ฐาปน สิริวัฒนภักดี ‘PASSION 2030’ ความท้ายของ ‘ไทยเบฟ’ ในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอาเซียน
12 Dec 2025

“ภาวะเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคยังคงเผชิญความท้าทายจากการเติบโตที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวและการบริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ไทยเบฟยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งขับเคลื่อนกลยุทธ์ภายใต้ PASSION 2030 อย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการเข้าถึงผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมศักยภาพบุคลากร และเสริมแกร่งตราสินค้าของเรา ซึ่งเราเชื่อว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างไทยเบฟให้มีความคล่องตัว แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็น ‘ผู้นำที่มั่นคงและยั่งยืนของอาเซียน’ ในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร”

นั่นคือคำกล่าวของ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่พูดเปิดหัวไว้ในงานแถลงข่าวผลประกอบการของบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้

 

 

เขาเสริมว่า Pasion 2030 ถือเป็นแผน 3 ปี 2 หน ของกลุ่มไทยเบฟ ที่เป็นเสมือนการวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งในการลงรายละเอียด อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา

โดยแผนการดำเนินงานภายใต้ PASSION 2030 ของไทยเบฟ มุ่งเน้นกลยุทธ์หลักสองประการ ได้แก่ Reach Competitively หรือ การเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการขยายเครือข่ายการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกช่องทาง พร้อมการให้บริการที่เป็นเลิศไร้รอยต่อในระดับต้นทุนที่แข่งขันได้

ส่วนกลยุทธ์ที่ 2 จะเกี่ยวกับเรื่องของ Digital for Growth หรือ ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต เสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสมรรถภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงเครือข่ายคู่ค้าและผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ในแง่ของกลยุทธ์แรก คือ Reach Competitively นอกจาก การเร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในวงกว้างและลึกได้มากยิ่งขึ้นแล้ว กลยุทธ์นี้ ยังเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ที่ 2 หรือ Digital for Growth ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการเพิ่มศักยภาพในการจัดจำหน่าย ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการเข้าถึงคู่ค้า เพื่อพัฒนาขีดความสามารถร่วมกันในการกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคได้มากที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการมองถึงเรื่องของดาต้า ที่จะเข้ามาช่วยทำให้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาสินค้า รวมถึงแผนการตลาดที่สามารถตอบโจทย์พวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านั้น การกระจายสินค้าของกลุ่มไทยเบฟ จะมีคนที่เข้ามาช่วยในเรื่องของการจัดจำหน่าย ทั้ง ไทยเบฟเอง F&N และเสริมสุข แต่ตามกลยุทธ์ Passion 2030 นั้น จะมีการ Synergy ทั้งหมดเข้าด้วยกันให้เป็น One Logistic ทั้งการกระจายสินค้าผ่าน Cash Van การกระจายสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรด ที่จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการบริหารจัดการที่เรียกว่า Area Management โดยมีเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเข้ามาเป็นตัวช่วย

 

“การดำเนินงานเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างรากฐานของไทยเบฟให้แข็งแกร่ง สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ พร้อมทั้งเสริมแกร่งสถานะผู้นำตลาด และเสริมสร้างตราสินค้าที่แข็งแกร่งครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้ต่อไปในระยะยาว”

 

 

เมื่อมองมาที่ตัวเลขผลประกอบการแล้ว พบว่า ในช่วง 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ไทยเบฟมีรายได้จากการขายรวม 258,621 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้การบริโภคจะชะลอตัวลง และถึงแม้จะมีการลงทุนในตราสินค้าและการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามแผนงานที่วางไว้เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ตราสินค้าต่าง ๆ แต่กลุ่มมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดบัญชี (EBITDA) ลดลงเพียงร้อยละ 4.0 จากปีก่อน เป็น 45,026 ล้านบาท

การรักษาการเติบโตอย่างต่อเหนือ รวมถึง การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ก้าวถัดไป ไทยเบฟมุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดในประเทศ พร้อมขยายโอกาสในตลาดต่างประเทศ และพัฒนาศักยภาพจากการผนึกกำลังระหว่างกลุ่มธุรกิจต่างๆ นอกจากนี้ กลุ่มยังแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน รวมถึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานและการกระจายสินค้า ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร ตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ภายใต้ PASSION 2030

ฐาปน บอกว่า การทำธุรกิจในปัจจุบัน ผู้ประกอบการรายใดที่มีกำลัง และมีสเกลในการผลิตที่มากพอ ต้องสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้มีเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกลยุทธ์ที่เป็น Reach Competitively จะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มวอลุม เพื่อทำให้มีสเกลที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งนั่นจะได้ให้เป็นอีกข้อได้เปรียบในการแข่งขันในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ซึ่งไม่เพียงแค่การทำธุรกิจในประเทศ แต่ยังรวมถึงการก้าวออกไปเติบโตในภูมิภาคอาเซียน

โดยเขามองว่า ในภูมิภาคนี้ ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างรออยู่ ทั้งในประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย ที่มีประชากรค่อนข้างมาก ซึ่งจะกลายเป็นโอกาสในการเข้าไปสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ตามแผน Passion 2030 ที่ประกาศออกมา

 

 

“ไทยเบฟพร้อมเดินหน้าบนเส้นทางสู่การเติบโตที่แข็งแกร่ง และสร้างสรรค์คุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายด้วยความมุ่งมั่นตามพันธกิจ ‘สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต’ และวิสัยทัศน์สู่การเป็น ‘ผู้นำที่มั่นคงและยั่งยืนของอาเซียน’ ในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร” ฐาปน กล่าวสรุปทิ้งท้าย

 


บทความจากนิตยสาร MarketPlus ฉบับที่ 181 October-November

[อ่าน 7,479]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลยุทธ์ Brand Transformation ของ “เจ้าสัว” จากแบรนด์ของฝาก สู่ Modern Thai Snack
“อรนาฎ นชะพงษ์” เปิดแนวคิดการสร้างแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิต สู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในด้านความ “ใส่ใจ”
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับแผน 9 ปีดุสิตธานี เตรียม “ปลดล็อคมูลค่า” พร้อมเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยว
“โรงพยาบาลธีรพร” ชูแนวคิด “เกิดสวย อยู่สวย จากสวย” เดินหน้ารุกตลาดศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า 76,000 ล้าน
เจาะกลยุทธ์ กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ของ ททท. กับ อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ
เปิดวิสัยทัศน์ ‘ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร’ พร้อมปั้น BAM ให้เป็น Business Recycling Machine
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved