เจาะกลยุทธ์ กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ของ ททท. กับ อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ
17 Jul 2025

การท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ท่ามกลางความท้าทายที่มีอยู่รอบด้าน ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนต่างๆ ฟันเฟืองสำคัญนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

‘Market Plus’ จะพาไปหาคำตอบกับ ‘อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ’ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวของประเทศไทย

 

โดย คุณอภิชัยได้ฉายภาพรวมของการท่องเที่ยวภายในประเทศที่น่าสนใจให้เราฟังว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (ระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน) อัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 74.10% (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.71) มีจำนวนนักท่องเที่ยว 187,224,878 คน-ครั้ง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.41) สร้างรายได้หมุนเวียนได้ 1,283,117.08 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48) โดยจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ กาญจนบุรี, กรุงเทพฯ, ชลบุรี, นครราชสีมา และ ฉะเชิงเทรา

ทั้งนี้ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายช่วง ผนวกกับการจัดแคมเปญโปรโมชั่นด้านราคาของสายการบินต่างๆ ส่งผลให้มีการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีการออกแคมเปญกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศเช่นกัน

“รัฐบาลได้มีการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง สำหรับการกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศในช่วง Green Season เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ การเดินทางข้ามจังหวัด การเดินทางข้ามภูมิภาค กระตุ้นการใช้จ่ายสู่ระดับท้องถิ่น ชุมชน จำนวน 500,000 สิทธิ์ ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2568”

 

ปัจจัยทางเศรษฐกิจยังคงเป็น
ความท้าทายของการท่องเที่ยวในประเทศ

ถ้าถามว่าอะไรคือความท้าทายที่การท่องเที่ยวในประเทศกำลังเผชิญ คุณอภิชัยเผยว่า มีความท้าทายหลักๆ อยู่ 4 ข้อด้วยกัน คือ

1. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
2. ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน
3. ปัจจัยด้านคุณภาพและมาตรฐานการบริการ
4. ปัจจัยด้านการตลาดและการปรับตัว

“สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่หดตัว หนี้ครัวเรือน และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อพฤติกรรมในการเดินทางท่องเที่ยว เช่น การลดจำนวนวันการเดินทาง เลือกเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางที่ใกล้ขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนไทยจำนวนมากที่มีกำลังซื้อสูงมีความต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ทำให้เม็ดเงินท่องเที่ยวไหลออกนอกประเทศ  รวมถึงปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ ความสะดวกในการคมนาคม การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในบางพื้นที่ยังไม่สะดวก ความสะอาดและความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว และขาดการจัดการที่เหมาะสม”

“นอกจากนั้นยังมีปัจจัยด้านคุณภาพและมาตรฐานการบริการ ปัญหามาตรฐานที่พักและร้านอาหาร ปัญหาอาชญากรรมและความปลอดภัย ป้ายบอกทางในบางพื้นที่ไม่ชัดเจน รวมถึงปัจจัยด้านการตลาดและการปรับตัว เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังมีประเด็นการขาดแคลนแรงงานและทักษะที่มีคุณภาพ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศทั้งสิ้นและเป็นสิ่งที่เราต้องแก้โจทย์”

 

 

เจาะแคมเปญกระตุ้น
การท่องเที่ยวภายในประเทศกับ ททท.

สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ททท. มีแนวทางในการสร้างการเติบโตให้กับการท่องเที่ยวภายในประเทศและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้อย่างไร

“สิ่งที่เราต้องทำอย่างแรกคือ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่ง ททท. มีแคมเปญที่น่าสนใจอย่าง 5 Must Do ที่เน้นการยกระดับเสน่ห์ไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้แก่ Must Taste อาหารไทย อาหารถิ่น, Must Try มวยไทย กิจกรรมท้าทาย, Must Buy ผ้าไทย สินค้าไทย, Must Seek แหล่งท่องเที่ยวใหม่ มุมมองใหม่, Must See การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีไทย”

“ประการต่อมาคือต้องกระจายพื้นที่และช่วงเวลาท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยว Thailand 365 เมืองน่าเที่ยว การเที่ยววันธรรมดาหรือกระทั่งการส่งเสริมการเดินทางสำหรับกลุ่ม Expat และชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย”

“อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญคือเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยส่งเสริมให้เกิดการขยายวันพัก กระตุ้นการใช้จ่ายด้วยสินค้ามูลค่าสูง (Thailand Premium) ผ่านแคมเปญและกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ได้แก่

  • โครงการเมืองน่าเที่ยว Year of Celebration อย่างเช่น แคมเปญ Burn Out Break ชวนคนทำงานที่กำลังหมดไฟออกเดินทางไปยังเมืองน่าเที่ยวที่เงียบสงบ ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ หยุดพักเบรกจากชีวิตที่เร่งรีบ และแคมเปญ Alone But Not Lonely ชวนนักท่องเที่ยวเดินทางและใช้เวลาอยู่กับตนเอง สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยอิสระ จุดประกายแรงบันดาลใจ
  • โครงการ Grand Moment อย่างแคมเปญ Let me be your journey ชวนเหล่าจิตอาสาคนรุ่นใหม่ร่วมทริปพากลุ่มผู้ด้อยโอกาสเปิดโลกกว้างและเปิดประสบการณ์ผ่านการท่องเที่ยว และแคมเปญ Explore Local Charm ชวนตามรอย ‘ของฝากมีเรื่อง’ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นไทย สื่อสารของฝากเป็น ‘ประสบการณ์ที่หิ้วกลับใจ’ ผ่านสินค้าชุมชนที่มีเรื่องเล่าและเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนั้น คุณอภิชัยยังเสนอแนวทางสำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวด้วยว่า สิ่งที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวสามารถพัฒนาและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น คือ การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แปลกใหม่และน่าจดจำให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาการบริการให้ได้มาตรฐานและใส่ใจรายละเอียดการบริการ การคำนึงถึงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้ช่องทางการตลาดดิจิทัลให้เกิดประโยชน์

 

 

ทิศทางการส่งเสริมการตลาด
ท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2569

นอกจากแคมเปญกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศข้างต้นแล้ว ทิศทางการส่งเสริมการตลาดในปี 2569 ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดย ททท. ได้กำหนดทิศทางไว้ดังนี้

1. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว ภายใต้แนวคิด Thailand 365 (เมืองน่าเที่ยว)
2. ส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดา ภายใต้แนวคิด Workation, ส่งเสริมและยกระดับเสน่ห์ไทย 5 Must Do
3. พัฒนาเทศกาลเที่ยวเมืองไทย (TTF) ให้เป็นงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนของ ททท. เช่น รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (TTA), โครงการ STAR
4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ UNESCO Creative Cities จำนวน 10 เมือง ได้แก่ สุโขทัย เชียงราย สุพรรณบุรี เพชรบุรี ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา น่าน และพัทยา

 

 

“ปีนี้เป็นปีที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาของภูมิภาค และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องมือในการสร้างและกระจายรายได้สู่ประชาชน โดยผนึกกำลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์และสีสันการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยได้ตลอดทั้งปี”

จากแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ ททท. ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ ประกอบกับผู้ประกอบการที่มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่กระตุ้นให้การท่องเที่ยวภายในประเทศกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

[อ่าน 45,333]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ปราการ ไรวา’ ทายาท “เอส แอนด์ พี” กับภารกิจ แตกแบรนด์ใหม่ ปั้น Wingstop ให้เป็นแบรนด์ของคน Gen Z
“18 ปีอาซาว่า” โตด้วยความเข้าใจลูกค้า ขยายอาณาจักรแฟชั่น–ไลฟ์สไตล์ อย่างมีสติในโลกผันผวน
ฐาปน สิริวัฒนภักดี ‘PASSION 2030’ ความท้ายของ ‘ไทยเบฟ’ ในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอาเซียน
KIKI Beauty Space ลักซ์ชัวรี ซาลอนของ “ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์” โตด้วยดาต้า–โปรดักต์–แฟรนไชส์ ปักหมุดสาขาแรกที่ลาว
เจาะกลยุทธ์ Brand Transformation ของ “เจ้าสัว” จากแบรนด์ของฝาก สู่ Modern Thai Snack
“อรนาฎ นชะพงษ์” เปิดแนวคิดการสร้างแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิต สู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในด้านความ “ใส่ใจ”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved