"ปิติ ภิรมย์ภักดี" ยกเครื่องโลจิสติกส์ เติมจิ๊กซอว์อาณาจักรสิงห์
08 Oct 2018


         นับเป็นปีแห่งการยกเครื่องระบบงานหลังบ้านของ ‘บุญรอดบริวเวอรี่’ ทั้งการปรับพอร์ตสินค้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในด้านยอดขายและผลกำไร การปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การขยายไปสู่ธุรกิจใหม่อย่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจพลังงาน ซึ่งนี่ถือเป็นทิศทางการเติบโตของบริษัทตลอดช่วง 3- 4 ปีที่ผ่านมา


         เช่นเดียวกับระบบโลจิสติกส์ที่เป็นเครือข่ายอันแข็งแกร่งของเครือบุญรอดฯ มาตลอดระยะเวลากว่า 20-30 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจุดแข็งในการกระจายสินค้าไปยังเครือข่ายร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย และร้านโชว์ห่วยกว่า 2-3 แสนร้านค้าในทุกจังหวัดทั่วประเทศ แม้ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาจะมีร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดเกิดขึ้นมากมาย แต่ช่องทางโชว์ห่วยก็ไม่ได้หายไป และนี่ยังคงเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายหลักของบริษัทกว่า 80% รวมไปถึงเครือข่ายในต่างประเทศทั้งยุโรปและเอเชีย


         หากแต่ในยุคที่ธุรกิจต้องมีการปรับตัวรอบด้านทั้งในด้านของพฤติกรรมผู้บริโภค และการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งผลผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในด้านราคาและโปรโมชั่น ทำให้หลายธุรกิจต้องมีกางแผนลดต้นทุนเพื่อชดเชยกับรายได้ที่หดหายไป นี่จึงกลายเป็นโอกาสสำคัญที่เครือบุญรอดฯ มองเห็นช่องทางในการต่อยอดไปสู่ธุรกิจ ‘ห่วงโซ่การผลิต’ (Supply Chain) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่วินาทีที่สินค้าออกจากไลน์ผลิต การนำสินค้าไปจัดเก็บยังคลังสินค้า ก่อนจะกระจายสินค้าไปสู่ร้านค้า และส่งต่อไปยังผู้บริโภค


         ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยในปี 2561 มีมูลค่าราว 215,000 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจขนส่งสินค้าทางบก 145,100 - 147,300 ล้านบาท และธุรกิจคลังสินค้า 75,500 - 76,700 ล้านบาท


ผนึกกำลัง ‘สินฟ้อกซ์’ สู่ ‘BevChain Logistics’


         ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ‘ปิติ ภิรมย์ภักดี’ คือหัวเรือใหญ่ที่รับหน้าที่ดูแลงานในฝั่งของพัฒนาห่วงโซ่การผลิตของเครือบุญรอดฯ โดยมีภารกิจหลักคือการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและลดต้นทุน รวมถึงการยกระดับการขนส่ง 

 


         “ผมสนใจและศึกษาระบบซัพพลายเชนมาตั้งแต่ตอนที่เข้ามาดูแลธุรกิจเบียร์เมื่อ 14 ปีก่อน ซึ่งสิ่งที่เราพบคือเครือข่ายในการกระจายสินค้าค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่ละภูมิภาคแต่ละจังหวัดก็มีภูมิประเทศไม่เหมือนกัน ทำให้เราตัดสินใจเปิดบริษัท ‘ลีโอ ลิ้งค์’ ขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อนเพื่อจัดการด้านโลจิสติกส์ให้กับเครือบริษัทบุญรอดฯ และลูกค้าทั่วไป โดยเรามีคลังสินค้าของตัวเองอยู่ราว 50 แห่ง ซึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญอยู่ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จะเป็นจุดพักสินค้าก่อนกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ปัญหาที่เราพบคือ เรายังบริหารจัดการต้นทุนได้ไม่ดีนัก ซึ่งแม้ว่าลีโอลิงค์จะมีรายได้ใน 7 เดือนแรกของปีนี้กว่า 80 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการกระจายสินค้าให้กับบริษัทในเครือกว่า 90% ส่วนลูกค้าทั่วไปยังมีน้อยมากเพียง 5-8% เท่านั้น” ปิติเริ่มต้นอธิบาย


         แน่นอนว่าการที่เครือบุญรอดฯ จะรุกเข้ามาในตลาดโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมูลค่า 2 แสนล้านบาท การลุยเดี่ยวอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก ดังนั้นเครือบุญรอดฯ จึงต้องมองหาพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในตลาดมาช่วยปั้นธุรกิจ ซึ่งจากการพูดคุยหาตัวพันธมิตรมานานกว่า 2 ปี สุดท้ายก็มาลงตัวที่ ‘ลินฟ้อกซ์อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป’ ขาใหญ่แห่งวงการโลจิสติกส์ระดับเอเชียแปซิฟิค ที่มีธุรกิจครอบคลุมตลาดใน 12 ประเทศ 


         ทั้งนี้ ทางลินฟ้อกซ์ได้ทำการจัดตั้งบริษัทใหม่ บริษัท ลินฟ้อกซ์ โฮลดิ้งส์ 2018 (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อมาร่วมลงทุนกับ บริษัท บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด เปิดบริษัทใหม่ บริษัท บีอาร์เอฟ  โลจิสติคส์ จำกัด ภายใต้ชื่อ BevChain Logistics ด้วยทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท มีสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากันที่ 50:50


         “ที่ผ่านมาเราเข้าไปคุยมาหลายบริษัท ทั้งรายเล็กรายใหญ่ ทั้งบริษัทไทย ยุโรป และเอเชีย แต่ก็มาลงตัวที่ลินฟ้อกซ์ที่มีประสบการณ์ในตลาดนี้กว่า 25 ปี มีเครือข่ายทั่วโลก ที่สำคัญคือลินฟ้อกซ์เริ่มต้นมาจากธุรกิจแบบครอบครัวเช่นเดียวกับเครือบุญรอดฯ มีวัฒนธรรมองค์กรที่มองพนักงานเป็นคนในครอบครัวคล้ายกับเรา ซึ่งก็ทำให้พูดคุยกันง่ายขึ้น” ปิติกล่าว


         ทั้งนี้ จุดแข็งของลินฟ้อกซ์ คือ ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการสินค้าและการขนส่ง ถือเป็นบริษัทให้บริการด้านโลจิสติคส์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค มีธุรกิจครอบคลุมตลาดใน 12 ประเทศ มีคลังสินค้ากว่า 200 แห่ง มีพนักงาน 24,000 คน และมีการให้บริการส่งสินค้าไปยังตลาดทั่วโลก ครอบคลุมหลากหลายเซ็กเตอร์ เช่น สินค้าอุปโภค-บริโภค ธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีฯ โดยมีมูลค่ารวมกว่า 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในประเทศไทยนั้นลินฟ้อกซ์ให้บริการด้านขนส่งสินค้ามานานถึง 25 ปี มีความเข้าใจถึงความต้องการของตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างดี


ลดต้นทุน 10-15%


         สำหรับโมเดลธุรกิจของ BevChain Logistics ในประเทศไทย จะเน้นให้บริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกับในประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ การให้บริการทางด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า การให้บริการทางด้านจัดส่งสินค้า เป็นต้น แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ BevChain Logistics จะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ขนาดปานกลางถึงขนาดย่อม และลูกค้ากลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มต่างๆ ที่ต้องการป้อนสินค้าและบริการถึงลูกค้าเป้าหมายปลายทางหรือ Last Mile โดยมีคลังสินค้าที่มีรวมกันราว 550 แห่ง หรือคิดเป็น 4 แสนตารางเมตร 

 


         “เป้าหมายของเราคือการช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการราว 10-15% เราไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง การหาพาร์ทเนอร์ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน มาช่วยให้การบริหารจัดการดีขึ้น ก็จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับองค์กรในอนาคต รถหนึ่งคันไม่จำเป็นต้องมีแค่สินค้าของบุญรอดเท่านั้น เพราะกว่าจะรอของเราคนเดียว กว่าจะเต็มคันอาจใช้เวลา 7-8 วัน เราสามารถให้คู่ค้ามาแชร์ค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งอาจจะลดเวลาการรอสินค้าเต็มคันเหลือเพียง 3 วันก็ได้ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้วยังเป็นการละระยะการขนส่งให้สั้นลง เพิ่มความสดใหม่ให้สินค้า ตอนนี้หมดยุคของการมองคู่แข่งว่าเป็นคู่แข่งแล้ว เราสามารถมีผลประโยชน์ร่วมกันได้ ซึ่งนี่คือ Challenge ของเรา” ปิติกล่าว


3 ปี ตั้งเป้า 5,000 ล้านบาท


         สำหรับในช่วง 6 เดือนแรก BevChain Logistics จะเน้นไปที่การให้บริการกับธุรกิจในเครือบุญรอดฯ ทั้งหมด 14 บริษัทก่อน จากนั้นจะทางลินฟ้อกซ์จะเป็นผู้หาลูกค้าใหม่เข้ามา ซึ่งหลังจากนี้ลูกค้าใหม่ของลินฟ้อกซ์ในประเทศไทยก็จะเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารงานของ BevChain Logistics ซึ่งปิติอธิบายว่าลูกค้ากลุ่มแรกของบริษัทจะเป็นกลุ่มเครื่องดื่มเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญ ก่อนจะขยายไปสู่ธุรกิจร้านอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คาดว่าภายใน 3 ปีต่อจากนี้ บริษัทจะมีรายได้ราว 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่จะมีรายได้ 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากเครือบุญรอดฯ 50% และอีก 50% จากลูกค้ารายอื่น 


         ซึ่งหลังจากที่มีการทำธุรกิจร่วมกันจะทำให้เครือบุญรอดฯ และลินฟ้อกซ์มีรายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้ารวมกันประมาณ 7,000 - 8,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของตลาด ตามหลังเบอร์ 1 ที่มีรายได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท


         อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ BevChain Logistics ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง รวมถึงยังเป็นตลาดสำคัญของสินค้าและบริการจากไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม เดินหน้า ‘วิศวกรรมแห่งชาติ 2561’ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต
‘ภูริ หิรัญพฤกษ์’ Life is Balance
ภูริต ภิรมย์ภักดี พลิกแนวคิดในวันที่ ‘สิงห์’ ต้องปรับตัว
ก้าวใหม่ของแบรนด์สูทมีสไตล์ "VVON SUGUNNASIL"
‘เอกชัย สุขุมวิทยา’ Believe in yourself
‘รุ่งโรจน์ ตันเจริญ’ มองโลก ให้หลายมุม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved