เนื่องจาก ศบค.มีมาตรการที่เข้มงวด

DITP ก็เปลี่ยนเป็นการจัดงานแบบ Virtual เมื่อผ่านเฟส 1 ได้โนวฮาวของการจัดงานมาแล้ว แต่การจัด Virtual เป็นงานใหญ่ต้องใช้งบประมาณ ก็ทำให้มีการปรับตัวด้วยการจัดงานงานเล็กๆ หลายๆ ครั้งเป็นการจัดงานเพื่อจับคู่ทางธุรกิจออนไลน์ (OBM) ได้ด้วย นอกจากนี้ ในกรณีที่จัดงานแบบ OBM แล้วยังไม่สามารถที่จะเห็นสินค้าได้อีก เราก็มีการจัดงานแบบ M&M โดย DITP ส่งสินค้าไปต่างประเทศ และทูตพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนของประเทศ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง เพื่อทำหน้าที่ช่วยเจรจา และเชื่อมโยงระหว่างผู้นำเข้าในต่างประเทศและผู้ส่งออกของไทยเข้าด้วยกัน"

 

ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนผ่านจากการจัดงานเทรดโชว์ไปสู่ออนไลน์ให้ได้ประสิทธิภาพนั้น จะต้อง Mix & Match 3 องค์ประกอบสำคัญ นั่นคือ Tech X Resource X Creativity เพื่อให้เกิด KPI สูงสุด ซึ่งเป็น Key Success ในส่วนของ Result Base

  • Tech ด้วยการโฟกัสว่า จะต้องใช้เทคโนโลยีอย่างไร เพื่อให้เอื้อประโยชน์กับการค้า/การเจรจาการค้าของประเทศ
  • Resource ด้วยการโฟกัสที่ข้อจำกัดของทรัพยากรทางด้านคน, งบประมาณ, คาแรกเตอร์ของงานเทรดแฟร์
  • Creativity ด้วยการโฟกัสที่ความคิดสร้างสรรค์

             

Strategic Approach

 

"กลยุทธ์การจัดงานเทรดแฟร์ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์นั้นยังมีโจทย์ที่สำคัญ คือ ทำอย่างไรจึงจะสร้างความสมดุลระหว่างการจัดงานแบบ Physical และออนไลน์ (Degree of Physical to Online) ให้เกิดมูลค่าการค้า (Trade Value) ที่สูงสุด ควบคู่กับความเท่าเทียม (Equality) ในระดับที่สูงด้วย อันเป็นภารกิจที่เราทำในฐานะที่เป็นหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งนี่เท่ากับการทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Maximization) ใน 2 ด้าน นั่นคือ

1) มูลค่าที่เกิดขึ้นกับการเจรจาการค้า ซึ่งสุดท้ายก็คือ มูลค่าส่งออกนั่นเอง

2) การที่ผู้ประกอบการ หรือผู้ประกอบการในภูมิภาคสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ แต่อย่างไรก็ตาม การปรับตัวที่กล่าวถึงอาจจะดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้ง่ายนักในทางปฏิบัติ เพราะในการทำงานจริงกับการวางแผนอาจไม่ใช่อย่างที่คิด ระหว่างทางของการทำงานอาจมีสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือคาดไม่ถึง หรือมีปัญหา/อุปสรรคต่างๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ในการทำงานจึงเป็น 'การเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงาน' หรือ Learning by Doing อยู่ตลอดเวลา และเป็นผลทำให้การปรับตัวสำหรับการจัดงานเทรดแฟร์ประสบความสำเร็จ" นันทพงษ์ กล่าว

 

'การเชื่อมต่อแต่ละจุด' หรือ Connect The Dots ของ DITP จึงยังต้องอาศัยการสั่งประสบการณ์การเรียนรู้จากการทำงานแต่ละงาน เพื่อต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในเวทีการค้าของโลก

 

ทั้งนี้ นันทพงษ์ ให้ข้อคิดในตอนท้าย ว่า

"การปรับตัวสำหรับการจัดงานเทรดแฟร์ในอนาคตที่มาจาก 3 เฟส ซึ่งได้แก่ 'ตั้งรับ ปรับตัว และหาโอกาส' นั้นจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้เราเข้มแข็ง และใช้พื้นฐานตรงนั้นมาปรับแก้/ประยุกต์ใช้กับงานต่างๆ ให้ได้ เมื่อเกิด Learning Curve ก็จะสามารถนำมาปรับตัวเพื่อหาโอกาสในอนาคตได้"

 

 

[อ่าน 4,059]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved