ชาน พาร์ค ความท้าทายก้าวที่ 2 ของ ‘อูเบอร์’
07 Jun 2016

          แม้ว่า ‘อูเบอร์’ (Uber) จะเป็นผู้เล่นที่ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจแท็กซี่ทางเลือกในประเทศไทยได้เพียงแค่ 1 ปี แต่ก็นับได้ว่าอูเบอร์เป็นทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่สร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภคในยุคใหม่อย่างมาก และนับเป็นการปฏิวัติรูปแบบของการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารมาอย่างยาวนาน

          รูปแบบการเดินทางโดยแท็กซี่ทางเลือกนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่ถือว่าแปลกใหม่ในเมืองไทยพอสมควร แต่เมื่อเจาะลึกไปถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยก็คงต้องบอกว่ายังมีโอกาสและมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดไม่ว่าจะเป็น แกร็บแท็กซี่ (Grab Taxi), อูเบอร์ (Uber), อีซี่แท็กซี่ (Easy Taxi) รวมถึงออลไทยแท็กซี่ (All Thai Taxi) ต้องพยายามปรับโมเดลธุรกิจให้โดนใจผู้บริโภคชาวไทยมากที่สุด รวมไปถึงการออกโปรโมชัน และการจับมือกับพันธมิตรเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้บริโภค

          โดยในช่วงแรกที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเมื่อช่วงต้นปี 2557 อูเบอร์ได้สร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นด้วยภาพลักษณ์ที่หรูหราพรีเมียม พร้อมชูบริการ ‘อูเบอร์ แบล็ก’ (Uber Black) เป็นจุดขายสำคัญ เพื่อหวังจับกลุ่มคนเมืองที่ต้องการการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างที่ไม่สามารถหาได้จากแท็กซี่ทั่วไป โดยเลือกใช้เฉพาะรถซีดานหรู ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้าคัมรี่ ฮอนด้าแอคคอร์ด นิสสันเทียน่า รวมไปถึงเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งแน่นอนว่าค่าโดยสารเริ่มต้นก็จะสูงกว่าแท็กซี่ทั่วไป และเป็นการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น 

          ซึ่งนอกจากรูปแบบบริการที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นแล้ว โมเดลธุรกิจของอูเบอร์ก็มีความแตกต่างอยู่มากพอสมควร ตรงที่อูเบอร์ไม่ได้เข้าไปจับมือเป็นพันธมิตรกับแท็กซี่ในแต่ละท้องถิ่น แต่เป็นการสร้างพาร์ทเนอร์หรือผู้ขับขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองอยู่แล้วเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเป็นคนขับ ซึ่งอูเบอร์จะทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างผู้โดยสารและผู้ขับผ่านระบบแอปพลิเคชัน โดยอูเบอร์จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 20% ของค่าโดยสาร ซึ่งทำให้มีผู้ที่สนใจหันมาหารายได้จากอูเบอร์กันเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

          แต่หลังจากที่ศึกษาตลาดในไทยมาได้ประมาณ 6 เดือน อูเบอร์ก็ตัดสินใจส่งบริการใหม่ ‘อูเบอร์ เอ็กซ์’ (UberX) ออกมาทำตลาดเพิ่มเติม โดยชูจุดขายเรื่องราคาบริการที่ถูกลงกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท ซึ่งถือได้ว่ามีราคาค่าบริการที่ถูกกว่าแท็กซี่ปกติ ซึ่งน่าจะเป็นบริการที่สามารถเข้าถึงผู้โดยสารชาวไทยได้กว้างขึ้น

          ชาน พาร์ค ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อูเบอร์ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันอูเบอร์ได้เปิดให้บริการในประเทศไทยมาได้ประมาณ 1 ปีครึ่งแล้ว ในขณะที่อูเบอร์เอ็กซ์ก็เปิดให้บริการมาได้ครบ 1 ปีแล้ว ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นบริการที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมีการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีอูเบอร์เอ็กซ์มีจำนวนเที่ยวที่ให้บริการไปแล้วกว่า 1 ล้านเที่ยว และมีการเรียกใช้บริการกว่าหมื่นครั้งต่อวัน”

          “การเติบโตของเราช่วงต่อจากนี้จะเป็นการให้บริการในลักษณะราคาประหยัด หรือโลว์คอสต์ เช่น อูเบอร์เอ็กซ์ หรือบริการใหม่อย่าง ‘UberPOOL’ (ทางเดียวกันไปด้วยกัน) และบริการอื่นๆ ที่กำลังทดลองให้บริการอยู่ในประเทศอื่นๆ ซึ่งสิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานและจำนวนผู้ขับให้มากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความสะดวกสบายเช่นเดิม” ชาน พาร์ค กล่าว

          สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของอูเบอร์ในประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญอยู่กับการเพิ่มปริมาณความต้องการการใช้บริการของผู้ใช้ชาวไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่มีรถส่วนตัวอยู่แล้ว ให้หันมาเลือกใช้อูเบอร์แทนการขับขี่ด้วยตัวเอง ด้วยการนำเสนอความคุ้มค่าที่มากกว่า ประหยัดกว่า รวดเร็วกว่า ปลอดภัยกว่า และมีรถพร้อมให้บริการตลอดเวลาที่ต้องการ โดยที่ไม่ต้องกังวลในการหาที่จอดรถ

          “อูเบอร์เอ็กซ์ได้นำเสนอทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และประหยัดที่สุดในกรุงเทพฯ รวมถึงยังช่วยเติมเต็มการเดินทางระหว่างจุดสิ้นสุดการให้บริการขนส่งมวลชนไปยังจุดหมายปลายทางของผู้ที่ต้องการเดินทาง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของชาวกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันอูเบอร์มีระยะเวลาหลังจากที่เรียกใช้บริการจนกระทั่งรถมารับเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5 นาที ซึ่งเราตั้งเป้าจะลดลงให้เหลือเพียง 3-4 นาทีภายในปีหน้า”
 
          ชาน พาร์คอธิบายต่อไปว่า เป้าหมายที่แท้จริงอูเบอร์นอกจากการสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ขับอูเบอร์แล้วนั้น สิ่งที่อูเบอร์มุ่งมั่นมากที่สุดคือ การช่วยผลักดันให้คนไทยปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยหันมาใช้อูเบอร์เอ็กซ์แทนที่การใช้รถยนต์ส่วนตัว และเปลี่ยนมาเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนแทน ซึ่งจะเป็นการช่วยลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนน และแก้ปัญหาจราจรติดขัดซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก 

          สำหรับภาพรวมของธุรกิจของอูเบอร์ในประเทศไทย โดยเฉพาะอูเบอร์เอ็กซ์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีการเติบโตถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีจำนวนเที่ยวที่ให้บริการไปแล้วมากกว่า 1 ล้านเที่ยว และจำนวนครั้งในการเรียกใช้บริการมากกว่า 2 ล้านครั้ง โดยสัดส่วนของผู้โดยสารเป็นคนไทย 65% และต่างชาติ 35% ซึ่งสถานที่ที่มีความต้องการใช้บริการมากที่สุดในแต่ละวัน ได้แก่ ราชประสงค์ สาทร และสุขุมวิท

          ในขณะที่ผู้ขับอูเบอร์แต่ละคนมีรายได้เฉลี่ยที่ 40,000 บาทต่อคน สำหรับการขับรถวันละ 10 เที่ยว อาทิตย์ละ 6 วันโดยมีผู้ที่สามารถทำรายได้สูงสุดถึง 134,000 บาทต่อเดือน โดยในปัจจุบันอูเบอร์มีผู้ขับอยู่กว่า 30,000 คน และตั้งเป้าที่จะเพิ่มเป็น 100,000 คนภายในปี 2017

          แต่หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของอูเบอร์ที่ยังแก้ไม่ตกในหลายประเทศ คงไม่พ้นในเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ เพราะถึงอย่างไรก็ตาม อูเบอร์ก็ถือเป็นรถโดยสารส่วนบุคคลป้ายดำ ไม่ใช่รถแท็กซี่ที่มีใบขับขี่สาธารณะอย่างถูกต้อง จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อหาการใช้งานรถยนต์ผิดประเภทไปได้ ในขณะเดียวกันก็ยังมีความผิดในเรื่องค่าโดยสารที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และก็ยังมีกรณีพิพาทระหว่างแท็กซี่ถูกกฎหมายและผู้ขับอูเบอร์ด้วยเช่นกัน

          “ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่มีคำถามในด้านกฎหมาย แต่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็มีประเด็นในเรื่องเดียวกัน หลายคนก็ตั้งคำถามกับเราว่าการเดินทางแบบแบ่งปัน (Ride-Sharing) หรือ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) มันดีต่อระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจของประเทศจริงๆ หรือไม่ แต่หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันในหลายๆ ประเด็นในหลายประเทศ ก็มีความคืบหน้าพอสมควร โดยบางประเทศก็ได้ให้การยอมรับว่าธุรกิจแบบ Ride-Sharing นั้นเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายแล้วด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศบ้านเกิดของอูเบอร์อย่างอเมริกาก็มีการปรับให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายแล้ว 22 รัฐจาก 50 รัฐ เม็กซิโก อินเดีย ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ ส่วนในประเทศไทยเราก็กำลังมีการพูดคุยและศึกษาในเรื่องข้อกฎหมายกันอยู่” 

          ในขณะเดียวกัน อูเบอร์ก็ได้ยืนยันถึงความเข้มงวดในการคัดเลือกผู้ขับเข้ามาสู่ระบบ ทั้งการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ขับ การคัดเลือกรถยนต์ที่มีมาตรฐานและสภาพดี อีกทั้งยังไม่มีการเรียกรถตามท้องถนนหรือการเรียกผู้โดยสารแบบแท็กซี่ทั่วไป โดยจะต้องเรียกผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลในการเดินทางได้แบบเรียลไทม์ มีการกำหนดค่าบริการที่ชัดเจนและชำระได้ผ่านบัตรเครดิต รวมถึงระบบการให้คะแนนและความคิดความเห็น ซึ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ขับ

          ปัจจุบัน อูเบอร์ได้พัฒนาและขยายการบริการไปแล้วกว่า 351 เมืองใน 64 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความเชื่อถือ ปลอดภัย รวมถึงยังมอบความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยว โดยที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องการถูกหลอกลวงจากแท็กซี่ และสร้างความอุ่นใจให้กับนักเดินทาง

[อ่าน 1,968]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ปราการ ไรวา’ ทายาท “เอส แอนด์ พี” กับภารกิจ แตกแบรนด์ใหม่ ปั้น Wingstop ให้เป็นแบรนด์ของคน Gen Z
“18 ปีอาซาว่า” โตด้วยความเข้าใจลูกค้า ขยายอาณาจักรแฟชั่น–ไลฟ์สไตล์ อย่างมีสติในโลกผันผวน
ฐาปน สิริวัฒนภักดี ‘PASSION 2030’ ความท้ายของ ‘ไทยเบฟ’ ในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอาเซียน
KIKI Beauty Space ลักซ์ชัวรี ซาลอนของ “ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์” โตด้วยดาต้า–โปรดักต์–แฟรนไชส์ ปักหมุดสาขาแรกที่ลาว
เจาะกลยุทธ์ Brand Transformation ของ “เจ้าสัว” จากแบรนด์ของฝาก สู่ Modern Thai Snack
“อรนาฎ นชะพงษ์” เปิดแนวคิดการสร้างแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิต สู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในด้านความ “ใส่ใจ”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved