เข้าใจ Customer Centric พิชิตใจลูกค้าได้ไม่ยาก
16 Jul 2024

ในปัจจุบันสินค้าหรือบริการที่มีความเหมือนกันหรือสามารถทดแทนกันได้นั้นมีจำนวนไม่น้อย ส่งผลให้สภาพตลาดมีการแข่งขันสูง ทำให้เจ้าของกิจการและนักการตลาดต้องปรับเปลี่ยนแผนงานและกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้สินค้าหรือบริการให้ได้มากที่สุด

 

กลยุทธ์ Customer Centric จึงกลายเป็นแนวทางที่สำคัญในการสร้างความสนใจสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถประสบความสำเร็จได้

บทความ การตลาด 101 ฉบับนี้ จะพาทุกคนไปเจาะลึกกลยุทธ์ Customer Centric ว่าคืออะไร ทำไมเจ้าของกิจการและนักการตลาดจึงต้องให้ความสำคัญ และเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของธุรกิจยุคใหม่อย่างไร มาดูกันครับ

 

 

Customer Centric คืออะไร

Customer Centric คือ การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางโดยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกและเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว โดยเจ้าของกิจการและนักการตลาดจะต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ด้วยการทำความเข้าใจลูกค้าว่าต้องการสินค้าหรือบริการรูปแบบใดเพื่อที่จะได้สร้างผลิตภัณฑ์ออกมาให้ตรงกับความต้องการของพวกเขามากที่สุด

ซึ่งการทำ Customer Centric จะต้องพึ่งพาหลายองค์ประกอบ เพื่อให้สามารถนำไปวางแผนปรับกลยุทธ์สู่ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ โดยเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ตลอดจนการทำ Customer Journey เพื่อให้ทราบถึงสถานะ และพฤติกรรมของลูกค้ามีต่อแบรนด์สินค้าหรือบริการ ทั้งนี้เพื่อนำเอาข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวกับแรงจูงใจการซื้อ ความพึงพอใจ และความคาดหวังในแต่ละ Touchpoint ของลูกค้ารวมไปถึงการซื้อขาย นำมาสร้างแผนงาน หรือกลยุทธ์ที่เหมาะสม รวมไปถึงการสร้างระบบ CRM (Customer Relation Management) ให้กับธุรกิจ ที่จะทำให้เจ้าของกิจการและนักการตลาดสามารถเข้าใจลูกค้าได้แบบ 360 องศา ในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการใช้ Data-Driven

 

 

ข้อดีของกลยุทธ์ Customer Centric สำหรับธุรกิจ

การทำ Customer Centric เป็นการพัฒนาต่อยอดจากข้อมูลเชิงลึกที่เกิดขึ้นหลังการซื้อขายสินค้าและบริการของลูกค้า ซึ่งเจ้าของกิจการและนักการตลาดสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาแผนงานและปรับกลยุทธ์ได้อีกมากมาย เช่น 

 

1. การพัฒนาสินค้าและบริการให้โดนใจลูกค้า 

เมื่อเจ้าของกิจการและนักการตลาดทราบภาพรวมความต้องการ และความรู้สึกของลูกค้าจากการสำรวจอย่างละเอียดแล้ว ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปต่อยอดให้แก่ฝ่ายผลิต หรือฝ่าย R&D เพื่อทำการพัฒนาสินค้าและบริการจากดั้งเดิม โดยยึดตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าและสามารถสร้างความจงรักภักดีต่อสินค้าและบริการ (Customer Loyalty) ได้ในระยะยาว 

 

2. สร้างความพึงพอใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

กลยุทธ์ Customer Centric หากนำข้อมูลหลังการวิเคราะห์ไปใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนการทำกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความพึ่งพอใจและเกิดความประทับใจ ซึ่งในส่วนนี้จะมีผลต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้อย่างแน่นอน

 

3. เพิ่มโอกาสในการขายและสร้างกำไรได้มากขึ้น

เมื่อเจ้าของกิจการและนักการตลาดสามารถพัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงต่อความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาคือการเพิ่มโอกาสการขายและสร้างกำไรได้มากขึ้น ที่มาจากความพึงพอใจของลูกค้า โดยมีงานวิจัยของ Deloitte และ Touche พบว่าธุรกิจที่ใช้ Customer Centric จะทำกำไรได้มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับธุรกิจที่ไม่ได้ใช้ ดังนั้นแล้วการทำ Customer Centric จึงมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจอย่างมาก

 

4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ธุรกิจ

ข้อดีของการนำกลยุทธ์ Customer Centric อีกข้อคือช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สินค้าและบริการรวมไปถึงระดับองค์กรอีกด้วย โดยต่อยอดมาจากคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี สู่ความพึงพอใจของลูกค้า และทำให้เกิดการบอกต่อ การรีวิวสินค้าบริการจากลูกค้าที่ได้ใช้สินค้าและบริการจริง และทำให้เกิดการขยายฐานของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ 

สิ่งที่สำคัญที่สุดของกลยุทธ์ Customer Centric ก็คือการให้ความสำคัญกับ Customer หรือลูกค้า รวมถึงการค้นหาและทำการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าทั้งข้อมูลทั่วไปและข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านประวัติ ความสนใจ และพฤติกรรมก็ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถนำมาพัฒนาสินค้าและบริการรวมไปถึงการทำการสื่อสารเฉพาะบุคคลได้อีกด้วย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดและเปลี่ยนสถานะจากลูกค้า กลายมาเป็นลูกค้าประจำ และกลับมาอุดหนุนสินค้าและบริการได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

enlightened กรณีศึกษาของธุรกิจที่ใช้หลัก Customer Centric

กรณีศึกษาจากแบรนด์ค้าปลีกชื่อดังอย่าง Walmart ที่นำกลยุทธ์ Customer Centric มาปรับใช้ โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาทดลองใช้เพื่อมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การให้บริการที่ดีให้กับลูกค้าอยู่เสมอ โดยที่โจทย์ ของ Walmart คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้าสามารถเรียกดูและซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา”

 

 

Walmart เริ่มสร้างช่องทางออนไลน์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลให้เข้ากับ Device ต่างๆ ของลูกค้าได้อย่างราบรื่นและสะดวกต่อการใช้งานพร้อมสร้างประสบการณ์การซื้อด้วยเครื่องมือจองสล็อตตามเวลาจริง (Realtime) สำหรับการรับของที่ร้าน โดยที่รถเข็นออนไลน์ที่สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ได้ และยังมีการสร้างตู้ล็อกเกอร์ Grab & Go ไว้อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการฝากของไว้ก่อนอีกด้วย

 

 



บทความจากนิตยสาร MarketPlus ฉบับที่ 167

[อ่าน 11,646]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Absolute Group อัด 140 ล้าน เปิดเกม Wellness ใหม่ รับศึกฟิตเนสเดือด ปั้นรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน
เจาะฟีเจอร์ viaim OpenNote หูฟัง AI บันทึก–ถอดเสียง–สรุปประชุมในอุปกรณ์เดียว
“ปานเทพย์” รับตำแหน่งใหม่ คุมลูกค้า–การตลาด พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เร่งสร้างการเติบโตจากข้อมูล และความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก
เมื่อ CHAGEE เปลี่ยน “ชา” ให้เป็นภาษาของมิตรภาพ ผ่าน 6 เพื่อนซี้ Bes-Tea Brew Crew
NORSE Republics เดิมพัน Louis Poulsen ดันตลาดแสงเพื่อคุณภาพชีวิต ตั้งเป้าโต 15%
Bar B Q Plaza ปั้น “บาร์บีกอน” สู่ Experience IP เปิด Planet Garden เชื่อมอาหาร–ธรรมชาติ–ครอบครัวยุคใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved