บีโอไอ หนุน "มินีแบ" รุกผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ทุ่ม 2,600 ล้านบาท เจาะตลาด Airbus-Boeing
15 Jun 2026

 

“เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย” ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระดับโลกในเครือ “มินีแบมิตซูมิ” จากญี่ปุ่น ขยายการลงทุนกว่า 2,600 ล้านบาท โดยได้รับส่งเสริมจากบีโอไอ เปิดอาคารโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดลพบุรี เร่งผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงให้ Airbus และ Boeing ตอกย้ำศักยภาพไทยในการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานของภูมิภาค ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินโลก

 

 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารโรงงานแห่งใหม่ของบริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด ที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ว่า โครงการนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพื่อผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูง ครอบคลุมทั้งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อนการบิน เช่น Ball, Race Bush และ Spherical Bearing รวมถึงชิ้นส่วนโครงสร้างเครื่องบินและการยึดประกอบ เช่น Bolt, Sleeve และ Fitting มูลค่าเงินลงทุน 2,600 ล้านบาท อาคารโรงงานแห่งใหม่มีพื้นที่รวม 16,500 ตารางเมตร รองรับเครื่องจักรความแม่นยำสูงและระบบออโตเมชั่นในกระบวนการผลิต

 

 

บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด เป็นบริษัทในเครือมินีแบมิตซูมิ จากประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2525 ด้วยการผลิตตลับลูกปืนขนาดเล็ก โดยได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งนอกประเทศญี่ปุ่น และได้ขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยาน ที่ผ่านมา บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวม 65 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสะสมกว่า 115,000 ล้านบาท ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 31,000 คน โดยมีโรงงานผลิตในประเทศไทยรวม 10 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ลพบุรี ชลบุรี และระยอง ถือเป็นฐานการผลิต Miniature Ball Bearings ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อส่งออกไปยังตลาดสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป

 

 

ทั้งนี้ เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ได้เริ่มผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2546 และได้พัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีความเที่ยงตรงสูง และระบบควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดของภาคการผลิต จนได้รับการรับรองจากผู้ผลิตอากาศยานชั้นนำระดับโลกทั้ง Airbus และ Boeing และสามารถส่งมอบชิ้นส่วนอากาศยานเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกมาแล้วกว่า 20 ปี การลงทุนเพิ่มเติมกว่า 2,600 ล้านบาทในครั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงการขยายโรงงาน แต่เป็นการยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตหลักระดับโลก (Global Core Factory) สำหรับธุรกิจการบินของกลุ่มมินีแบมิตซูมิ พร้อมกับการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

 

 

“การที่ มินีแบ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เลือกขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกิจการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การขยายการลงทุนของมินีแบในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สร้างโอกาสการจ้างงานที่มีคุณภาพ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรไทย” นายนฤตม์ กล่าว

 

 

ขณะที่ นายคัตสึฮิโกะ โยชิดะ President, COO & CFO กลุ่มบริษัท มินีแบมิตซูมิ กล่าวว่า "ตลอด 23 ปี ที่มินีแบผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทย ได้พิสูจน์แล้วว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานระดับโลกอย่างแท้จริง ท่ามกลางสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในต่างประเทศที่ยังคงสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานอากาศยานทั่วโลก ประเทศไทยสามารถรักษาเสถียรภาพของการผลิตได้อย่างดี ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่โดดเด่นและหาได้ยากในภูมิทัศน์การผลิตโลกปัจจุบัน เรามุ่งมั่นที่จะรักษาประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของกลุ่ม และพร้อมขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างคุณค่าและยกระดับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน"

[อ่าน 51]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เซ็นทรัล พาร์ค" ปั้น “Urban Lifestyle Ecosystem” ใจกลางกรุงเทพฯ ดึงแบรนด์ระดับโลกยกระดับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต
"โก โฮลเซลล์" จับมือ 26 แบรนด์พันธมิตร ขนวัตถุดิบราคาประหยัด ย้ำค้าส่ง “เพื่อนแท้ผู้ประกอบการ”
"AIS" ผนึก "ตำรวจไซเบอร์" สกัดขบวนการส่ง SMS ปลอมหลอกประชาชนย่านบางกระดี่
เปิดแล้ว! “ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” แลนด์มาร์กใหม่ของสาย Foodie & Lifestyle
ธ.ก.ส. เปิดตัว “เงินฝากหาบทอง” สำหรับลูกค้าเงินฝากล้อมเพชรที่ครบกำหนด รับดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งโครงการ ร้อยละ 1.031 ต่อปี
"ทรู" ชูศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะและบริการดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยสู่ ‘Connected Wellness Destination’
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved