TURAC เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้โดยสารปลอดภัย
22 Jun 2026

 

สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TURAC) เผยแพร่บทความฉบับใหม่ เสนอโรดแมปการสร้างระบบกำกับดูแลที่ชาญฉลาด (Smarter Regulation) เพื่อเพิ่มอัตราการปฏิบัติตามกฎหมาย ยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ของประเทศไทย ผ่านการปรับปรุงระบบทะเบียนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ

 

 

รายงานผลการศึกษาภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อกศักยภาพ Ride-Hailing ไทย: ความปลอดภัย การแข่งขัน และโอกาสทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล” ระบุว่า ในขณะที่กรอบกฎหมายการกำกับดูแล Ride-Hailing ของประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ระยะการบังคับใช้ที่มีความพร้อมมากขึ้น ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบาย จะหันมามุ่งเน้นการเปิดช่องทางและอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่าย โดยยังคงรักษามาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร ความโปร่งใส และการคุ้มครองผู้บริโภค

 

ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เดินหน้าก้าวสำคัญในการทำให้บริการ Ride-Hailing เข้าสู่ระบบกฎหมายอย่างเป็นทางการผ่านกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ทั้งการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ขับขี่ มาตรฐานตัวรถ ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน และการจัดเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ให้เห็นว่าในทางปฏิบัติ ผู้ขับขี่ยังคงเผชิญความท้าทายสำคัญในการเข้าสู่ระบบจดทะเบียน ทั้งข้อกำหนดด้านประกันภัย เงื่อนไขสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ (ไฟแนนซ์) และขั้นตอนทางทะเบียนที่ซับซ้อน ซึ่งการปลดล็อกอุปสรรคเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยดึงผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถของรัฐในการกำกับดูแล และเปิดโอกาสให้แรงงานในระบบสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

 

ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว นักวิชาการด้าน เศรษฐกิจและธุรกิจ เเละผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยเเละให้คำปรึกษาเเห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ในปัจจุบันบริการ Ride-Hailing ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเลือก แต่ได้ยกระดับเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการดำรงชีวิตและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนหลายแสนคน ความท้าทายในก้าวถัดไปคือ การทำให้ระบบการกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติได้จริง และเข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่มีการลดหย่อนมาตรฐานความปลอดภัย”

 

“ประเด็นในวันนี้จึงไม่ใช่การถกเถียงว่า Ride-Hailing ควรถูกกำกับดูแลหรือไม่ แต่คือทำอย่างไรจึงจะออกแบบกฎระเบียบที่ตอบโจทย์เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในภาพรวมของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการสร้างกระบวนการที่ประชาชนสามารถปฏิบัติตามได้จริงในทางปฏิบัติ”

 

 

รายงานผลการศึกษาได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน 4 มิติหลัก ดังนี้:

  • ปรับกระบวนการอนุญาตสู่ดิจิทัลครบวงจร (End-to-End Digital Process): เร่งพัฒนาระบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบสำหรับการออกใบอนุญาตขับขี่สาธารณะอิเล็กทรอนิกส์ (e-License) โดยเชื่อมโยงระบบยืนยันตัวตน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และการยื่นเอกสารไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อลดต้นทุนด้านเวลาและภาระธุรการของผู้ขับขี่ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)
  • ทลายกำแพงข้อจำกัดด้านไฟแนนซ์และประกันภัยในการจดทะเบียน: ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเชิงพาณิชย์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของแรงงานยืดหยุ่น (Flexible Labor) โดยยังคงรักษามาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยที่เหมาะสม
  • ใช้แนวทางกำกับดูแลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Outcome-Based Regulation): มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเชิงคุณภาพที่วัดผลได้จริง เช่น ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ความโปร่งใสของข้อมูล และการคุ้มครองผู้บริโภคแทนการกำหนดขั้นตอนทางเอกสารที่ตายตัว โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ยกระดับบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ปรับปรุงช่องทางการเข้าสู่ระบบและการปฏิบัติตามกฎหมาย: ลดขั้นตอนและอุปสรรคทางธุรการที่ไม่จำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเข้าสู่ระบบกฎหมาย พร้อมทั้งใช้เครื่องมือดิจิทัลและมาตรการสนับสนุนในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วม ซึ่งอัตราการปฏิบัติตามกฎหมายที่สูงขึ้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้รัฐในการควบคุมดูแลความปลอดภัย การคุ้มครองผู้บริโภค และเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบ (Regulatory Visibility) ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

 

 

ดร.สุทธิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “การปรับปรุงระบบกำกับดูแลให้ทันสมัยด้วยเครื่องมือดิจิทัล จะช่วยสร้างสมดุลที่สำคัญยิ่งระหว่างความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย และโอกาสทางเศรษฐกิจ การทำให้ระบบจดทะเบียนเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถยกระดับการควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง พร้อม ๆ กับการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง”

 

รายงานผลการศึกษา สรุปทิ้งท้ายว่า การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการตั้งกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่ต้องสร้างช่องทางที่ปฏิบัติได้จริงในการนำประชาชนเข้าสู่ระบบ การปรับปรุงกระบวนการจดทะเบียนและลดอุปสรรคในขั้นตอน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเสริมสร้างการคุ้มครองผู้บริโภค ยกระดับความปลอดภัย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม Ride-Hailing ที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในระยะยาว

 

[อ่าน 294]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เอปสัน" เปิดบ้านต้อนรับยังก์ดีไซเนอร์ สานต่อความร่วมมือ "สยามเซ็นเตอร์" ปีที่ 3 ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนสู่ผลงานจริง
ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงาน มหกรรมการเกษตร “TOYOTA FARM EXPO 2026”
วางจำหน่ายแล้ว OPPO A7 Pro Series 5G ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท ชูเซลฟี่มุมกว้าง 50MP พร้อม AI ปรับเฟรม
Gother ขยับจากเว็บจองเที่ยว สู่แพลตฟอร์มขาย “ประสบการณ์” ตั้งเป้ายอดจอง 3,700 ล้านบาทในปี 2570
แสนสิริ เผยโฉม “SHUSH Ratchathewi” ลักซ์ชัวรี่ลอฟต์ดีไซน์คอนโดพร้อมอยู่ ใจกลางราชเทวี
ปันบุญ โดย ทีทีบี หนุนมูลนิธิใช้ AI และ Data เพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน พร้อมยกระดับการบริจาคให้โปร่งใส
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved