โอกาสของอัญมณี และเครื่องประดับไทย ในตลาดตะวันออกกลาง
08 Sep 2019

 

ด้วยภาวะเศรษฐกิจของโลกในช่วงขาลงผนวกกับความไม่แน่นอนในทิศทางการค้าของซีกโลกตะวันตกการแสวงหาตลาดใหม่สำหรับการส่งออก เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ตลาดใหม่จะเป็นที่ใดนั้น อาจพิจารณากลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวในระดับสูงจากการส่งออกทรัพยากรใต้ดินอย่างน้ำมันดิบ ที่แม้ว่าปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปี 2561 จะอยู่ที่ 71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล ซึ่งต่ำกว่าเมื่อ 6 ปีก่อนหน้าถึงเกือบร้อยละ 40 ทว่า ในปี 2562 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังหาข้อตกลงไม่ได้ของช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รวมทั้งการรวมตัวกันระหว่างประเทศในกลุ่ม OPEC และ ชาติพันธมิตร ในการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง ซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงถึง 1.2 ล้านบาเรลต่อวัน

 

ความมั่งคั่งของชาติตะวันออกกลาง

แม้ว่าปัจจุบันราคาน้ำมันดิบจะไม่สูงเท่าปี 2555 ที่มีราคาราว 112 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล แต่ความร่ำรวยของประชากรในชาติเหล่านี้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมากลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกือบร้อยละ 2 ต่อปี โดยในปี 2562 กาตาร์เป็นชาติที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงที่สุดถึง 70,780 ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ 40,711 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบียได้คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศตลอดทั้งปี 2562 จะขยายตัวราวร้อยละ 2.2 และ ร้อยละ 2 ต่อปีตามลำดับ

เศรษฐกิจนอกภาคน้ำมันขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รัฐบาลของหลายประเทศในกลุ่ม GCC ได้เริ่มส่งเสริมการลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่มิใช่น้ำมันของประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าส่งออกเพียงอย่างเดียว โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับดูไบสำหรับงานนิทรรศการโลก หรือ UAE Expo ที่จะจัดขึ้นในปี 2563 ส่วนกาตาร์ก็ได้ลงทุนมหาศาลโดยเฉพาะสนามกีฬาแห่งชาติที่มีความจุถึง 86,000 ที่นั่ง สำหรับมหกรรมฟุตบอลโลก Qatar World Cup ที่จัดขึ้นในปี 2565 ทั้งนี้กลุ่มประเทศ GCC คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2562 จะขยายตัวร้อยละ 2.9 โดยกาตาร์ขยายตัวสูงที่สุดร้อยละ 5.2 รองลงมาคือโอมานร้อยละ 4.5


แหล่งที่มาของวัตถุดิบ “ทองคำ” อย่างมีความรับผิดชอบ หรือ “Responsibly Sourced” มีลักษณะเช่นเดียวกันกับ “Kimberley Process” ของ “เพชรก้อน” เพื่อรักษามาตรฐานของความเป็น City of Gold ของดูไบ ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ทั้งเครื่องประดับทอง รวมทั้งทองคำแท่ง จะต้องใช้วัตถุดิบทองคำจากเหมืองที่มีความน่าเชื่อถือ มีการได้มาของวัตถุดิบที่ปราศจากความขัดแย้ง ไม่เอารัดเอาเปรียบแรงงาน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวยังคงเป็นไปโดยความสมัครใจ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าหากผู้ค้าทองคำรายใหญ่ของประเทศให้ความร่วมมือรายย่อยก็จำต้องปฏิบัติตาม และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศในที่สุด ซึ่งในระยะแรกอาจส่งผลให้อุปทานทองคำลดต่ำลงและส่งผลต่อราคาวัตถุดิบได้

https://visitabudhabi.ae

 

การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 5 จากข้อตกลงของคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับปี 2559 เกี่ยวกับการเริ่มจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศสมาชิก GCC เพื่อลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณหลังจากที่ราคาน้ำมันลดต่ำลงในปี 2557 ทำให้บาห์เรนเป็นชาติที่ 3 ที่จัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยมีผลเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา หลังจากที่ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้จัดเก็บภาษีดังกล่าวไปก่อนหน้าแล้วเมื่อต้นปี 2561 จนส่งผลให้การนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2561 หดตัวลงเกือบร้อยละ 20

 

การบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับของตะวันออกกลาง

ในแต่ละปีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับเฉลี่ยที่ราว 35,834.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนประเทศอื่นๆ ในแถบนี้แม้จะปรากฏตัวเลขการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างเป็นทางการไม่สูงนัก แต่สามารถอนุมานได้จากปริมาณและมูลค่าการนำเข้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีตัวเลขการส่งออกต่อ (Re-Export) แฝงอยู่ โดยสถิติการนำเข้าอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่คือเครื่องประดับทอง ทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป และเพชรก้อน ทั้งนี้รูปแบบการบริโภคเครื่องประดับของประเทศต่างๆ ของแถบตะวันออกกลางมีความคล้ายคลึงกัน โดยชาวอาหรับพื้นเมืองนิยมเครื่องประดับทองคำแบบโบราณ 21 กะรัต แต่หากเป็นเครื่องประดับสมัยใหม่จะนิยมทองคำ 18 กะรัต ชาวเอเชียใต้นิยมทองรูปพรรณสไตล์อินเดีย ส่วนชาวตะวันตกที่เข้ามาทำงาน และท่องเที่ยวในแถบนี้นิยมเครื่องประดับทองคำสมัยใหม่ 14 กะรัต และ 18 กะรัต ส่วนตลาดบนของชายมุสลิมนิยมทองคำขาวประดับเพชร และพลอยเจียระไน

 

อย่างไรก็ตามการเจาะตลาด GCC โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านประตูการค้าบานใหญ่อย่างสหรัฐอาหรับ-เอมิเรตส์ การประทับตรารับรองมาตรฐานโลหะมีค่า (Hallmark) เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้ส่งออกต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับทอง หรือเครื่องประดับเงินที่เป็นสินค้าศักยภาพของไทย เพื่อยกระดับและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 


ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน


ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สิงหาคม 2562


https://infocenter.git.or.th/Content_View.aspx?id=2642&Lang=TH&mail=1

[อ่าน 648]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดสังเวียนการกุศล “FIGHT NIGHT” ระเบิดความมันเพื่อสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ
Tim Cook VS Daniel Zhang
'ม.หอการค้า' จับมือ 'บาร์เซโลนา สตาร์ทอัพ' เปิดหลักสูตร HARBOUR.SPACE @UTCC ปั้นนักธุรกิจสตาร์ทอัพ
สตีเบล เอลทรอน ประกาศสนับสนุนสโมสรฟุตบอลโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
23 สิงหาคม “วันแห่งแฮชแท็ก” รวมแฮชแท็กในช่วงครึ่งปีแรก 2562
ลาซาด้าเร่งพัฒนาเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็น “ซูเปอร์ อี-บิสิเนส”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved